วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไขลาน "ดีอี" กล้าตัดสินใจ สหภาพแคท-ทีโอที ร่อนหนังสือถึง “บิ๊กตู่”

สหภาพ “แคท-ทีโอที” เตรียมยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อรายงานให้ทราบถึงปัญหาการทำงานของกระทรวงดีอี เหตุไม่กล้าตัดสินใจ ทำองค์กรสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ พร้อมคัดค้าน มติ ครม.จัดตั้งบริษัทลูก 2 บริษัท เพราะไม่เกิดประโยชน์

นายสังวรณ์ พุ่มเทียน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท เปิดเผยว่า ในเร็วๆนี้ สหภาพแคท และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และตัวแทนสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) จะขอเข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อแจ้งให้ทราบถึงปัญหาการบริหารงานของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ไม่กล้าตัดสินใจ ขาดความชัดเจนในการบริหารงาน ทำให้แคทและรัฐวิสาหกิจในสังกัด ต้องสูญเสียโอกาสทางธุรกิจในหลายๆ โครงการ และตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มีแต่นโยบายการปรับโครงสร้างองค์กรแต่ก็ไม่ชัดเจน และไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาขาดทุนได้

“ตลอดระยะเวลา 3 ปี กระทรวงดีอีเปลี่ยนรัฐมนตรีมาแล้ว 3 คน เน้นแต่การปรับโครงสร้างองค์กร ขณะที่ธุรกิจโทรคมนาคมแข่งขันกันดุเดือดมาก องค์กรต้องการความคล่องตัว แต่การทำธุรกิจของรัฐวิสาหกิจในสังกัด ต้องเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด), กระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ถือหุ้น สำนักงาน คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กระทรวงดีอี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งใช้เวลาพิจารณานานหลายเดือน ขณะที่เอกชนใช้เวลาในการพิจารณาไม่เกิน 3 เดือน ทำให้แข่งขันเอกชนไม่ได้”

ทั้งนี้ ความล่าช้าในการพิจารณาอนุมัติตามระเบียบรัฐวิสาหกิจนั้น ทำให้แคทเสียโอกาสทางธุรกิจ และมีแนวโน้มที่จะประสบปัญหาการขาดทุน เช่น โครงการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน เพื่อให้บริการเช่าเสาและอุปกรณ์โทรคมนาคม ระหว่างแคทกับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เนื่องจากสัญญาสัมปทานดีแทคจะสิ้นสุด 15 ก.ย.61 ดังนั้นเพื่อให้แคทมีรายได้ต่อเนื่องหลังจากสัญญาสัมปทานสิ้นสุดปีละ 10,000-20,000 ล้านบาท จึงได้เสนอแผนการร่วมทุนกับดีแทคให้กระทรวงดีอีพิจารณาตั้งแต่เดือน ต.ค.59 แต่จนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่นำเสนอ ครม.ให้พิจารณาอนุมัติแต่อย่างใด แต่ถ้าหากกระทรวงดีอีจะไม่อนุมัติ หรือไม่เห็นด้วยอย่างไร ก็ให้แจ้งเรื่องกลับมายังแคท เพื่อแคท จะได้พิจารณาแนวทางอื่นๆต่อไป และมีอีกหลายเรื่องที่ล่าช้า และติดปัญหาอยู่ที่กระทรวงดีอี

นายสังวรณ์กล่าวต่อว่า สหภาพแคทและทีโอที ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกัน ขอคัดค้านมติ ครม.ที่ให้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท โครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ จำกัด (เอ็นบีเอ็น) และบริษัท โครงข่ายระหว่างประเทศและศูนย์ข้อมูลอินเตอร์เน็ต จำกัด (เอ็นจีดีซี) เนื่องจากผลการศึกษาของบริษัท ไพรซ์ วอเตอร์เฮ้าส์คูเปอร์ส จำกัด และบริษัท ดีลอยท์ ประเทศไทย จำกัด ที่ได้วิเคราะห์ว่าทั้ง 2 บริษัทใหม่ จะมีผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ปี และจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของทีโอทีและแคทอย่างแน่นอนในอนาคต

ดังนั้นเมื่อผลประกอบการขาดทุน เหตุใด ครม.จึงอนุมัติให้แยกย่อยบริษัทอีก อีกทั้งจะทำให้รัฐวิสาหกิจด้านโทรคมนาคมจากเดิมมี 2 บริษัท เพิ่มเป็น 4 บริษัท ซึ่งการเป็นรัฐวิสาหกิจที่ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนเช่นเดิม ก็ไม่มีความคล่องตัว และไม่สามารถแข่งขันกับเอกชนได้เช่นเดิม ฉะนั้นก็ไม่เกิดประโยชน์ใดๆเลยที่จะแยกบริษัท ดังนั้นรัฐบาลควรจะพิจารณาแนวทางอื่นที่ดีกว่า เช่น การสร้างความคล่องตัวในการบริหารงาน เพื่อแข่งขันกับเอกชนได้.