วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ส่องเครื่องยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2017 เครื่องอะไรคว้ารางวัลชนะเลิศมาดูกัน

International Engine of The Year คือรางวัลเครื่องยนต์ยอดเยี่ยมที่สื่อมวลชนทั่วโลกมอบให้กับบริษัทรถยนต์ที่สามารถผลิตเครื่องยนต์เจ๋งๆออกมาให้ใช้งาน International Engine of The Year ยังถูกจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยนิตยสาร Engine Technology โดยมีคณะกรรมการที่มาจากสื่อมวลชนสายยานยนต์ทั่วโลก ร่วมให้คะแนนเครื่องยนต์ที่คิดว่าทำงานได้ดีที่สุด และมอบประสิทธิภาพการขับเคลื่อนให้กับรถยนต์รุ่นนั้นๆ ได้เหนือกว่าเครื่องยนต์ชนิดอื่นที่มีขนาดความจุเท่ากัน การตัดสินที่เป็นไปตามมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขแรงบิด การตอบสนองขณะทดสอบ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และการปล่อยของเสียรวมถึงระดับเสียง ไล่เรียงจากเครื่องความจุน้อยสุด ไปจนถึงเครื่องยนต์ของรถซุปเปอร์คาร์ และนี่คือเครื่องยนต์ 8 ตัวที่เข้าวินในปีนี้


International Engine of the Year 2017

Performance Engine
Ferrari 3.9-litre biturbo V8
Ferrari 488 GTB/Spider
สุดติ่งกับเครื่องรุ่นใหม่จากแบรนด์ซุปเปอร์คาร์ตราม้า เครื่องยนต์ V8 รุ่นใหม่ที่วางใน Ferrari 488 GTB/Spider เข้าวินด้วยประสิทธิภาพของแรงบิด การปล่อยมลพิษ และสมรรถนะที่ดีเริด ส่งผลให้ยอดขายของรถสปอร์ตรุ่น 488 พุ่งทะยานอย่างต่อเนื่อง 488 GTB ใช้เครื่องยนต์ขนาด 3.9 ลิตร ทวินเทอร์โบชาร์จ V8 ซึ่งเล็กลงกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ เครื่องยนต์สามารถทำแรงม้าได้ 670 แรงม้า หรือ 493 kW ที่ 8,000 rpm และแรงบิดขนาด 760 นิวตันเมตร (561 lb·ft) ที่ 3,000 rpm

488GTB / Spider ใช้ระบบเกียร์ดูอัลคลัตช์-7 จังหวะ จากรถแข่งฟอร์มูลาวัน รูปลักษณ์ภายนอกของรถมีความคล้ายคลึงกับ 458 อัดจาก 0-100 ใน 3.0 วินาที ความเร็วสูงสุด 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำคะแนนได้ 251 แต้ม ทิ้งห่างเครื่องยนต์รุ่นล่าสุดของ Porsche 3-litre six-cylinder turbo ซึ่งประจำการอยู่ในรถสปอร์ต Porsche 911 Carrera, 911 Carrera 4, 911 Carrera S, 911 Carrera 4S, Carrera GTS) ที่ทำคะแนนตามมาห่างๆ 216 คะแนน

Green Engine
Tesla full-electric powertrain
(Tesla Model S, Model X)
แม้รถไฟฟ้าจะยังไม่แพร่หลายเท่าที่ควรแต่สักวันรถแบบนี้จะกลายเป็นพาหนะหลักของผู้ในคนโลกอนาคต เครื่องยนต์ไม่มี มีแต่มอเตอร์ไฟฟ้าของ Tesla full-electric powertrain ในรถ Tesla Model S, Model X คว้าชัยชนะเหนือรถไฟฟ้า BMW i8 ไปอย่างขาดลอยด้วยคะแนน 202 ต่อ 143

มอเตอร์ไฟฟ้าของมันมีกำลังมหาศาลถึง 581 kw หรือ 779 แรงม้า แรงบิดทะลุโลกมากถึง 1,250 นิวตันเมตร ชาร์จไฟเต็มแบตฯ วิ่งไกลถึง 400 กิโลเมตรโดยไม่ปล่อยมลพิษแม้แต่นิดเดียว

Best Engine Above 4-Litre
Ferrari 6.3-litre V12
Ferrari F12, F12 tdf
Ferrari F12 TDF เป็นซุปเปอร์คาร์เครื่องวางหน้าขับเคลื่อนล้อหลังสุดคลาสสิก กำลัง 769 แรงม้า เพิ่มขึ้นอีก 39 แรงม้า จาก F12 รุ่นปกติ แรงบิดทะยานไปที่ 520 ปอนด์-ฟุต หรือ 702 นิวตันเมตร ในย่าน 6,000 รอบต่อนาที เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 2.9 วินาที และมีความเร็วปลายไหลไปได้ถึง 340 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การปรับปรุงไส้ในของเครื่อง V12 ทำให้คนขับสามารถลากรอบเครื่องได้ถึง 8,900 รอบต่อนาที ด้วยเครื่องยนต์ไซส์ยักษ์ที่ไม่มีความจำเป็นต้องพึ่งพาระบบอัดอากาศแต่อย่างใดทั้งสิ้น (เป็นเครื่องยนต์หายใจเองไม่มีเทอร์โบ) ค่าแรงกดหรือ downforce เพิ่มขึ้น 87% จากชิ้นงานแอร์โรพาร์ท น้ำหนักตัวเบาขึ้น 110 กิโลกรัม

ไส้ในของ F12 TDF ถูกทะลวงโมให้มีกำลังมากยิ่งขึ้นโดยปรับชิ้นส่วนภายในบางชิ้นแบบตัวแข่ง ท่อไอดีทรงปากแตร เกียร์ F1 DCT ใช้คลัตช์ 2 ชุด เพื่อความว่องไวในการสับเปลี่ยนอัตราทด โดยทำการปรับอัตราทดให้หดสั้นลงอีก 6% ตัดจังหวะของการชิฟเกียร์ขึ้น-ลงให้เร็วขึ้นอีก 30-40% ตามลำดับ ล้อหน้าน้ำหนักเบากับชุดแต่งเสริมความโหดทำจากงานคาร์บอนเกรดสูง เซฟน้ำหนักได้ถึง 110 กิโลกรัม ทำให้ Ferrari F12 TDF มีน้ำหนักเพียงแค่ 1,520 กิโลกรัมเท่านั้น ระบบอากาศพลศาสตร์ที่ก้าวไกลของม้าลำพองปรับปรุงให้ F12 TDF มีรูปแบบที่แตกต่างไปจาก F12 รุ่นเดิมๆ ครีบรีดอากาศส่วนหน้าหรือสปลิตเลอร์ สปอยเลอร์หลังยาวขึ้น 60 มิลลิเมตร กระจกบังลมบานหลังถูกปรับแก้ให้มีแนวที่ตั้งฉากมากกว่าเดิม ในย่านความเร็ว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนท้ายของตัวรถสามารถสร้างแรงกดหรือ downforce ได้มากถึง 230 กิโลกรัม จาก 123 กิโลกรัม ใน F12 รุ่นปกติ ชุดบังคับเลี้ยวใช้พวงมาลัยไฟฟ้าแบบแอคทีฟ รวมถึงระบบห้ามล้อหรือเบรกที่หยิบยืมมาจากไฮเปอร์คาร์ LaFerrari การส่งมอบ Ferrari F12 TDF ให้กับลูกค้าคนรวยทั่วโลกที่ทำการสั่งจองจะเริ่มขึ้นในปีนี้ (2017) จากจำนวนการผลิตทั้งหมด 799 คัน เครื่องยนต์ V12 ของม้าลำพองที่ซิวรางวัลเครื่องยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2017 ในรุ่นความจุไม่ต่ำกว่า 4 ลิตร สามารถทำคะแนนได้ 203 คะแนน ทิ้งหายเครื่องยนต์ V10 ประสิทธิภาพสูงของ Audi R8 V10 Plus และ Lamborghini Huracan ที่ทำได้แค่ 153 คะแนน 

Best Engine 2.5-Litre to 3-Litre
Porsche 3-litre six-cylinder turbo
Porsche 911 Carrera, 911 Carrera 4, 911 Carrera S, 911 Carrera 4S, Carrera GTS
มาที่รางวัลเครื่องยนต์ยอดเยี่ยมความจุ 2.5 ลิตรถึง 3 ลิตร เครื่องยนต์ Boxer ของ Porsche 911/2 ซึ่งเป็นเครื่องสูบนอนรุ่นใหม่อัดอากาศด้วยเทอร์โบเข้าวินเหนือเครื่อง 6 สูบเรียงเทอร์โบคู่ประสิทธิภาพสูงของ BMW M3/M4 ด้วยคะแนน 310 ต่อ 135 แซงเข้าวินชนิดขาดลอย !! เป็นเครื่องยนต์รุ่นล่าสุดที่มีการตอบสนองดีสุดเท่าที่ Porsche เคยผลิตออกมา ประจำการอยู่ในรถสปอร์ต Porsche 911 Carrera, 911 Carrera 4, 911 Carrera S, 911 Carrera 4S, Carrera GTS

ความยืดหยุ่นของเครื่องรุ่นนี้ทำให้ปรับแรงม้าออกมาได้หลายระดับเพื่อให้เข้ากับคาแรกเตอร์ของ 911/2 ในแต่ละโมเดลได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผมลองขับมาแล้วที่เซปังขอบอกว่าสุดจริงๆ กับเครื่องสูบนอนรุ่นใหม่ของเจ้าชายกบ แม้แต่เครื่อง 6 สูบเรียงเทอร์โบคู่ที่เจ๋งสุดของ BMW M3/M4 ก็ยังเทียบไม่ได้

Best Engine 2-Litre to 2.5-Litre
Audi 2.5-litre five-cylinder turbo
Audi RS3, TT RS

นี่คือการประกาศศักยภาพด้านขุมกำลังของ Audi อย่างแท้จริงในเครื่องยนต์ความจุ 2.0-2.5 ลิตร อัดเทอร์โบ เครื่องยนต์ 2.5-litre five-cylinder turbo หรือเครื่องยนต์ 5 สูบ 20 วาว์ล เทอร์โบแปรผันของแบรนด์ 4 ห่วง มีชัยเหนือเครื่องสูบนอนแบบ 4 กระบอกสูบที่ประจำการอยู่ใน Porsche 718 Cayman /718 Boxster ด้วยคะแนน 357 ต่อ 276

เครื่องยนต์ 5 สูบ 2.5 ลิตร เทอร์โบ ประจำการอยู่ในรถสายโหดอย่าง Audi RS3 / Audi TT RS มีปริมาตรความจุ 2,480 ซีซี กำลัง 400 แรงม้ากับแรงบิด 480 นิวตันเมตร เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 3.9 วินาที ท็อปสปีด 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

Best Engine 1.8-Litre to 2-Litre
Porsche 2-litre turbo
Porsche 718 Boxster, 718 Cayman
นี่คือเครื่องยนต์ 2 ลิตรที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดของ Porsche ประจำการอยู่ในรถสปอร์ต Porsche 718 Boxster, 718 Cayman คว้าชัยชนะอย่างฉิวเฉียดเหนือเครื่องยนต์จอมโหด 2 ลิตรของ Mercedes Benz A45 CLA45 GLA45 ด้วยคะแนน 182 ต่อ 176 เคยลองมาหลายครั้งแล้วทั้งในสนามและบนถนนปกติ ต้องยอมยกนิ้วให้กับสมรรถนะของเครื่องยนต์รุ่นใหม่ตัวนี้ ทั้งเล็กทั้งแรง ขับสนุกและมีเสียงท่อที่โหดมากๆ

เครื่องยนต์ 4 สูบนอนตัวใหม่พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จ ติดตั้งใน 718 Cayman กับ 718 Boxster ส่งผลถึงการตอบสนองต่อการเร่งความเร็ว การบังคับควบคุมและประสิทธิภาพการทำงานอันเยี่ยมยอดไร้ที่ติทั้งในรุ่นคูเป้ (Coupe) และ โรดสเตอร์ (roadster) ให้พละกำลังในรุ่นปกติที่ 300 แรงม้า (221 กิโลวัตต์) จากความจุเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร 4 กระบอกสูบ

Best Engine 1.4-Litre to 1.8-Litre
BMW 1.5-litre three-cylinder electric-gasoline hybrid
BMW i8
1.5 ลิตร เทอร์โบ 231 แรงม้า บวกมอเตอร์ไฟฟ้า 131 แรงม้า 0-100 ใน 4.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ประหยัดเชื้อเพลิง 113 ไมล์ต่อแกลลอน ปล่อย CO2 ต่ำเพียง 59 กรัม/กิโลเมตร เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบแบบแถวเรียง มีปริมาตรความจุแค่ 1,499 ซีซี 12 วาล์ว อัดอากาศด้วยเทอร์โบ ให้กำลัง 231 แรงม้าที่ 5,800 รอบต่อนาที แรงบิดจากเครื่องวัดได้ 236 ปอนด์-ฟุต ที่ 3,700 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังที่ล้อหน้าผ่านมอเตอร์ใช้เกียร์แบบ 2 สปีดออโต ส่วนชุดส่งกำลังจากล้อหลังผ่านเครื่องยนต์เป็นเกียร์ 6 สปีดออโต ตัวเลขอัตราส่วนการกระจายน้ำหนักหน้า 48% หลัง 52% น้ำหนักตัวรถทั้งคันที่ 1,485 กิโลกรัม

ตัวเลข 231 แรงม้าที่เป็นย่านกำลังของเครื่อง 3 สูบนับว่าสูงมาก มอเตอร์สตาร์ตและไดชาร์จขับเคลื่อนด้วยสายพาน ใต้ท้องบริเวณกึ่งกลางลำตัวซึ่งเป็นที่อยู่ของแบตเตอรี่แบบลิเทียมไอออน กำลัง 5.2 กิโลวัตต์ แบตฯ มีประสิทธิภาพสูง ออกแบบมาเพื่อการชาร์จกระแสไฟเข้าอย่างรวดเร็ว โดยสามารถชาร์จกำลังไฟ 80% ในสถานีจ่ายไฟด้วยระยะเวลาเพียง 2 ชั่วโมง ความเบาของตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ทำให้ i8 วิ่งได้โดยไม่ต้องติดเครื่องยนต์ที่ความเร็วไม่เกิน 100-110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไกล 35 กิโลเมตร เมื่อขับอยู่ในโหมดมอเตอร์ล้วน ระบบเกียร์แบบ 2 สปีดที่ล้อขับเคลื่อนคู่หน้าจะอยู่ในอัตราทดต่ำ มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนที่ล้อหน้าสามารถปั่นพลังแรงบิดที่ย่านความเร็ว 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยอัตราทดเกียร์สูงได้โดยไม่ทำให้รอบของการหมุนสูงมากจนเกินไป ระบบจัดการแรงบิดทั้งหน้าและหลังจะผสานการทำงานถ่ายเทแรงบิดแบบอัตโนมัติและเป็นชิ้นส่วนที่ยุ่งยากสลับซับซ้อนมากที่สุดของ BMW i8

Best Engine 1-Litre to 1.4-Litre
PSA Peugeot Citroen 1.2-litre three-cylinder turbo
Peugeot 208, 308, 2008, 3008, 5008, Citroen C3, C3 Picasso, C4, C4 Cactus, C4 Picasso / Grand Picasso, DS3, DS4)
เครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร แบบ 3 กระบอกสูบ อัดอากาศด้วย turbocharged กำลัง 129 แรงม้า เป็นเครื่องยนต์ที่ได้รับรางวัลเครื่องยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2017 ในรุ่นความจุไม่เกิน 1.0-1.4 ลิตร ประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม เร่งจาก 0-100 ใน 10.8 วินาที โดยมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 21 กิโลเมตรต่อลิตร ปล่อย Co2 ต่ำแค่ 107 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร

วางใน Citroen C3 Flair 1.2 PureTech 130 แรงม้า เป็นเครื่องยนต์ที่คนไทยไม่ค่อยรู้จักเนื่องจาก Peugeot Citroen ในประเทศไทยนั้นขายดีซะเหลือเกิน! เครื่อง 3 สูบรุ่นนี้ คว้าชัยชนะเหนือเครื่องยนต์ของ MINI-BMW 1.2-litre three-cylinder turbo ที่วางใน Mini One 2017 ด้วยคะแนน 239 ต่อ 154 ทิ้งกันแบบไม่เห็นฝุ่น

Best Engine Sub 1-Litre
Ford 999cc three-cylinder turbo
Ford Fiesta, B-Max, Focus, C-Max, Grand C-Max, Mondeo, EcoSport
เครื่องดีได้รางวัลแต่เกียร์ห่วยทำให้ขายไม่ออก Ford สามารถผลิตเครื่องยนต์ที่ดีเยี่ยมออกมาจนคว้ารางวัลติดๆ กันนานหลายปีแล้วแต่สมควรที่จะไล่วิศวกรระบบส่งกำลังของ Fiesta ให้ไปหางานใหม่ทำ เครื่องยนต์ Ecoboost 1.0 ลิตร ภายใต้สิทธิบัตรของ Ford เจ้าของรางวัลเครื่องยนต์ยอดเยี่ยมระดับนานาชาตินานหลายปี

Ecoboost 1.0 ลิตร เป็นเครื่องยนต์เบนซินแบบ 3 สูบ ที่ผสานการทำงานของระบบไดเร็กอินเจ็กชั่น เข้ากับเทอร์โบชาร์จ และระบบวาล์วแปรผัน กำลัง 125 แรงม้า (92 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 170 นิวตันเมตร เทียบชั้นได้กับเครื่องยนต์เบนซินทั่วไปขนาด 1.6 ลิตร โดยแรงบิดสูงสุดมาที่ความเร็วเครื่องยนต์ ตั้งแต่ 1,400-4,500 รอบต่อนาที ประกบกับเกียร์อัตโนมัติเจ้าปัญหาที่พาให้เจ๊งยาว เป็นเกียร์ PowerShift 6 Speed วิศวกรของ Ford เคลมว่า จะมีอัตราการประหยัดน้ำมันประมาณ 18.9 กิโลเมตร/ลิตร และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 121 กรัม/กิโลเมตร เครื่อง 3 สูบขนาด 1 ลิตรของ Ford ทำคะแนนได้ 254 คะแนน มีชัยเหนือเครื่องยนต์ 1 ลิตรของ Volkswagen 999cc three-cylinder turbo ที่วางในรถ Audi A1, Q2, Seat Ateca, Leon, Ibiza, Volkswagen Golf, Up, Polo โดยเครื่องยนต์ของ Volkswagen แพ้ไปอย่างฉิวเฉียดที่ 241 คะแนน

New Engine
Honda 3.5-litre V6 electric-gasoline hybrid
(Honda / Acura NSX)
Honda NSX วางขุมกำลังไว้กลางลำตัวพร้อมกับฝังมอเตอร์สามตัวเอาไว้ในล้อกับในชุดส่งกำลัง! ซ่อมกันแต่ละครั้งช่างอยากฆ่าตัวตายเนื่องจากความซับซ้อนของระบบขับเคลื่อน เครื่องยนต์ใหม่ยอดเยี่ยมประจำปี 2017 ที่คว้ารางวัลไปในปีนี้ เป็นเครื่องยนต์แบบ V6 เทอร์โบคู่ 3.5 ลิตร ของ NSX ซุปเปอร์คาร์พลังไฮบริดของ Honda มันถูกวางตามยาวทำมุม 75 องศา บล็อกเครื่องยนต์ผลิตขึ้นจากอะลูมินั่มอัลลอย ระบบอัดอากาศใช้เทอร์โบคู่แบบแยกฝั่งพร้อมตัวช่วยลดอุณหภูมิไอดีอินเตอร์คูลเลอร์ ระบบหล่อลื่นแบบอ่างแห้งหรือ Drysump

NSX ส่งกำลังผ่านล้อคู่หลังด้วยชุดเกียร์คลัตช์คู่หรือเกียร์ทวินคลัตช์ 9 สปีด ล้อคู่หน้าติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าเสริมแรง NSX รุ่นล่าสุดแตกต่างจากรุ่นแรกโดยใช้การเสริมแรงบิดขั้นยิ่งยวดด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตำแหน่งในรูปแบบ Sport Hybrid ล้อขับเคลื่อนคู่หน้าใช้มอเตอร์สองตัวแยกฝั่งซ้าย-ขวาสำหรับการเทแรงบิดส่วนมอเตอร์อีกตัวทำหน้าที่เป็นเครื่องปั่นไฟโดยฝังเอาไว้ในเกียร์คลัตช์คู่ 9 สปีด แบตเตอรี่ไฮบริดติดตั้งอยู่ด้านล่างหลังเบาะคนขับและผู้โดยสาร

เนื่องจาก NSX ทำตัวเป็นซุปเปอร์คาร์ไม่ใช่รถไฮบริดประหยัดพลังงานมันจึงไม่มีระบบชาร์จไฟแบบปลั๊กอิน รวมถึงกำลังไฟจากแบตเตอรี่ก็ใช้ได้แค่ช่วงสั้นๆ ทำให้มันวิ่งด้วยกระแสไฟฟ้าได้ไม่ไกลนัก นอกจากจะทำตัวเป็นรถสปอร์ตขับเคลื่อนสี่ล้อแล้ว ระบบควบคุมเสถียรภาพ Agile Handling Assist ที่เสริมเข้ามายังทำให้ขับได้ง่ายขึ้นอีกด้วย เครื่องยนต์ เกียร์ ชุดแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้ายังมีการระบายความร้อนที่ดีด้วยการติดตั้งอุปกรณ์ระบายความร้อนกว่า 10 จุด แอร์โรไดนามิกส์ที่ลงตัวมีการบังคับให้อากาศไหลผ่านโดยไม่ส่งผลกระทบกับประสิทธิภาพของการทรงตัวในย่านความเร็วสูง เครื่องยนต์ V6 ทวินเทอร์โบของ Honda เข้าวินด้วยคะแนน 143 แต้ม มีชัยชนะเหนือเครื่องยนต์ดีเซลประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ล่าสุดของ Mercedes Benz ซึ่งประจำการในซาลูนสุดสวย New E-Class E220d W213 ที่ทำได้แค่ 116 คะแนน แม้เครื่องดีเซลของ E220d สามารถทำระยะได้ 1,000 กิโลเมตรด้วยเชื้อเพลิงเพียงแค่ถังเดียวแถมยังขายดิบขายดีไปทั่วโลก!! งานนี้บอกตามตรงว่ามีงง.  

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th

Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/