วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'องอาจ' ชู3ข้อเด่น ก.ม.อาญานักการเมือง คาด 'บิ๊กตู่' ไม่ส่งศาลฯ ตีความ

"องอาจ" บอกไม่เห็น ก.ม.คดีอาญานักการเมืองขัด รธน. คาดนายกฯ ไม่ส่งศาล รธน.ตีความ

 ยก 3 ข้อเด่น "เพิ่มศักยภาพ-ป้องกันทุจริต-สร้างความยุติรรมให้สังคม"

เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 60 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีการขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ส่งร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า เมื่อพิจารณาเนื้อหาสาระจากร่าง พ.ร.ป.ฉบับนี้แล้ว ตนไม่เห็นว่ามีอะไรที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด และนายกรัฐมนตรีก็คงไม่ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพราะถ้ารับฟังเหตุผลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และข้อมูลที่เกี่ยวกับร่าง พ.ร.ป.นี้จากภาคส่วนต่างๆ ก็คงเห็นพ้องต้องกันว่า ไม่น่าจะมีส่วนไหนที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

นายองอาจ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้สาระสำคัญของร่าง พ.ร.ป.นี้ที่มีการพูดถึงกันมาก คือ การพิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้ ก็เป็นกรณีที่ศาลรับฟ้องไว้แล้ว และมีหมายเรียก แต่จำเลยไม่มาศาล จนต้องมีการออกหมายจับ แต่จับจำเลยไม่ได้ภายใน 3 เดือน นับแต่ออกหมายจับ ให้ศาลมีอำนาจพิจารณาคดีได้ โดยไม่ต้องกระทำต่อหน้าจำเลย และการหนีคดีไม่ว่าจะหนีในชั้นพิจารณาคดี หรือหลังศาลมีคำพิพากษาโดยไม่ให้นับอายุความนั้น จากสาระสำคัญดังกล่าว ทำให้ร่าง พ.ร.ป.นี้มีจุดเด่นที่สำคัญอยู่ 3 ประการ คือ 1. เพิ่มศักยภาพในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้เกิดประสิทธิผลมากขึ้น 2. ทำให้นักการเมืองส่วนหนึ่งที่ใช้อำนาจอิทธิพลทางการเมืองกระทำการทุจริต ต้องคิดคำนึงถึงผลลัพธ์ที่จะได้รับจากกฎหมายมากขึ้น ไม่สามารถใช้ประโยชน์ทางกฎหมายในการหลบหนีคดี จนขาดอายุความได้อีกต่อไป และ 3. สร้างความยุติธรรมให้กับสังคม ด้วยการสามารถยึดทรัพย์สินเงินทองที่จำเลยทุจริตเอาไปกลับคืนมาเป็นของแผ่นดิน รวมถึงการเรียกค่าเสียหาย เมื่อมีการพิจารณาคดีลับหลังจำเลยต่อเนื่องได้จนมีคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งถือเป็นการสร้างความยุติธรรมให้กับสังคมส่วนรวม