บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อ้างตร.ตีแขนเหวอะ จยย.เจอด่านเป่าเมา วนรถกลับ สาวคนเจ็บโวย ทำเกินเหตุ

โวยตร.ทำเกินกว่าเหตุ! สาวซ้อนจยย.เพื่อนชายกลับบ้าน ระหว่างทางเจอด่านตรวจแอลกอฮอล์คนขับวนรถกลับ จู่ๆ ตำรวจกระโดดขวาง ก่อนใช้อาวุธฟาดแขนซ้ายเป็นแผลฉกรรจ์ หวิดเอ็นขาด เจ้าตัวข้องใจทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ ขณะที่ ‘ศานิตย์’ ยันให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

เมื่อเวลา 13.30 น. วันนี้ 22 ก.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีสาวโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุ “ตำรวจใช้อาวุธแบบนี้ตั้งด่านเกินกว่าเหตุไหม” พร้อมโพสต์ภาพหญิงสาวมีแผลที่แขนด้านซ้าย โดยนางสาวสุธิชา ประกอบพรชัย อายุประมาณ 30 ปี สาวแม่ลูก 3 ซึ่งอาศัยอยู่ภายในบ้านเลขที่ 46/315 ซอยชุมชนสวนอ้อย แขวงพระโขนง เขตคลองเตย ได้โชว์บาดแผลหลังเฝ้ารักษาพยาบาลที่ รพ.เลิดสิน เพื่อทำการเย็บบาดแผลที่เกิดจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธตีเข้าไปที่บริเวณแขนซ้ายจนเป็นแผลฉกรรจ์ หวิดเอ็นขาดต้องทำการเย็บถึง 2 ชั้น

เหตุเกิดจากเมื่อเวลาตี 2 ที่ผ่านมา ภายหลังจากเลิกงานจากร้านอาหารแห่งหนึ่งและได้ขออาศัยรถจักรยานยนต์ลูกค้าเพื่อกลับบ้านภายในชุมชนสวนอ้อย โดยมีเพื่อนซ้อนมาอีก 1 คน ขณะรถจักรยานยนต์แล่นเข้ามาริมถนนรางรถไฟสายเก่าหน้าวัดสะพาน ซึ่งมีการตั้งด่านตรวจแอลกอฮอล์ ทำให้เพื่อนชายที่ขับมาส่งตกใจ เกรงว่าจะโดนตรวจแอลกอฮอล์จึงได้วนรถกลับ และเป็นจังหวะที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งกระโดดมาขวาง และใช้อาวุธฟาดมาที่ตน ซึ่งเป็นจังหวะที่ตนเองไม่ทันระวังตัว และตนเองนั่งอยู่บริเวณตรงกลางรู้สึกเจ็บที่บริเวณแขนด้านซ้ายพบว่า มีเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมาก จึงได้ลงจากรถ เพื่อย้อนกลับไปที่ด่านตรวจแอลกอฮอล์ แต่ปรากฏว่า ได้มีการยกเลิกด่านไปแล้ว จึงได้เดินทางไปทำแผลที่โรงพยาบาล และกลับมาดำเนินการแจ้งความที่ สน.พระโขนง เนื่องจากเป็นเจ้าของด่านตรวจบริเวณจุดเกิดเหตุ พร้อมยืนยันผู้ที่ใช้อาวุธฟันที่แขนตนเป็นตำรวจอย่างแน่นอน

ซึ่งขณะนี้กำลังเดินทางไปเพื่อเจรจากับผู้ที่ก่อเหตุที่ สน.พระโขนง เนื่องจากตนเองต้องหาเลี้ยงลูกที่ยังเล็กทั้ง 3 คน และไม่ต้องการที่จะมีเรื่องกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการเข้าเจรจา

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ถึงกรณีที่เกิดขึ้น โดยเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวจากผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 และ ผู้กำกับ สน.พระโขนง พบว่าข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวยังไม่ชัดเจน เนื่องจาก 2 ฝ่ายให้การไม่ตรงกัน โดยฝ่ายตำรวจที่ตั้งด่านยืนยันว่าไม่ได้ตีผู้เสียหาย ในขณะที่ผู้เสียหายยืนยันว่าถูกตี จึงมอบหมายให้ ผบก.น.5 และ ผกก. สน.พระโขนง ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ส่วนคนเจ็บซึ่งเป็นผู้เสียหาย ก็ต้องให้แพทย์ลงความเห็นว่าบาดแผลที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไร โดยยืนยันว่าตนจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย.