วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อ้างตร.ตีแขนเหวอะ จยย.เจอด่านเป่าเมา วนรถกลับ สาวคนเจ็บโวย ทำเกินเหตุ

โวยตร.ทำเกินกว่าเหตุ! สาวซ้อนจยย.เพื่อนชายกลับบ้าน ระหว่างทางเจอด่านตรวจแอลกอฮอล์คนขับวนรถกลับ จู่ๆ ตำรวจกระโดดขวาง ก่อนใช้อาวุธฟาดแขนซ้ายเป็นแผลฉกรรจ์ หวิดเอ็นขาด เจ้าตัวข้องใจทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ ขณะที่ ‘ศานิตย์’ ยันให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

เมื่อเวลา 13.30 น. วันนี้ 22 ก.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีสาวโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุ “ตำรวจใช้อาวุธแบบนี้ตั้งด่านเกินกว่าเหตุไหม” พร้อมโพสต์ภาพหญิงสาวมีแผลที่แขนด้านซ้าย โดยนางสาวสุธิชา ประกอบพรชัย อายุประมาณ 30 ปี สาวแม่ลูก 3 ซึ่งอาศัยอยู่ภายในบ้านเลขที่ 46/315 ซอยชุมชนสวนอ้อย แขวงพระโขนง เขตคลองเตย ได้โชว์บาดแผลหลังเฝ้ารักษาพยาบาลที่ รพ.เลิดสิน เพื่อทำการเย็บบาดแผลที่เกิดจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธตีเข้าไปที่บริเวณแขนซ้ายจนเป็นแผลฉกรรจ์ หวิดเอ็นขาดต้องทำการเย็บถึง 2 ชั้น

เหตุเกิดจากเมื่อเวลาตี 2 ที่ผ่านมา ภายหลังจากเลิกงานจากร้านอาหารแห่งหนึ่งและได้ขออาศัยรถจักรยานยนต์ลูกค้าเพื่อกลับบ้านภายในชุมชนสวนอ้อย โดยมีเพื่อนซ้อนมาอีก 1 คน ขณะรถจักรยานยนต์แล่นเข้ามาริมถนนรางรถไฟสายเก่าหน้าวัดสะพาน ซึ่งมีการตั้งด่านตรวจแอลกอฮอล์ ทำให้เพื่อนชายที่ขับมาส่งตกใจ เกรงว่าจะโดนตรวจแอลกอฮอล์จึงได้วนรถกลับ และเป็นจังหวะที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งกระโดดมาขวาง และใช้อาวุธฟาดมาที่ตน ซึ่งเป็นจังหวะที่ตนเองไม่ทันระวังตัว และตนเองนั่งอยู่บริเวณตรงกลางรู้สึกเจ็บที่บริเวณแขนด้านซ้ายพบว่า มีเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมาก จึงได้ลงจากรถ เพื่อย้อนกลับไปที่ด่านตรวจแอลกอฮอล์ แต่ปรากฏว่า ได้มีการยกเลิกด่านไปแล้ว จึงได้เดินทางไปทำแผลที่โรงพยาบาล และกลับมาดำเนินการแจ้งความที่ สน.พระโขนง เนื่องจากเป็นเจ้าของด่านตรวจบริเวณจุดเกิดเหตุ พร้อมยืนยันผู้ที่ใช้อาวุธฟันที่แขนตนเป็นตำรวจอย่างแน่นอน

ซึ่งขณะนี้กำลังเดินทางไปเพื่อเจรจากับผู้ที่ก่อเหตุที่ สน.พระโขนง เนื่องจากตนเองต้องหาเลี้ยงลูกที่ยังเล็กทั้ง 3 คน และไม่ต้องการที่จะมีเรื่องกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการเข้าเจรจา

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ถึงกรณีที่เกิดขึ้น โดยเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวจากผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 และ ผู้กำกับ สน.พระโขนง พบว่าข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวยังไม่ชัดเจน เนื่องจาก 2 ฝ่ายให้การไม่ตรงกัน โดยฝ่ายตำรวจที่ตั้งด่านยืนยันว่าไม่ได้ตีผู้เสียหาย ในขณะที่ผู้เสียหายยืนยันว่าถูกตี จึงมอบหมายให้ ผบก.น.5 และ ผกก. สน.พระโขนง ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ส่วนคนเจ็บซึ่งเป็นผู้เสียหาย ก็ต้องให้แพทย์ลงความเห็นว่าบาดแผลที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไร โดยยืนยันว่าตนจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย.