วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เกษตรกรสาวกาฬสินธุ์ เปลี่ยนวิถีแก้จน พลิกไร่มันเป็นทุ่งเลี้ยงแพะ-แกะ

เกษตรกรสาวกาฬสินธุ์ พลิกไร่มันเป็นทุ่งเลี้ยงแพะ-แกะ ลงทุนน้อย เลี้ยงง่าย ปล่อยตามธรรมชาติ ที่สำคัญมีตลาดประกันราคา และพ่อค้าคนกลางมารับซื้อถึงที่ ...

วันที่ 22 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามบรรยากาศการประกอบอาชีพของเกษตรกรชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ในยุคที่ต้องปรับตัวตามสถานการณ์เพื่อความอยู่รอด พบเกษตรกรรุ่นใหม่ ชาว ต.นาเชือก อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ นางสาวพิมพิ์ไล ชื่นเมือง อายุ 25 ปี บ้านเลขที่ 120 หมู่ 3 บ้านนาเชือก ได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ที่เคยปลูกมันปะหลังและอ้อย จำนวน 30 ไร่ เป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงแกะเนื้อ เพื่อจำหน่าย

โดย นางสาวพิมพิไล กล่าวว่า พื้นที่แปลงนี้เดิมพ่อแม่ทำเป็นไร่ปลูกมันสำปะหลังและปลูกอ้อย ซึ่งประสบปัญหาด้านต้นทุนการผลิตที่สูงและราคาตกต่ำ พอตนจบการศึกษาในระดับ ปวส.สาขาการตลาดฯ จากสถาบันอาชีวศึกษาแห่งหนึ่งที่ จ.ลำปาง และได้รับการมอบกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงนี้ ทั้งทราบทิศทางการตลาดว่า เนื้อแกะเป็นที่นิยมของชาวมุสลิม รวมทั้งชาวไทยบางกลุ่ม และเป็นที่ต้องการของตลาด สปป.ลาว และเวียดนามเป็นอย่างมาก ซึ่งสามารถแปรรูปเป็นอาหารขึ้นโต๊ะได้หลายเมนู โดยเฉพาะแกะหัน ซึ่งให้เนื้อที่เหนียวแน่น ติดมัน หอมกรุ่น แถมราคายังถูกกว่าเนื้อวัวอีกด้วย โดยแกะขายส่งให้กับผู้รับซื้อตัวเป็น ๆ ราคากิโลกรัมละ 110 บาท แกะอายุ 4 เดือน จะมีน้ำหนักจะอยู่ที่ 30-40 กิโลกรัม 

นางสาวพิมพิไล กล่าวอีกว่า เมื่อมองการตลาดที่กว้างขวาง ขณะที่การทำเกษตรในยุคนี้เริ่มตัน มีปัญหาทั้งค่าปุ๋ย ค่าแรง ความยุ่งยากในการจัดการ ใช้เวลานานกว่าที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิต เสี่ยงต่อการได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติ และราคารับซื้อไม่แน่นอน จึงได้หันมาเลี้ยงแกะฝูง ในช่วง 1 ปีแรกนี้เริ่มต้นจากซื้อพ่อพันธุ์มา 1 ตัว ราคา 12,000 บาท แม่พันธุ์ 1 ตัว ราคา 4,500 บาท ก่อนที่จะขยายพันธุ์และซื้อมาเพิ่มอีกส่วนหนึ่ง เพศเมียตัวหนึ่งๆจะให้ลูกปีละ 3 รุ่น รุ่นละ 2-3 ตัว ขณะนี้มีแพะที่เลี้ยงในฝูง 20 ตัว ซึ่งเลี้ยงง่ายมาก อาหารก็กินหญ้า กินใบไม้ โดยเฉพาะใบกระถิน ซึ่งหาได้ง่ายตามหัวไร่ปลายนา ที่สำคัญปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติ จึงเป็นแกะอินทรีย์ สุขภาพแข็งแรง เนื้อแน่น น้ำหนักตัวดี ที่สำคัญมีตลาดรับซื้อ โดยผ่านพ่อค้าคนกลาง ซึ่งประกันราคาชัดเจน และเคยทดลองส่งขายแล้วหลายรุ่น คือส่งขายเมื่ออายุ 4 เดือน ซึ่งจะมีพ่อค้าคนกลางมารับถึงที่ โดยจะรับส่งลูกค้าเที่ยวละ 3-4 ตัน โดยมีตลาดรับซื้อที่ สปป.ลาว และเวียดนาม รวมทั้งชาวมุสลิมภายในประเทศไทยบางส่วน

“เมื่อทดลองเลี้ยง 1 ปี มองเห็นอนาคตที่จะไปได้ดีกว่าการทำเกษตรอย่างอื่น เพราะลงทุนครั้งเดียวแต่ได้ผลกำไรคุ้มค่า สามารถขยายพันธุ์และต่อยอดได้รวดเร็ว ทันใจ จึงตั้งใจไว้ว่าจะสั่งซื้อลูกแพะมาขุนอีกสัก 50 ตัว และนอกจากนี้ยังยินดีที่เปิดประตูให้ประชาชน นักท่องเที่ยว มาเที่ยวชม เข้ามาเที่ยวชม ป้อนใบไม้ ให้อาหารแพะ เพื่อเป็นจุดท่องเที่ยวในชุมชนอีกแห่งหนึ่ง หรือหากสนใจจะซื้อลูกแพะไปเลี้ยงก็ยินดี และพร้อมที่จะรับซื้อคืนเมื่ออายุถึงช่วงส่งตลาดอีกด้วย การเลี้ยงแพะเนื้อ เพื่อจำหน่ายดังกล่าว จึงคาดว่าจะเป็นอาชีพทางเลือกใหม่ที่ยั่งยืน และมีรายได้ที่มั่นคงกว่าการทำการเกษตรอย่างอื่น” นางสาวพิมพิไล กล่าว.