บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ภาพสุดท้าย 'ผู้ใหญ่บัติ' ถูกปืนจ่อหัวก่อนโดนสังหาร 'บังฟัต' เครียดนอนคุก

ว่อน! ภาพสุดท้าย 'ผู้ใหญ่วรยุทธ' ถูกคนชุดพรางปืนจ่อหัว ก่อนเสียชีวิต ขณะที่ 'บังฟัต' เครียด นอนคุกคืนแรก ถึงกับปัสสาวะไม่ออก เจ้าหน้าที่แยกขังในห้องซอย สำหรับคดีอุกฉกรรจ์ จัดเจ้าหน้าที่เฝ้า 24 ชม. ...

จากกรณีเกิดเหตุคนร้ายฆ่า นายวรยุทธ สังหลัง หรือผู้ใหญ่บัติ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ พร้อมด้วยครอบครัว และญาติของภรรยา รวม 8 ศพ บาดเจ็บ 3 ราย ซึ่งหลังเกิดเหตุทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. นำทีมรอง ผบ.ตร. ผช.ผบ. และผู้บัญชาการตำรวจที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่คลี่คลายคดี จนกระทั่งสามารถตามจับกุมนายซูริก์ฟัต บ้านนบวงศ์สกุล อายุ 41 ปี นายทุนเงินกู้ พร้อมพวกอีก 7 คน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าวันที่ 22 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ ได้ขออนุญาตศาลจังหวัดกระบี่ ฝากขังผู้ต้องหา 8 คน ประกอบด้วยนายซูริก์ฟัต บ้านนบวงศ์สกุล อายุ 41 ปี, น.ส.ชลิตา สังข์โชติ อายุ 41 ปี, นายประจักษ์ บุญทอย (จักร์) อายุ 36 ปี, นายคมสรรค์ เวียงนนท์ (ม่อน) อายุ 41 ปี, นายอับดุลเลาะ ดอเลาะ(เลาะห์) อายุ 30 ปี, นายธวัฒชัย บุญคง (ชัย) อายุ37 ปี, นายอรุณทองคำ(กี้ร์) อายุ 29 ปี และ นายธนชัย จำนอง (โกบ) อายุ 41 ปี โดยถูกควบคุมตัวส่งเข้าเรือนจำจังหวัดกระบี่ เมื่อช่วงเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจร่างกาย ตรวจปัสสาวะ ถ่ายรูป ทำประวัติ ตามระเบียบของเรือนจำ และอธิบายถึงการปฏิบัติของผู้ต้องขังให้ทางผู้ต้องหาได้รับทราบ

นายสมศักดิ์ เตียงกระกูลทอง ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า ขณะที่นายซูริก์ฟัต หนึ่งในผู้ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำนั้นก็มีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด ทานอาหารได้น้อย และเมื่อเจ้าหน้าที่นำตัวไปตรวจปัสสาวะ ปรากฏว่า ปัสสาวะไม่ออก ซึ่งจากการสอบถามบังฟัต บอกว่า เกิดอาการเครียด จึงไม่ได้ถามอะไรมาก หลังจากที่ทำการตรวจร่างกายและทำประวัติเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ก็นำตัวนายซูริก์ฟัต แยกขังในเรือนนอนชาย 1 โดยให้พักในห้องซอย ซึ่งเป็นห้องขังสำหรับคดีอุกฉกรรจ์ และจัดเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าดูแลตลอด 24 ชั่วโมง และคอยสังเกตความผิดปกติ แต่เมื่อคืนก็ผ่านไปด้วยดี ส่วนผู้ต้องหาชายอีก 6 คน แยกไปห้องซอยอีกชั้น โดยจะขังรวมกับผู้ต้องหาอื่นๆ ห้องละ 3 คน สำหรับผู้ต้องหาหญิงนั้นก็ควบคุมตัวอยู่ในเรือนนอนหญิง ซึ่งทุกคนก็มีอาการปกติ ส่วนใหญ่ก็มีอาการกังวลเล็กน้อยและไม่ได้มากเหมือน นายซูริก์ฟัต

ขณะที่บรรยากาศที่บ้านเขางาม ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ พบว่าชาวบ้านออกมาใช้ชีวิตตามปกติ และยังมีการจับกลุ่มพูดคุยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็คลายความกังวลไปได้มาก หลังทราบว่าผู้ต้องหาในคดีถูกจับกุมตัว ได้ทั้งหมด โดยมีเจ้าหน้าที่ อส. อำเภออ่าวลึก จัดกำลังเจ้าหน้าที่คอยดูแลความสงบเรียบร้อย

ขณะที่วันนี้ ได้มีภาพออกมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเป็นภาพของชายคนหนึ่ง แต่งกายด้วยชุดทหารมีหมวกแบบทหาร และปิดใบหน้าด้วยผ้าสีดำ ในมือถือปืนสั้นอยู่บนหัวของ นายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้านที่เสียชีวิต โดยสวมเสื้อกล้าม สีดำคาดขาวที่หน้าอกและที่ไหล่ ซึ่งระบุเวลาถ่ายภาพ 22.49 น. ของคืนวันที่ 10 ก.ค.60 เบื้องต้นคาดว่าภาพดังกล่าวทางกลุ่มคนร้ายได้ถ่ายเอาไว้ ก่อนที่จะสังหารคนในครอบครัวรวมทั้งผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ยึดได้ แต่ยังไม่ระบุที่มาว่าออกมาจากหน่วยใด

ขณะที่แนวทางด้านคดีนั้น พล.ต.ต.วรวิทย์ ปานปรุง ผบก.ภ.จว.กระบี่ กล่าวว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้สอบสวนสืบสวนจนคดีคลี่คลาย และทราบถึงเจตนาของคนร้ายหลังจับกุมได้ ก็นำฝากขังต่อศาลทั้ง 8 คนแล้ว ส่วนผู้ที่ถูกควบคุมตัวนอกเหนือจากผู้ต้องหาทั้ง 8 คน ในครั้งแรกที่ค่ายทหาร ร.15 พัน 1 อ.คลองท่อมนั้น มี 1 ราย ที่ถูกข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต นำส่งพนักงานสอบสวนไปก่อนหน้านี้ ส่วนที่เหลือเช่น การนำรถไปฝาก เป็นต้น ก็ได้ปล่อยตัวไป เพราะสอบสวนแล้วไม่รับทราบถึงการก่อเหตุ เพียงแต่ผู้ต้องหาไปพบในช่วงหลังเกิดเหตุเท่านั้น

ต่อมาเมื่อเวลา 15.00 น. นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผยว่า ได้รับรายงานจากนายสมศักดิ์ เตียงตระกูลทอง ผบ.เรือนจำจังหวัดกระบี่ ว่า หลังรับเข้าเรือนจำได้แยกผู้ต้องขังชาย 7 คนไปอยู่ แดนชาย ขังเป็น 4 ห้อง ห้องละ 2 คน รวมกับผู้ต้องขังคนอื่น ส่วนนักโทษหญิง แยกไปอยู่แดนหญิง แต่ภายในรั้วเรือนจำเดียวกัน โดยกำชับให้ดูแลระมัดระวังการทะเลาะวิวาทหรือถูกทำร้าย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ของเรือนจำจะต้องมีการจับตาดูผู้ต้องหาทั้งหมดในระยะแรกไปก่อน เนื่องจากคดีที่นักโทษก่อเหตุนั้นเป็นคดีอุกฉกรรจ์ รุนแรงและค่อนข้างส่งผลกระทบต่อความรู้สึก จึงทำให้ต้องระมัดระวังว่าอาจจะเกิดอันตรายจากการถูกนักโทษคนอื่นๆ ทำร้าย ประกอบกับยังไม่ทราบว่ามีญาติ หรือคนรู้จักกับผู้ตาย อยู่ภายในเรือนจำหรือไม่

"หากมีคนรู้จักก็อาจเป็นชนวนที่ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทกัน และสร้างความวุ่นวายได้ ดังนั้นทำให้ต้องมีการติดตามผู้ต้องหาในช่วงแรกๆ ไปก่อน แต่คงจะไม่ถึงกับดูแลเป็นพิเศษหรือแบ่งแยกอะไร คือให้เป็นไปตามขั้นตอน เจ้าหน้าที่อาจจะต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยง ส่วนระยะเวลาที่ต้องจับตาดูก็ยังตอบไม่ได้เช่นกันว่าจะนานเท่าใด สำหรับอาการป่วยของแต่ละคนทราบว่าไม่มีปัญหาและสุขภาพดีทุกคน ส่วนการหลับนอนคืนแรกมีอาการเครียดอยู่บ้าง แต่เชื่อว่าจะสามารถปรับตัวได้อีกสักระยะ" นายกอบเกียรติ กล่าว.