วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โต้ดับคารพ.หมอแจง ปัดทอดทิ้ง ‘เด็ก15’ นอนรอ

ยันรักษาเต็มที่-ญาติตำหนิ

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี และ ผอ.รพ.พระจอมเกล้า แถลงกรณีมีผู้โพสต์ในเฟซบุ๊กระบุผู้ป่วยมีอาการปวดท้องรุนแรงส่งตัวมารักษา ถูกปล่อยให้รอจนอาการโคม่าหนักเสียชีวิต ยืนยันแพทย์ และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทุกคนดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างเต็มที่ แต่คนป่วยมีอาการสมาธิสั้น “ออทิสติก” ไม่สามารถบอกอาการอย่างละเอียด กระทั่งนำตัวเข้าเอกซเรย์ ทำอัลตราซาวนด์ ซีทีสแกน ถึงรู้เส้นเลือดใหญ่ในทรวงอกแตก ไม่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการผ่าตัดรักษา และเสียชีวิต ส่วนอาการของผู้ป่วยพบน้อยรายมีเพียง 5 ในล้านเท่านั้น ส่วนที่มองว่าคนไข้ต้องรอ อาจเป็นช่วงรอผลการอ่านฟิล์มและการตรวจวินิจฉัยของแพทย์

จากกรณีมีผู้โพสต์ในเฟซบุ๊ก ระบุมีผู้ป่วยเป็นเด็กชายวัย 15 ปี มีอาการปวดท้องรุนแรง ถูกส่งตัวจากห้องฉุกเฉิน รพ. ชะอำ จ.เพชรบุรี ไปรักษาต่อที่ รพ.พระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี แล้วคนไข้ถูกปล่อยทิ้งให้รอจนอาการหนักเกิดช็อก แพทย์นำตัวเข้าเอกซเรย์ถึงรู้ว่าเส้นเลือดใหญ่ในกระเพาะแตก และเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยอยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ ไม่ต้องการให้คนไข้รายอื่นๆถูกปล่อยทิ้งให้เสียชีวิต

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ต่อมาเมื่อบ่ายวันที่ 22 ก.ค. ที่ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี นายแพทย์ประจักษ์ วัฒนะกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วยนายแพทย์สาธิต รัตนศรีทอง ผอ.รพ.พระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี แถลงข่าวการเสียชีวิตของผู้ป่วยชื่อนายบี (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ว่า ผู้ป่วยเข้ารักษาอาการปวดท้องที่ รพ.ชะอำ ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา แพทย์ตรวจ รักษาตามปกติ แต่เด็กมีอาการสมาธิสั้น “ออทิสติก” ไม่สามารถบอกอาการได้ละเอียด แพทย์ที่ตรวจเป็นหมอเด็ก และเป็นผู้เชี่ยวชาญ เข้าใจว่าผู้ป่วยอาจกระเพาะทะลุ แต่วินิจฉัยไม่ได้เพราะตรวจไม่เจอ ได้เอกซเรย์ อัลตราซาวนด์ ทุกอย่างแต่อาการไม่ดีขึ้น จึงส่งตัวมารักษาต่อที่ รพ.พระจอมเกล้า เมื่อบ่ายของวันที่ 21 ก.ค.

นายแพทย์ประจักษ์ วัฒนะกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า เมื่อผู้ป่วยมา ถึงโรงพยาบาล แพทย์นำเข้าห้องตรวจที่แผนกอายุรกรรม ก่อนนำไปเอกซเรย์ในเวลา 14.04 น. จนเวลา 14.30 น.ได้ฟิล์มเอกซเรย์ส่งให้แพทย์วินิจฉัยอาการ ระหว่างรอผลผู้ป่วยเกิดเป็นลม แพทย์ปฐมพยาบาล ก่อนรีบนำเข้าห้องฉุกเฉิน ผู้ป่วยความดันตก แพทย์ให้น้ำเกลือและเจาะเลือด นำไปทำซีทีสแกนตรวจคลื่นหัวใจ และทำซีทีสแกนซ้ำ เนื่องจากมีอาการผิดปกติ ระหว่างรอฉีดยาแก้ปวด แพทย์สงสัยเส้นเลือดโป่งพองในช่องท้อง ผู้ป่วยเริ่มกระสับกระส่าย แพทย์มาทราบอาการว่าเส้นเลือดใหญ่ในทรวงอกแตก ยากต่อการรักษา และไม่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะรักษา กระทั่งเวลา 16.38 น. ผู้ป่วยไม่มีชีพจร แพทย์ปั๊มหัวใจ และให้เลือด 2 ถุง กระทั่งเวลา 17.15 น. ผู้ป่วยได้เสียชีวิต คณะแพทย์และผู้เกี่ยวข้องรู้สึกเสียใจ ขอยืนยันไม่ได้ทอดทิ้งผู้ป่วย เพราะมาวันทำการปกติ แพทย์และพยาบาลดูแลรักษาอย่างเต็มที่แล้ว

ด้านนายแพทย์สาธิต รัตนศรีทอง ผอ.รพ.พระจอมเกล้า กล่าวว่า ตั้งแต่รับตัวผู้ป่วย ได้ตรวจสอบการรักษาของแพทย์ และบันทึกต่างๆสอดคล้องกัน ว่าไม่มีการทอดทิ้ง และอยู่ระหว่างการรักษา แต่บางช่วงอยู่ในระหว่างรอผลการวินิจฉัยจากเครื่องมือ เพราะโรคนี้ต้องใช้คอมพิวเตอร์ หรือการทำซีทีสแกน เท่านั้นถึงจะพบ ทางโรงพยาบาลทำทุกอย่าง อาจมีช่วงระหว่างรอผลการอ่านฟิล์มที่อาจมองว่าคนไข้ต้องรอ ขณะรอผลอ่าน แพทย์พยาบาลได้รักษาอาการที่เกิดขึ้นในขณะนั้น เช่น อาการเป็นลม ชีพจรไม่ทำงาน จากภาพที่เห็นยืนยันได้ว่า ได้รักษาเป็นไปตามขั้นตอน แต่โรคดังกล่าวคือเส้นเลือดใหญ่ในทรวงอกที่มีอาการเปราะบางและแตก ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตเฉียบพลัน และโรคนี้พบยากมาในผู้ป่วยเพียง 5 ในล้านรายเท่านั้น

นายแพทย์ประจักษ์ วัฒนะกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี กล่าวเสริมว่า ในส่วนของการเยียวยานั้น จะเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาในส่วนของเหตุสุดวิสัย ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อเยียวยาครอบครัวของผู้เสียชีวิตต่อไป และขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของผู้ป่วย เป็นเรื่องสุดวิสัยจริงๆ ด้วยข้อจำกัดหลายประการ เนื่องจากโรคดังกล่าวเป็นโรคที่ยากต่อการวินิจฉัย และด้วยสภาพของพื้นที่ถึงแม้จะวินิจฉัยอาการได้ก็จริง แต่ไม่มีผู้เชี่ยวชาญทำการผ่าตัดรักษาได้ต้องส่งต่อ และผู้ป่วยได้เสียชีวิตก่อน

ต่อมาเวลา 16.00 น. วันเดียวกัน บิดามารดาของนายบี รับศพลูกชายไปตั้งบำเพ็ญกุศลและรดน้ำศพที่วัดชะอำ ต.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยบิดามารดาอยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจจากการสูญเสียลูกชาย ไม่ยอมให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว โดยให้ญาติที่ไปเฝ้าดูแลนายบีที่โรงพยาบาลก่อนจะเสียชีวิตสัมภาษณ์แทน โดยกล่าวว่าผู้ปกครองของนายบีไม่ติดใจเรื่องการเสียชีวิตของนายบี เพราะทราบจากแพทย์ว่าอาการของนายบียากที่จะรักษา เพียงขอตำหนิว่าทำไมโรงพยาบาลถึงปล่อยให้นายบีนั่งรอบนเก้าอี้รถเข็น และเป็นผู้ป่วยส่งต่อ น่าจะได้รับการตรวจรักษาที่เร็วกว่านี้ ส่วนศพนายบีจะตั้งสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 5 คืน และจะทำพิธีฌาปนกิจต่อไป