วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'พาณิชย์' ยัน'ยูเอสทีอาร์'พอใจไทยปราบปรามการละเมิด อาจพ้นสถานะมาอยู่WL

'พาณิชย์' เผยข่าวดี 'ยูเอสทีอาร์' อาจทบทวนสถานะไทยด้านทรัพย์สินทางปัญญานอกรอบ หลังพอใจผลปราบปรามการละเมิด เตรียมแจ้งผลใน 2 สัปดาห์ ถ้าไม่มีปัญหา ได้เลื่อนสถานะมาอยู่กลุ่มดับบลิวแอลภายในปีนี้แน่...
 

เมื่อวันที่ 23 ก.ค.60 น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในระหว่างการเดินทางเยือนสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้มีโอกาสพบหารือกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) โดยได้แจ้งความคืบหน้าการดำเนินการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ 6 แห่งที่มีการขายสินค้าละเมิดจำนวนมาก และเห็นได้ชัดเจน ทั้งศูนย์การค้ามาบุญครอง, ตลาดโรงเกลือ จังหวัดสระแก้ว, ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ประตูน้ำ, คลองถม, บ้านหม้อ และตลาดนัดจตุจักร ทั้งนี้ ยูเอสทีอาร์พอใจผลการดำเนินงานของไทยมาก เพราะแทบไม่เห็นของละเมิดวางขาย และบางแห่งที่เป็นศูนย์การค้า ไม่มีของปลอมวางขายแล้ว เพราะเจ้าของอาคารให้ความร่วมมือกับทางการไม่ให้ผู้ค้าของละเมิดเช่าพื้นที่ขายของปลอมอีกต่อไป ซึ่งยูเอสทีอาร์อาจมีการทบทวนนอกรอบเกี่ยวกับสถานะของไทยด้านทรัพย์สินทางปัญญา ตามกฎหมายการค้าสหรัฐฯ มาตรา 301 พิเศษ            

“ยูเอสทีอาร์ขอเวลา 2 สัปดาห์แล้วจะตอบกลับว่า จะทบทวนสถานะของไทยนอกรอบหรือไม่ ซึ่งตามขั้นตอนแล้ว ไทยจะต้องจัดทำรายงานการดำเนินการด้านต่างๆ ในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา จากนั้นยูเอสทีอาร์จะเปิดรับฟังความเห็นของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะภาคเอกชนเจ้าของสิทธิ์ หากไม่มีปัญหาอะไร ภายในปีนี้ไทยอาจได้รับการเลื่อนสถานะให้ดีขึ้นมาอยู่บัญชีประเทศที่ถูกจับตามอง (ดับบลิวแอล) จากปัจจุบันที่อยู่บัญชีประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ (พีดับบลิวแอล) ต่อเนื่องมา 10 ปี” น.ส.วิบูลย์ลักษณ์กล่าว

ปลัดฯ พาณิชย์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังได้มีโอกาสพบปะกับสมาพันธ์ผู้สร้างภาพยนตร์แห่งสหรัฐฯ (เอ็มพีเอ) และพันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์ (บีเอสเอ) ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มยืนยันว่า พอใจกับการปราบปรามการละเมิดของไทยเช่นกัน และได้แนะนำให้ยูเอสทีอาร์เลื่อนสถานะไทยให้ดีขึ้นมาอยู่ในบัญชีดับบลิวแอล ในช่วงก่อนที่ยูเอสทีอาร์จะประกาศผลการทบทวนสถานะเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา แต่ยูเอสทีอาร์กลับยังคงสถานะไทยที่พีดับบลิวแอลเช่นเดิม

นางสาววิบูลย์ลักษณ์ กล่าวอีกว่า ยังได้มีโอกาสพบกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เพื่อหารือถึงแนวทางขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งได้ชี้แจงว่า ขณะนี้มีภาคเอกชนไทยเข้าไปลงทุนในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น อย่างเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่เข้าไปลงทุนผลิตอาหารแปรรูป และอาหารสำเร็จรูป เพื่อส่งออกต่อไปทั่วโลก หรืออย่างปตท.จำกัด (มหาชน) ได้เข้าไปลงทุนผลิตปิโตรเคมี และพลังงาน รวมถึงบริษัทอื่นๆ อีกหลายราย ซึ่งจะช่วยสร้างงานสร้างรายได้ให้กับสหรัฐฯ อีกมาก.