วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'อุเทน' ห่วงผลจำนำข้าว จุดชนวนขัดแย้ง กระทบสืบอำนาจ คสช. หลังเลือกตั้ง

"อุเทน" ห่วงผล "คดีจำนำข้าว" สร้างขัดแย้ง ชี้ คสช.ไม่ใช้อำนาจที่มีสางปัญหาจนบานปลาย ทำเสียงเชียร์ คสช.พลิกเป็นเห็นใจ "ยิ่งลักษณ์" มองเป็นพวกที่ถูกกระทำฝ่ายเดียว แนะนายกฯ ทบทวนใช้อำนาจ ให้การแก้ปัญหาเห็นผล ก่อนสายเกินไป เชื่อกระทบแผนสืบอำนาจ คสช.หลังเลือกตั้งแน่

เมื่อวันที่ 23 ก.ค.60 นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวถึงบรรยากาศที่มีประชาชนจำนวนมากไปให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่หน้าศาลฎีกา ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ในระหว่างที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางมาเข้ารับฟังการไต่สวนพยานจำเลยในคดีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวนัดสุดท้าย เมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า เชื่อว่าในวันที่ 1 ส.ค.นี้ ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะไปแถลงปิดคดีด้วยวาจา หรือในวันที่ 25 ส.ค.นี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันนัดฟังคำพิพากษาของคดีจำนำข้าว จะมีกองเชียร์ไปให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์มากเป็นพิเศษ จึงน่าเป็นห่วงในเรื่องการดูแลสถานการณ์ให้เกิดความสงบเรียบร้อยของรัฐบาล

ทั้งนี้เพราะไม่ว่าผลของคดีจะเป็นไปในทิศทางใด ย่อมจะมีคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะในประเด็นของโครงการรับจำนำข้าว ที่มีความเห็นที่แตกต่างในสังคมมาตลอด ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ คสช.ใช้อ้างเมื่อครั้งเข้ามายึดอำนาจการปกครอง ทั้งในเรื่องการทุจริตและความแตกแยกในสังคม แต่ คสช.ที่มีอำนาจและเวลาล้นเหลือ กลับปล่อยให้เลยเถิดบานปลายมาถึงปัจจุบัน ทั้งที่สังคมและ คสช.เองก็มีข้อมูลรับรู้อยู่ว่าใครบ้างที่กระทำผิด หรือใครทุจริต หากกล้าหาญและใช้อำนาจทำให้เรื่องจบไปตั้งแต่ต้น คงไม่เป็นเช่นนี้ ที่มีหลายฝ่ายมองว่า คสช.จ้องที่จะเล่นงานฝ่ายตรงข้าม หรือพูดให้ชัดคือ กลุ่มของพรรคเพื่อไทย และคนเสื้อแดงแต่ฝ่ายเดียว ทำให้ตอนนี้จากกระแสที่เคยสนับสนุน คสช.เข้ามาสะสางปัญหาบ้านเมือง กลายเป็นกระแสตีกลับที่เห็นใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์และคนในเครือข่ายที่ถูกกระทำจากระบวนการที่มองว่าไม่เป็นธรรม

"ตลอด 3 ปีกว่าที่ผ่านมาของ คสช.ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ในเรื่องการสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นในสังคม ตลอดจนการไม่กล้าใช้อำนาจที่มีทำให้ความขัดแย้งแตกแยกทางความคิดลดลงแต่อย่างใด ซ้ำร้ายยังยิ่งลุกลามบานปลายอีกด้วย ทั้งที่ คสช.ควรจะใช้อำนาจที่มีจัดการทำให้เรื่องต่างๆ จบลงได้ง่ายโดยเร็ว" นายอุเทน กล่าว

นายอุเทน กล่าวด้วยว่า ไม่เพียงแต่ความแตกแยกในสังคมเท่านั้น ในประเด็นการปราบปรามการทุจริต ก็ยังไม่มีความคืบหน้า หรือผลสัมฤทธิ์ใดๆ ให้เห็น ไม่ว่าจะเป็นคดีของรัฐบาลเก่า ทั้งรัฐบาลยิ่งลักษณ์ และย้อนไปถึงรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก่อนหน้านั้น ที่สำคัญในรัฐบาล คสช.เองก็มีข้อมูลการทุจริตหาประโยชน์ในทางไม่ชอบของรัฐบาลออกมาไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน แต่ คสช.ก็ใช้อำนาจในมือเพียงแค่การตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ มากมาย ที่ไม่มีผลงานใดๆ เป็นรูปธรรมออกมา อีกทั้งหน่วยงานตรวจสอบในระบบ ทั้งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจิตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ทำหน้าที่ในลักษณะเกรงใจผู้มีอำนาจในปัจจุบัน ไม่มีตรวจสอบโครงการใดของรัฐบาลชุดนี้อย่างจริงจัง และอีกหลายโครงการก็มีผลการตรวจสอบออกมา ในลักษณะค้านสายตาประชาชนเป็นอย่างมาก ผลที่ได้จากการที่ คสช.เข้ามาจัดเรื่องความขัดแย้งในสังคม และการทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง จึงมีเพียงการใช้จ่ายงบประมาณจำนวนมากและเกินความจำเป็น สำหรับการทำงานของคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่ตั้งขึ้นมาใหม่ชุดแล้วชุดเล่าเท่านั้น ซึ่งก็เข้าข่ายการคอร์รัปชันโดยทางอ้อม เนื่องจากเป็นการใช้งบประมาณแผ่นดินโดยไร้ประสิทธิภาพ

"เพื่อไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายไปกว่านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. จำเป็นต้องไตร่ตรองการใช้อำนาจในการบริหารของตนเองและของ คสช.โดยด่วน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ ทั้งในเรื่องการปราบโกง หรือการสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง หากปล่อยโดยไม่ทำอะไรเช่นนี้แล้ว เมื่อมีการเลือกตั้งขึ้น ผมก็กล้าทำนายได้เลยว่ารัฐบาลชุดหน้าจะไม่มีคนใน คสช.เข้ามามีส่วนร่วม หรือนายกฯ คนต่อไปจะไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ อย่างที่เคยคาดการณ์" นายอุเทน ระบุ.