วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สยบดราม่า อาสาพัทลุงจับตำรวจ! ผกก.สภ.ยะหา ยันปืนเอ็ม 16 ของหลวง

ภายหลังจากเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา นายกองตรี ประสิทธิพร สมุหเสนีโต ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ บก.อส.จ.พัทลุง พร้อมกำลังฝ่ายปกครอง กำลัง อส. จับกุม ส.ต.ต.รณชาติ ยงกิตติเกษม อายุ 28 ปี อยู่ที่ 27/1 หมู่ที่ 7 ต.หนองตรุด อ.เมืองตรัง ตำแหน่ง ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.ยะหา จ.ยะลา พร้อมของกลางเป็นอาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน 26 นัด และอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม. 1 กระบอก กระสุน 15 นัด ได้ที่จุดตรวจสามแยกบ้านท่ามิหรำ หน้าอนุสาวรีย์พระยาทุกขราษฎร์ จ.พัทลุง

จนกระทั่งทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ถึงที่มาที่ไปของอาวุธสงครามที่ตรวจยึดได้ ว่ามีที่มาที่ไปมาจากไหน แล้วเพราะเหตุใด ส.ต.ต.รณชาติ จึงต้องพกออกมานอกพื้นที่ รวมถึงอาจกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ที่ทำให้เกิดความบาดหมางระหว่างสองหน่วยงานด้านความมั่นคง

เร่งส่งหนังสือสอบถามที่มาที่ไป ปืนเอ็ม 16 พร้อมตรวจสอบการตั้งด่านได้รับอนุญาตหรือไม่

ล่าสุด พ.ต.อ.วิชัย วิชยานฤพล ผกก.สภ.เมืองพัทลุง เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว เบื้องต้น ผู้ต้องหาอ้างว่า อาวุธปืนเอ็ม 16 และอาวุธปืนขนาด 9 มม. รวมถึงกระสุนปืนทั้งหมดเป็นของทางราชการ ที่ถูกเบิกมาใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างไรก็ดี ในวันพรุ่งนี้ (24 ก.ค.) จะมีการส่งหนังสือไปสอบถามผู้บังคับบัญชาว่า ข้อมูลทั้งหมดเป็นจริงตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ โดยหากเป็นจริงตามนั้น ก็จะไม่มีการดำเนินคดีกับ ส.ต.ต.รณชาติ

ขณะเดียวกัน ตนยังได้มอบหมายให้ พ.ต.ต.วิจิตร เกื้อรุ่ง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทลุง เจ้าของคดี ไปตรวจสอบการตั้งจุดตรวจบริเวณดังกล่าวของ จนท.ฝ่ายปกครอง และกำลัง อส. ว่าได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้บังคับบัญชาหรือไม่ หากไม่ได้รับอนุญาต ก็จะถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และจะต้องถูกดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป

และเพื่อไม่ให้เหตุดังกล่าวลุกลามกลายเป็นความขัดแย้งระหว่าง 2 หน่วยงาน ตนเองจะได้เข้าพบกับ นายภิรมย์ นิลทยา รอง ผวจ.พัทลุง เพื่อขอร้องมิให้กำลังฝ่ายปกครอง และ กำลัง อส. จับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ จ.พัทลุง เพื่อป้องกันความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นต่อไป

ผู้ว่าฯ พัทลุง ประสาน ผบช.ภ.9 สกัดขัดแย้งบานปลาย

ด้าน นายวันชัย คงเกษม ผวจ.พัทลุง ชี้แจงว่า ที่ผ่านมา การปฏิบัติหน้าที่ของกำลังฝ่ายปกครอง กำลัง อส. เป็นการปฏิบัติโดยสันติวิธี เชิงห้ามปราม เพื่อมิให้เกิดการกระทำความผิดขึ้น แต่เมื่อพบการกระทำความผิดของ จนท.รัฐ ฝ่าฝืนคำสั่งของ คสช. ทางกำลังเจ้าหน้าที่ก็จะต้องปฏิบัติหน้าที่ไปตามขั้นตอน และการปฏิบัติการดังกล่าว มิได้เป็นกลั่นแกล้งผู้ต้องหา และมิได้มุ่งหวังให้เกิดความขัดแย้ง แต่ที่เรื่องดังกล่าวเกิดลุกลามจนกระทั่งกลายเป็นความขัดแย้ง เนื่องจากมีการแสดงความคิดเห็นทางโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างกว้างขวาง จึงอยากขอร้องสื่อมวลชนให้เสนอข่าวตามความเป็นจริง เพื่อไม่ให้เกิดการสร้างความเกลียดชังระหว่าง จนท.รัฐด้วยกันเอง ส่วนแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ล่าสุด ตนเองได้มอบหมายให้ นายภิรมย์ นิลทยา รอง ผวจ.พัทลุง ประสานไปที่ พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ผบช.ภ.9 เพื่อหาทางร่วมมือกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้ยุติลงโดยเร็วที่สุดแล้ว

ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.สิทธิพน ธรรมสถิตย์พร ผบก.ภ.จว.พัทลุง เปิดเผยว่า การจับกุมในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องธรรมดาทั่วๆ ไป แต่ที่เกิดกลายเป็นเรื่องดังฉาวโฉ่ขึ้น น่าจะมาจากเพราะความอยากดัง อยากแสดงผลงานของชุดจับกุม จนทำให้เรื่องลุกลามบานปลาย จนกระทั่งเกิดความขัดแย้งกันระหว่าง จนท.ฝ่ายปกครอง กำลัง อส. และฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งตนก็อยากฝากถามไปยังชุดจับกุมว่า การกระทำดังกล่าวมันเหมาะสมและถูกต้องมากน้อยแค่ไหน และทำไมต้องทำเรื่องเล็กๆ ให้กลายเป็นเรื่องใหญ่โต 

ผกก.สภ.ยะหา ยืนยัน ปืนเอ็ม 16 ลูกน้องของหลวง พร้อมการันตีเป็นคนดี  

อย่างไรก็ดี เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง พ.ต.อ.ธวัช สุนทรพจน์ ผกก.สภ.ยะหา จ.ยะลา ผู้บังคับบัญชาโดยตรงของ ส.ต.ต.รณชาติ ได้รับการเปิดเผยว่า ได้รายงานเหตุที่เกิดขึ้นไปยัง พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี ผบก.ภ.จ.ยะลา ทราบแล้ว และเรื่องนี้ขอยืนยันว่า ส.ต.ต.รณชาติ นำอาวุธปืนสงครามดังกล่าวไปใช้สำหรับปฏิบัติราชการตามที่ได้รับมอบหมาย นอกจากนี้ผู้ใต้บังคับบัญชารายดังกล่าวยังเป็นผู้ที่มีความประพฤติเรียบร้อย ไม่เคยข้องแวะกับสิ่งผิดกฎหมายใดๆ อีกด้วย.