วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยุบพรรคต้องตอบคำถามสังคม

โดย หมัดเหล็ก

รายงานจาก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ระบุในการตั้งคณะกรรมการร่วม 3 ฝ่ายพิจารณาแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองในประเด็น ไพรมารีโหวต โดยตัวแทนคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมืองมี พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม เป็นประธาน ได้เสนอให้คณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายพิจารณาแก้ไขใน 10 ประเด็นให้สอดคล้องและปฏิบัติได้

อาทิ ปัญหา การคัดเลือกตัวแทนพรรคการเมืองประจำเขตเลือกตั้งไม่ทัน เพราะยังไม่มีการแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้แก้เป็นจังหวัดใดมีสมาชิกพรรคตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป ให้เลือกตัวแทนพรรคประจำจังหวัดโดยยึดตามเขตเลือกตั้งของจังหวัดนั้นๆแทน สามารถจะประชุมและส่งผู้สมัครได้ทุกเขตเลือกตั้ง

การส่ง ผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือก ตั้งคณะกรรมการสรรหาจะต้องมีสัดส่วนตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดไม่น้อยกว่า 4 คน เว้นถ้ามีไม่ถึง 4 คนก็ให้ใช้เท่าที่มีอยู่ ให้อำนาจการตัดชื่อผู้สมัครที่มีความประพฤติไม่เหมาะสม โดยให้ใช้มติของกรรมการบริหารกับคณะกรรมการสรรหา มีมติ 4 ใน 5 ให้เลือกผู้สมัครคนอื่นได้

การสมัครแบบบัญชีรายชื่อ ให้กรรมการบริหารพรรค หัวหน้าสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดเสนอชื่อผู้สมัครได้คนละไม่เกิน 150 ชื่อ โดยให้สมาชิกลงคะแนนเลือกได้ไม่เกิน 15 ชื่อ กรณี หัวหน้าพรรค ประสงค์สมัครแบบบัญชีรายชื่อให้อยู่ในอันดับ 1 คณะกรรมการบริหารพรรคใช้มติ 2 ใน 3 ตัดผู้สมัครออกไปได้

การกำหนดบทลงโทษทางอาญาและทางการเมือง การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบแดง) การเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง (ใบดำ) ตัดสิทธิการเลือกตั้งทั้งชีวิต การยุบพรรคการเมือง กรณีที่หัวหน้าพรรค การเมือง คณะกรรมการบริหารพรรค สาขาพรรค หรือตัวแทนพรรค การเมืองประจำจังหวัด ไม่ดำเนินการเรื่องการส่งผู้สมัครให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย หรือยินยอมให้บุคคลที่ไม่ได้เป็นสมาชิกเข้าแสดงความคิดเห็นหรือออกเสียงลงคะแนนในการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท และส่งให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งให้ถือว่าสมาชิกทุกคนเป็นผู้เสียหาย

การทำไพรมารีโหวต ผู้ใดกระทำการให้ เสนอให้สัญญาว่าจะให้ผลประโยชน์อันใด ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมเพื่อให้สมาชิกลงคะแนนให้กับตนเองหรือผู้อื่น หรืองดเว้นการลงคะแนน มีโทษจำคุก 10 ปี ปรับตั้งแต่ 2 หมื่นถึง 2 แสนบาท ให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งด้วย

หากพบว่าพรรคการเมือง หรือผู้ใดเรียกรับผลประโยชน์เพื่อให้สมาชิกผู้ใดลงสมัครหรือไม่ลงสมัคร มีโทษจำคุก 1-5 ปี ปรับตั้งแต่ 2 หมื่นถึง 1 แสนบาท และศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น และถ้าเป็นการกระทำของพรรค หัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค ให้ถือว่ากรณีดังกล่าวเป็นเหตุที่จะยุบพรรคการเมืองได้ด้วย

เอาแค่ขั้นตอนการสรรหาผู้สมัครโดยวิธีไพรมารีโหวตแค่เรื่องเดียว พรรคการเมือง ก็หืดขึ้นคอแล้ว ดีไม่ดีอาจนำไปสู่การยุบพรรคเอาดื้อๆ ไม่ต้องรอรับกรรมหลังการเลือกตั้ง ก่อนเลือกตั้ง ต้องลุ้นกันน้ำลายเหนียวแล้ว.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th