วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อีกคำถามที่รัฐจะต้องตอบ

รวยกระจุก จนกระจาย

อย่างที่ผมเริ่มต้นเรื่องอย่างนี้ก็เพราะมีการพูดกันมากว่าการที่เศรษฐกิจของประเทศซึ่งทำท่าว่าจะดีขึ้นแต่ก็ยังไม่ดีขึ้นแม้ตัวเลขการส่งออกจะขยับตัวสูงขึ้นกว่าที่ผ่านมา การลงทุนโครงการใหญ่ของรัฐก็เดินหน้าไปมาก

แต่การหมุนเวียน “เงิน” ยังไม่ดีขึ้นแต่อย่างใด โดยเฉพาะคนส่วนใหญ่ไม่มีเงินจับจ่ายหรือเพราะไม่ต้องการใช้เงินแต่เก็บสะสมเอาไว้ดีกว่า

เพราะยังไม่เชื่อมั่นในสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ การเมืองและความเป็นไปของบ้านเมืองยังไม่รู้ว่าจะเป็นไปอย่างไรต่อไป

หรือเป็นเพราะทีมเศรษฐกิจยังไม่มีฝีมือพอ

เผอิญนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เปิดเผยหลังจากที่ได้โยนคำถาม 4 ข้อให้ประชาชนทั่วประเทศตอบ ซึ่งคงได้รับรู้และรับฟังกันไปแล้ว

แต่มีคำตอบของประชาชนเพิ่มเติมมาอีก 3 ข้อ

1.นักการเมืองที่ไม่เหมาะสม ไม่สมควรเข้ามา เหตุใดนัก การเมืองจึงยอมลงทุนด้วยเงินจำนวนมากเพื่อให้ได้เข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งน่าจะไม่ใช่การเสียสละเข้ามาทำงานเพื่อประโยชน์ของ ประเทศชาติและประชาชน

ได้ประโยชน์ส่วนตัว นอกจากสิทธิพึงมีพึงได้หรือไม่ ทำไมบางพรรคสามารถปั่นให้เห็นว่าการเลือกตั้งจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น

2.น่าจะมีกฎหมายป้องกันการกินรวบของนายทุนใหญ่ เพิ่มปัญหาความเหลื่อมล้ำ “รวยกระจุก จนกระจาย” คนไทยมี 67ล้านคน แต่มีนายทุนใหญ่เพียง 1,000 ครอบครัว ที่เหลือเป็นคนจนแล้วจะอยู่กันอย่างไร

คำตอบแรกคงไม่ต้องหยิบยกมาว่ากันเพราะเป็นเรื่องของประชาชนทุกคนจะต้องเรียนรู้และเข้าใจตีโจทย์ให้แตกเพื่อเลือกนักการเมืองที่ดีเข้าสู่อำนาจ

คำตอบที่ 3 นั้น นายกฯบอกว่าเนื่องมาจากการยึดติดการช่วยเหลือแบบเก่าๆ เคยชินกับการแก้ปัญหาปลายทาง ใช้งบประมาณถมลงไปเท่านั้น

แต่ในสภาพความเป็นจริงทุกวันนี้ในสายตาของผมที่ได้สัมผัสจริงพบว่าช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนในทุกวันนี้ดีกว่าที่ผ่านมามากพอสมควร

หมายความว่าคนจนลดน้อยลง แต่ที่สำคัญก็คือช่องว่างระหว่างรายได้นั้นห่างกันมาก ห่างกันเสียจนน่าหวั่นไหว

นี่แหละคือปัญหาสำคัญในโลกนี้ไม่ว่าประเทศไหนก็ตาม

รัฐบาลชุดนี้ได้พยายามที่จะแก้ไขปัญหาระยะยาว ต่อต้านโครงการประชานิยมอย่างเต็มพิกัด แต่หันมาใช้นโยบาย “ประชารัฐ” แทนด้วยการร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชน

แต่ในสภาพความเป็นจริงก็มีความจำเป็นที่จะต้องนำเม็ดเงินช่วยเหลือคนยากคนจนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเป็นความจำเป็นเฉพาะหน้า

คำถามก็คือ เม็ดเงินจำนวนไม่น้อยหายไปไหน เหมือนหว่านลงไปถามแม่นํ้า คือไม่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการกระจายรายได้อย่างแท้จริง

ตรงกันข้ามบรรดานายทุนใหญ่ภาคส่วนต่างๆกลับมีรายได้สูงขึ้น มีผลกำไรสูงอันต่างกับสภาพความเป็นจริงทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น

มีการพูดกันด้วยว่า นโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้มุ่งส่งเสริมนายทุนใหญ่มากกว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ

เหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องหาคำตอบมาให้ประชาชนให้ได้ว่าเพราะอะไร และควรจะทำอย่างไรเพื่อให้การแก้ไขให้ตกถึงพวกเขาได้

ไม่ใช่เรื่องที่จะไปโทษรัฐบาลที่ผ่านมา เพราะนี่มันย่างเข้าปีที่ 4 ไปแล้ว.

“สายล่อฟ้า”