วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตัวละครใหม่โผล่! ดราม่าเงินหาย 4 หมื่น ไม่ยอมอวสาน แหล่งข่าวนิรนามชี้เงินอยู่ที่ตำรวจ!

ตัวละครใหม่โผล่! แหล่งข่าวนิรนาม เผยเงินเยียวยา 4 หมื่นไม่ได้อยู่ที่เจ๊เจ้าของร้าน และทางธนาคารก็ยังไม่ได้รับกลับคืน ยันเงินก้อนนี้อยู่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ แม้ก่อนหน้านี้ ผู้กำกับการ สภ.วัดสิงห์ จะยันว่า เงินเยียวยาอยู่ที่เจ๊เจ้าของร้าน....

(2 ย่อหน้าด้านล่าง สำหรับผู้ที่ไม่เคยติดตามข่าวนี้มาก่อน) จากกรณีที่นางสายสุนีย์ อู๋เพชร อายุ 55 ปี เจ้าของร้านขายอาหารสัตว์ อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท เข้าแจ้งความที่ สภ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2560 ในข้อหาลักทรัพย์ ภายหลังจากให้นายวชิระ อริยะพงศ์กรณ์ อายุ 41 ปี ลูกจ้างในร้านนำเงินสด จำนวน 80,000 บาทของตน มาเข้าบัญชีที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาวัดสิงห์ โดยมีนางสาวจุฑารัตน์ เอี่ยมจุ้ย อายุ 30 ปี พนักงานสาวเป็นผู้รับฝาก ตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย.2560 แต่เงินกลับเข้าบัญชีเพียง 40,000 บาท จนกลายเป็นเรื่องราวดราม่าในโลกออนไลน์ และอยากรู้คำตอบว่า ใครกันแน่ที่โกหก เพราะทั้งสองฝ่ายต่างยืนยันว่าตนเองเป็นผู้บริสุทธิ์

จากนั้น เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2560 ทางเจ้าหน้าที่ธนาคารและผู้จัดการสาขา ได้นำเงิน 4 หมื่นไปเยียวยา ให้แก่เจ้าของร้าน พร้อมให้ทั้งคู่เซ็นเอกสารว่า ต้องงดให้ข่าวกับสื่อ และถอนแจ้งความ ซึ่งทางเจ้าของร้านและลูกจ้าง ได้รับเงินและเซ็นเอกสารให้แก่ธนาคาร ต่อมาในวันรุ่งขึ้น ทั้งคู่รู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก จึงนำเงินไปคืนแก่ธนาคารกสิกรไทย สาขาวัดสิงห์ แต่ทางธนาคารไม่ยอมรับ และไม่ได้แสดงเจตนาว่าจะทำอย่างไรกับเงินจำนวนดังกล่าว ในวันที่ 29 มิ.ย.2560 ทางเจ้าของร้านจึงนำเงินไปมอบไว้ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วัดสิงห์ พร้อมกับทำบันทึกขอยกเลิกสัญญาและขอคืนเงินให้แก่ธนาคาร แต่ในช่วงที่ผ่านมา ทาง พ.ต.อ.เชษฐชัย เชษฐศิริ ผู้กำกับการ สภ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ยืนยันมาโดยตลอดว่า เงินเยียวยาจำนวน 4 หมื่นบาทไม่ได้อยู่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะอยู่ที่เจ๊เจ้าของร้าน

ล่าสุด แหล่งข่าวนิรนาม (ไม่ขอระบุชื่อ-สกุล) ได้ชี้แจงผ่านทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ว่า ตนได้ติดตามคดีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และเป็นอีกคนหนึ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้ตั้งแต่เริ่มแรก โดยหลังจากที่ธนาคารกสิกรไทยนำเงินจำนวน 40,000 บาท มาคืนนางสายสุนีย์ที่ร้าน โดยบอกว่าเป็นเงินเยียวยา รวมทั้งให้เซ็นเอกสารที่ระบุว่า ห้ามให้ข่าวใดๆ ทั้งสิ้นเกี่ยวกับเรื่องเงินฝาก 80,000 บาท แต่เข้าบัญชี 40,000 บาท โดยนางสายสุนีย์ เกิดความไม่สบายใจอย่างมาก เพราะอึดอัดใจ เนื่องจากเงินที่หายไปก็เป็นเงินของตัวเอง แต่ต้องมาถูกบังคับห้ามให้ข่าว และไม่ให้พูดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น

จากนั้น นางสายสุนีย์ จึงตัดสินใจนำเงินไปคืนกับทางธนาคารกสิกรไทย แต่ทางธนาคารไม่ขอรับไว้ นางสายสุนีย์ จึงนำเงิน 4 หมื่นบาทนี้ไปลงบันทึกประจำวันที่ สน.วัดสิงห์ ในวันที่ 29 มิ.ย.2560 โดยมีหลักฐานเป็นบันทึก ระบุว่า ไม่ขอรับเงินก้อนนี้ และขอคืนเงิน เนื่องจากไม่สบายใจอย่างมาก จากนั้น นางสายสุนีย์ จึงฝากเงินไว้กับตำรวจ และให้ทางตำรวจเป็นผู้ประสานนำเงินไปคืนกับทางธนาคารกสิกรไทยต่อไป ซึ่งล่าสุด ทางตำรวจได้แจ้งไปที่ธนาคารเรียบร้อยแล้ว แต่ปัจจุบันทางธนาคารก็ยังไม่เดินทางมาเอาเงินคืนกลับไป แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับให้ข่าวว่า เงินอยู่ที่เจ้าของร้านขายอาหารสัตว์ ทั้งๆ ที่เงินอยู่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวนิรนามท่านนี้ ได้เปิดเผยอีกด้วยว่า แท้ที่จริงแล้ว เงิน 40,000 บาทที่หายไปนั้น ลูกจ้างหนุ่มไม่ได้เป็นผู้ที่เอาไปอย่างแน่นอน เนื่องจากอุปนิสัยของลูกจ้างหนุ่มนั้น เป็นคนซื่อมาก ถึงขนาดที่ว่ามีเงินหล่นอยู่กลางบ้านจำนวน 30,000 บาท ลูกจ้างหนุ่มก็ยังเอาไปคืนนางสายสุนีย์ ผู้เป็นนายจ้าง

อย่างไรก็ตาม ทางทีมข่าวได้พยายามติดต่อไปยัง พ.ต.อ.เชษฐชัย เชษฐศิริ ผู้กำกับการ สภ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท เพื่อขอความชัดเจนในประเด็นที่ว่า “ในช่วงก่อนหน้านี้ที่ทาง สภ.วัดสิงห์ พยายามชี้แจงว่า เงินเยียวยาจำนวน 4 หมื่นบาทนั้น อยู่ที่เจ้าของร้านขายอาหารสัตว์ และไม่ได้อยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด แต่สรุปสุดท้ายแหล่งข่าวท่านดังกล่าว ได้ยืนยันมาว่า เงินอยู่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วัดสิงห์อย่างแน่นอน สรุปสุดท้ายแล้ว เงินจำนวนดังกล่าวอยู่ที่ผู้ใดกันแน่?” แต่ทาง ผู้กำกับการ สภ.วัดสิงห์ ไม่รับโทรศัพท์ของผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด.