วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลูกไม้ใต้ต้น เอ็ม บุษราคัม ไม่กดดันเกิดเป็นลูก หม่ำ จ๊กมก

เป็นผู้กำกับหญิงคลื่นลูกใหม่คนล่าสุดของวงการภาพยนตร์ ที่น่าจับตามองสำหรับ เอ็ม บุษราคัม วงษ์คำเหลา ทายาทของ หม่ำ จ๊กมก ศิลปินตลกและผู้กำกับภาพยนตร์ ผู้มากความสามารถ ที่ล่าสุดกระโดดมาเป็นผู้กำกับภาพยนตร์เต็มตัวกับหนังเรื่อง "ส่มภัคเสี่ยน" จาก บริษัท เอ็ม พิคเจอร์ส จำกัด

เจ้าตัวเปิดใจถึงการทำงานร่วมเฟรมกับ หม่ำ เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา ผู้เป็นพ่อที่มาร่วมเล่น และคอยดูแลอยู่ห่างๆ "ส่มภัคเสี่ยน จะเล่าถึงหนุ่มสาวที่ใช้ชีวิตใน จ.นครพนม ชื่อหนังเป็นสำเนียงอีสาน ที่เป็นชื่อตัวละครหลักของเรื่องเลยค่ะ เรื่องราวของคน 3 คนที่มี ส้ม ที่เอ็มเล่น, ภัค ได้ น้องไข่มุก เดอะวอยซ์ มารับบทนี้ และก็ เสี้ยน ที่ โตโน่ แสดง

ส้ม เป็นแฟน เสี้ยน มาตั้งแต่สมัยเรียน จนเมื่อส้มไปทำงานกรุงเทพฯ เสี้ยนก็ยังเฝ้าคอยส้มอยู่ แต่แล้ว ส้ม ก็ไปมีแฟนใหม่และกลับมาบ้านพร้อมที่จะแต่งงาน ทำให้ เสี้ยน หาทางทุกอย่างที่จะชิงส้มกลับมา ใจมาก ส่วนภัคเอง ด้วยความที่เป็นน้องรหัสของเสี้ยนที่มหาวิทยาลัย และเข้านอกออกในบ้านเสี้ยน อยู่บ่อยๆ

ก็มีใจให้ เสี้ยน ในที่สุด มันก็เลยเกิดเป็นเรื่องรัก 3 เส้า ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ซึ่งนอกเหนือจากเรื่องความรัก หนังยังได้เล่าถึงขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวอีสานลงไปด้วย ที่สำคัญในเรื่องก็มีเชิญคุณพ่อมาเล่นด้วย คุณพ่อมาช่วยเล่นเป็น "พระมหาชัย" พระที่คนในหมู่บ้านให้ความเคารพ นับถือ ที่พูดอะไรให้คำแนะนำ คำสอน ชาวบ้านก็เชื่อฟังทำตาม

แต่ความวุ่นๆ เรื่องหนุ่มๆ สาวๆ ชาวบ้าน เอ็มอยากให้มาดูกันว่าพระมหาชัยจะเกี่ยวพันกับเรื่องราวเหล่านี้ยังไงบ้าง พร้อมด้วยทัพนักแสดงที่จะมาช่วยเรียกเสียงฮา ทั้ง แม่สุนารี, ลุงแอ๊ด คาราบาว (ยืนยง โอภากุล), อาติ๊ก ชีโร่ (มนัสวิน นันทเสน), ครูเพชร สหรัตน์ และอีกหลายๆ คนเลยค่ะ"

"มาเป็นผู้กำกับเรื่องนี้ เอ็มภูมิใจ ตั้งใจ และทุ่มเท พยายามมากค่ะ เพราะเอ็มคิดว่าพ่อ คงไม่คิดว่าเอ็มจะทำได้(แอบคิดไปเอง) เอ็มคิดมาเสมอว่า พ่อคงพูดว่าเอ็มจะไปทำได้เหรอ แดดก็แรง กลางคืนฝนก็ตก แมลงก็เยอะ เพราะเอ็มเป็นคนที่กลัวแมลงมาก แต่พอได้เตรียมงาน ได้ครูดี ได้ทีมงานที่มาทั้งแรงใจทั้งพลังกาย

พอมาออกกองจริงๆ ด้วยความที่เอ็มรู้จักทีมงานทุกคนมาตั้งแต่เด็กๆ เลยทำให้เอ็มเองไม่ซีเรียส ไม่เครียด อยากได้อะไรก็พูด แสดงความคิดของเราออกไป และขอความเห็นจากทุกๆ คน พี่ๆ ทุกคนทุกฝ่ายก็เต็มที่ ช่วยกันสุดๆ หรือชอบไม่ชอบอะไรก็บอก เพิ่มเติมตรงนี้ก็พูดเลย ทุกอย่าง ทุกคนช่วยกันอย่างครอบครัวจริงๆ

ซึ่งตอนนี้พอทำงานกองถ่ายเสร็จจบปุ๊บ อ้าว เอ็มรู้สึกทำไมจบเร็วจังอ่ะ แต่ก็ดีใจ ภูมิใจ โล่งใจ จากที่ตอนแรกรู้สึกว่าเมื่อไหร่มันจะจบสักที แต่ตอนนี้มันกลายเป็นแบบว่าทำไมจบเร็วจังเหมือนเพิ่งเจอกันเอง

ถามว่ากดดันมั้ย เป็นลูกพ่อต้องเจออยู่แล้ว แต่ใจของพ่อเขาอยากให้เอ็มได้มีประสบการณ์การทำหนังนะ แต่ก่อนที่เอ็มจะมาตัดสินใจทำหนัง แกเคยพูดคำเดียวกับที่เอ็มเคยคิดไว้คือ จะทำได้เหรอ ไหนจะแดด ไหนจะฝน พ่อก็พูดกับเอ็มว่าทำไม่ได้หรอก แดดร้อน เดี๋ยวฝนตกก็ไม่สบายอีก ป่วยอีก แล้วพอวันหนึ่งมาออกกองจริง ๆ เอ็มสมบุกสมบัน ตากแดดเดินตากแดดออกไปเลย

ร่มก็ไม่ใช้ พ่อต้องให้ทีมงานวิ่งมากางร่มให้ ลูกสาวหน่อย ทากันแดดหรือยัง เลยมานั่งคิด คือจริงๆ แล้วเขาก็มีความเป็นห่วงลูกสาวเหมือนกัน แต่ลึกๆ เขาเองก็คงแอบดูห่างๆ เป็นห่วงว่าจะไหวไหม ตลอดเวลาที่ทำหนังเรื่องนี้มา ไม่เคยบ่นเลย เหนื่อย ไม่เคยพูด เพราะเอ็มเชื่อว่า พ่อเหนื่อยกว่าเอ็มเยอะ

จากตอนที่พ่อเป็นผู้กำกับ คนก็จะเห็นมุมหนังแนวแหยมยโสธรที่เป็นกลิ่นอายคู่รักจากท้องทุ่ง แต่เรื่องนี้เป็นแนวที่เอ็มภูมิใจนำเสนอ ความรักของคู่รักหนุ่มสาวที่เล่าเรื่องในแบบของเอ็ม จากที่มีการนำเสนอละคุยกับทางค่ายเอ็ม พิคเจอร์ส จนออกมาเป็นแบบที่เห็นเชื่อว่ากลิ่นอายความเป็นความเป็นชนบทที่ทุกคนมองหา และรักแท้ที่จะได้พบเจอคงจะถูกใจคนดูไม่น้อยและอยากจะให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นอีกมุมที่เอ็มได้ทำงานกำกับเต็ม ๆ ตัวโดยมีพ่อคอยให้กำลังใจอยู่ห่างๆ".