วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทหารเขมรรวบอีก 3 ขบวนการ ค้าอาวุธสงครามข้ามชาติ นำตัวเค้นความจริง

ภาพจากไลน์ สมาคมข่าวไทย-กัมพูชา

ทหารเขมรรวบอีก 3 ราย ขบวนการค้าอาวุธสงครามข้ามชาติ นำตัวเค้นความจริง พบรับจ้างเก็บระเบิดให้ประเทศที่ 3 ก่อนลักลอบเก็บไว้ส่วนหนึ่ง เพื่อขายในตลาดมืด เนื่องจากได้ราคาดี ...

หลัง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ได้เดินทางมารับมอบตัว นายพัชระ ใจเที่ยง หนึ่งใน 6 ผู้ต้องหา คดีอาวุธสงคราม จังหวัดสระแก้ว จากตำรวจภูธรภาค 5 หลังหลบหนีไปและถูกจับได้ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทำการสอบสวนขยายผลและดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยมีรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้สอบสวนด้วยตัวเอง

ต่อมาบ่ายของวันที่ 22 ก.ค.60 สมาคมนักข่าวนักสื่อสารมวลชนจังหวัดสระแก้ว ได้รับประสานจากไลน์สมาคมข่าวไทย-กัมพูชา ที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชาว่า กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธร จ.สระแก้ว ร่วมกับ สถานีตำรวจภูธรอรัญประเทศ และสถานีตำรวจภูธรเมืองสระแก้ว ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 6 ราย พร้อมของกลางอาวุธสงคราม จำนวนมาก ซุกซ่อนขนเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ด้วยรถตู้โดยสารสาธารณะ 2 คัน ซึ่งถูกดำเนินคดีข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ และ ร่วมกันพกพาอาวุธปืนหรือติดตัวไปตามทางสาธารณะ เมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและทหาร ได้ขยายผลการสอบสวนที่มาของอาวุธสงครามดังกล่าว พบว่า มีการนำเข้าจากประเทศกัมพูชา บริเวณช่องทางหมู่บ้านป้ายเขียว ต.ทัพพริก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งจากการสืบสวนทราบว่า ขบวนการนี้เคยลำเลียงอาวุธสงครามเข้าไทยมาแล้วหนึ่งครั้ง แต่ ยังไม่พบข้อมูลว่าปลายทางจะอยู่ในประเทศ หรือ ประเทศเพื่อนบ้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ทางการประเทศไทยเข้ากดดันอย่างหนัก พร้อมทั้งขอความร่วมมือไปยังประเทศกัมพูชา กรณีกลุ่มขบวนการค้าอาวุธสงคราม โดยประสานงานกับชุดสืบตำรวจไทย เพื่อขยายผลตรวจสอบ ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจ จ.บันเตียเมียนเจย ร่วมกับตำรวจอำเภอสำเภาลูน จับกุมผู้ต้องสงสัย ทราบชื่อ นายชึม ลีน อายุ 36 ปี ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง มีภูมิลำเนาอยู่ บ.เชอเตรียน ต.จะไรสีมา อ.สำเภาลูน จ.พระตะบอง ที่อาจเกี่ยวโยงกับการซื้อขายอาวุธในพื้นที่ จ.สระแก้ว และจับกุมเพิ่มเติมอีก 2 ราย รวมเป็น 3 ราย อย่างไรก็ตาม ทางการกัมพูชาได้นำผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ไปชี้ช่องทางการขนอาวุธสงครามบริเวณตรงข้ามบ้านป้ายเขียว ต.ทับพริก อ.อรัญประเทศ รอยต่อประเทศไทย-กัมพูชา ก่อนนำตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมและดำเนินคดีต่อไปที่กัมพูชาเค้นอย่างหนัก

สำหรับแหล่งข่าวสมาคมข่าวไทย-กัมพูชา กล่าวว่า กลุ่มเขมรเหล่านี้เป็นคนงานรับจ้างเก็บกู้กับระเบิดให้ประเทศที่ 3 โดยส่วนหนึ่งมีการเก็บคืน และอีกส่วนลักลอบเก็บไว้เอง เพื่อนำไปปล่อยขายในตลาดมืด ได้ราคาดี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จูงใจให้คนงานเขมรลักลอบอาวุธสงครามลักลอบมาขายในไทยดังกล่าว.