บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชีวิตดาร์ก! มิเกล แม่ทำแท้งไม่อยากให้เกิด! โดนล่วงละเมิดทางเพศ (คลิป)

จากอดีตปมในชีวิตที่มีมาตั้งแต่เด็ก ทำให้นักร้องสาวห้าว สุกัญญา มิเกล ถึงขั้นคิดฆ่าตัวตายหลายรอบ เนื่องจากแม่ผู้ให้กำเนิดเปิดปากบอก ไม่ได้ตั้งใจอยากให้เกิดมา แต่เป็นความผิดพลาด ทำแท้งหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ยังทะลุมดลูกมาเกิดได้ คำพูดเหล่านี้เอง เลยทำให้เธอรู้สึกมีปมเป็นคนสายดาร์กมาตั้งแต่เด็ก 

ล่าสุดเธอได้มานั่งเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิต ผ่านรายการ ยิ่งศักดิ์ยิ่งแซ่บ ช่อง 9 MCOTHD พร้อมกับยอมรับว่า เธอเป็นเลสเบี้ยน รักผู้หญิงด้วยกัน

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีด้วย ทราบว่าผลงานของมิเกลเข้าไปอยู่ในหนัง? “นั่นตั้งหลายปีแล้วนะคะ หนังเรื่องรักแห่งสยามค่ะ จริงๆ แล้วรักเธอจริงๆ ก็อยู่ในหนังเรื่องผีตายโหงนะ ซึ่งน้องๆ เอามาบอกปุ๊บ ตายแล้ว เพลงดิฉันอยู่ในหนังผีด้วย เพลงรักเธอจริงๆ” ภูมิใจ? “ภูมิใจค่ะ เขาก็เอาไปทำเป็นเวอร์ชั่นใหม่ อย่างเพลง เพียงเธอ ที่อยู่ใน รักแห่งสยาม เขาก็เป็นเวอร์ชั่นแบบป๊อปๆ เป็นเปียโน โดยวงออกัส”

สุกัญญา มิเกล เคยถ่ายหวิวเหรอ? “ไม่อาจารย์ มันไม่ได้วี้ดวิ้วเฉพาะถ่ายนู้ด เอาแค่ใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ก็วี้ดวิ้วกันตาแตกแล้ว เพราะนมใหญ่” เพราะอะไรถึงได้ใหญ่ตู้มต้ามขนาดนั้น? “คงจะ เนี่ยแหละเป็นเพราะความเป็นลูกครึ่งอะอาจารย์” เคยถ่ายแบบโป๊ที่สุด ประมาณไหน? “ก็นู้ดเลย ไม่มีเสื้อผ้า ถ่ายปฏิทิน”

กระแสเป็นยังไงบ้าง? “ก็ดังมากอาจารย์ ตั้งแต่เหนือจรดใต้ แล้วน่าแปลกมากเลยปัจจุบันนี้ยังมีอู่ซ่อมรถบ้างอู่ ที่เอาปฏิมินเกลติดไว้นะ ยันปัจจุบันนี้ เขาบอกว่ามันสวยมาก แล้วเขาก็เลยไม่อยากปลดมันทิ้ง ทั้งที่ มันผ่านมาไม่รู้กี่ปีแล้วนะ ถ้าเกิดสมมติรูปเกลทำให้คนปลดปล่อยได้ แล้วไม่ต้องไปไล่ข่มขืนชาวบ้านเกลก็โอเคนะอาจารย์” ถ่ายแบบนี้ไปทั้งหมดกี่เซต? “ปฏิทินนี่ใช้รูปเดียวนะคะ เพราะว่าตอนนั้นก็จะมีนางแบบ 4 ท่านด้วยกัน แต่ว่าหนังสือ Hip คือคนเดียวเหมาทั้งเล่มเลย เป็นผลงานในนามโมเดลชิ้นสุดท้าย”

ค่าตัวเยอะไหม? “จริงๆ แล้วมันสมควรจะได้เยอะอาจารย์ แต่ว่าเนื่องจากเกลมีลักษณะ จะเรียกว่าดีหรือจะเรียกว่าโง่ก็ได้ แต่เกลไม่เคยกอบโกยจากอาชีพที่ตัวเองทำอยู่ คือในยุคนั้นนะอาจารย์ เวลาที่ผู้หญิงหันไปถ่ายเรตอาร์ หรือว่าถ่ายภาพแนวเซ็กซี่แบบนี้ค่ะ คนในสังคมที่เป็นคนยุคเก่า เกลเป็นคนคาบยุคระหว่างเก่ากับใหม่ แล้วคนยุคเก่าก็จะมองว่า ใครแก้ผ้าถ่ายภาพได้ แสดงว่ามึงต้องง่ายบนเตียง ใครซื้อก็ได้ แก้ผ้าได้ตลอดเวลา”

มันทำให้รู้สึกว่ามูลค่าของตัวเธอมันด้อยลงไปใช่ไหม? “ถูก มันก็พิสูจน์ได้จากการมาขอซื้อไหมคะอาจารย์ ก็โทรมาขอซื้อ แล้วเวลาไปโชว์ตัวก็เขาไม่มองหน้าเกล เขามองนมเกลอย่างเดียว (เขาขอซื้อยังไง?) เจ้านายผมต้องการทานข้าวกับคุณครับ กี่หลักก็ได้ครับ”

แล้วมีวิธีการปฏิเสธเขายังไง? “เกลพูดตรงๆ เป็นคนนิสัยไม่มีอ้อมค้อม เกลก็พูดตรงๆ กับเขาว่าไม่ทำ แล้วก็ทานข้าวก็ไม่จำเป็นต้องไปทานข้าว รอบต่อมาก็โทรมาบอกขอซื้อเลย พอรอบสามนี่ สรุปแล้วไม่ใช่เจ้านายติดต่อละ ตัวเขาขอเลย”

มีคนมามองว่าเราง่าย เป็นอุปกรณ์ทางเพศ รู้สึกยังไง? “โดยลักษณะผู้หญิงที่เกิดมาเป็นผู้หญิงแล้วถูกสอนให้รักศักดิ์ศรีของตัวเองนะ ตายายสอนเกลแบบนั้น เป็นความรู้สึกแย่ เราคิดว่าเราทำงานแต่คนทั่วไปกลับมองว่านี่คือสิ่งที่เราอยากเป็น เราชอบ เขาก็เลยจับเรายัดเข้าไปอยู่ในหมวดของผู้หญิงที่ใจแตก แล้วชอบเรื่องนี้”

มันเกิดจากอะไรวันเก่าๆ ถึงได้ติดสุรามากอย่างนั้น? “เกลมีปมในเรื่องของการถูกล่วงละเมิดทางเพศในวัยเด็กนะคะ แล้วก็คำพูดของแม่ที่มาเจอกันปีละครั้ง บางคำพูดที่มันเผลอหลุดออกมา มันฝังเข้าไปในจิตของเรา ทำให้รู้สึกตัวเองไม่มีคุณค่า อาจารย์ถามว่าเกลสวยไหม เกลไม่เคยรู้สึกตัวเองสวยเลย มันมองไม่เห็นคุณค่าของตัวเองไปเลย”

มิเกลดื่มเหล้าหนักที่สุดตอนนั้น ดื่มขนาดไหน? “ก็วันละขวดอาจารย์ คนเดียว เป็นเหล้านะ เป็นวิสกี้” แล้วจะทำมาหากิน ร้องเพลงขายเสียงได้ยังไง? “ตอนนั้นยังไม่ได้เป็นนักร้องค่ะ” ดื่มทุกวันแล้วเอาเงินที่ไหนมาเสีย? “ก็จากงานเดินแบบนี่แหละค่ะ สมัยก่อนเหล้าไม่แพง ภาษีไม่เยอะขนาดนี้”

แล้วทำไมถึงตัดสินใจเลิกเหล้าได้? “วันๆ หนึ่งที่เราตื่นขึ้นมา แล้วเห็นสภาพตัวเองเหมือนศพ แล้วก็นั่งดูตัวเองในกระจกก็ถามตัวเองว่า อยากมีชีวิตอยู่เป็นศพเดินได้ไหม เพราะคนกินเหล้าคนติดยาเสพติดทั้งหมดที่ลงทั้งชีวิตนะ ไม่เหลือสภาพเป็นคนอยู่แล้ว คุณต้องไม่มีงานทำ คุณต้องนอนอยู่ข้างถนน ไม่มีเอาคุณเลยแบบนี้ คุณจะมีชีวิตแบบนั้นไหม คุณเลือกไหม ถามตัวเองนะคะ คำตอบที่ได้ เราไม่อยากเป็น แล้วมันก็ได้ความคิดมาถ้าไม่อยากเป็น ชีวิตต้องเปลี่ยน”

มันส่งผลมาถึงชีวิตครอบครัวและลูกๆ ในปัจจุบันไหม? “เกลว่าไม่น่าจะเกี่ยวนะ เพราะว่าเกลปรับเปลี่ยนแปลงชีวิตก่อนที่จะตอบรับแต่งงานไปก่อนแล้วด้วย ล่าสุดไอ้เจ้าตัวเล็ก เด็กผู้ชายนะ เขาเห็นภาพในห้องนอนของเกล คือย้ายบ้านแล้วก็มานอนห้องเดียวกันก่อน เพราะว่าของมันเยอะ มันยังไม่ครบใช่ไหมคะ เขาก็ถามหม่ามี๊ ทำไมหม่ามี๊ต้องแก้ผ้าถ่ายรูปด้วย

(กี่ขวบตอนที่เขาถาม?) เนี่ยๆ 8 ขวบ เราก็เลยมองหน้าเขา โอเคเดี๋ยวหม่ามี๊เล่าให้ฟังนะ ที่เห็นเนี่ยตอนนั้นหม่ามี๊ทำงานมีอาชีพเป็นนางแบบนะ แล้วก็นางแบบเนี่ยรับงานมาถ่ายหมดลูก มีเสื้อผ้าไม่มีเสื้อผ้า ถ่ายหมด แต่ตอนที่ยืนอยู่นั้นนะ หม่ามี๊ยังไม่มีหนูเลย หม่ามี๊ยังไม่ได้เป็นแม่คนเลย และนั่นคืออาชีพที่หม่ามี๊ทำงาน หลังจากนั้นมาหม่ามี๊ก็มาทำงานร้องเพลง หนูเติบโตมาก็เห็นหม่ามี๊ทำอาชีพร้องเพลงมาตลอด มันคืออาชีพในการเลี้ยงชีพลูก กับลูกสาวก็ให้คำตอบเหมือนกัน เขาก็มาถามเหมือนกัน”

ลูกสาวไปโรงเรียนเคยโดนล้อบ้างไหม? “มีตอนป.3 เกลก็ไปรับที่โรงเรียน เขาก็ถามว่าแม่ของเพื่อนบอกว่า รู้จักกับหม่ามี๊ เพื่อนก็เลยถามว่า เรารู้ด้วยแหละ ว่าแม่เธอถ่ายโป๊อะไรแบบนี้ ซึ่งเราก็บอกว่าถ่าย หม่ามี๊ก็ไม่เคยโกหกใครว่าไม่ถ่ายนะ หนูเห็นรูปที่บ้าน เกลก็ไปเอารูปที่อยู่ในอัลบั้มที่เก็บไว้ตอนเป็นอาชีพนางแบบ เอามาเปิดให้ลูกดูหมดเลย

มันขึ้นอยู่กับการอธิบายของผู้ใหญ่ที่จะอธิบายในมุมไหน ถ้าพ่อแม่เด็กคนนั้นที่เป็นเพื่อนของลูก ให้มุมมองว่ามันเป็นเรื่องตกต่ำ เขาก็พูดให้เด็กคนนั้นฟังว่ามันตกต่ำถูกไหม แต่เกลพูดกับลูกเนี่ย คุณค่าของมันไม่ได้อยู่ที่ว่าตกต่ำหรือสูง มันคืออยู่กับงานและการเลี้ยงชีพ มุมมองที่ให้กันเหตุผลที่ให้กันมันคนละอย่างกันอาจารย์”

ถ้าวันเวลามันย้อนหลังกลับไปได้ เธอจะถ่ายนู้ดไหมมิเกล? “ถ้าให้เลือกได้ในยุคนั้น ซึ่งมันไม่เหมือนกับยุคนี้ คงไม่ทำอาจารย์เพราะว่าคนยุคนั้นยังไม่ได้มีความเข้าใจในอาชีพนางแบบได้มากเท่านี้”

ต้องบอกว่าไม่ได้ตั้งใจที่จะโจมตีคุณแม่นะ แต่ว่าเป็นความรู้สึกของเด็กคนนึงท่ี ได้รับแล้วคิดว่าน่าจะเป็นการพูดคุยกันแล้วเป็นประโยชน์สำหรับผู้ฟัง เป็นการบอกเป็นตัวอย่างไว้ว่า ถ้าจะพลาดแบบนั้นมันจะส่งผลถึงเด็กแบบไหน

ชีวิตวัยเด็กของมิเกล ตอนที่จำความได้ เธอว่ามันไม่สวยงามเลยใช่ไหมคะ? “เริ่มต้นเลยเนี่ยอาจารย์ พอจำความได้เกลก็ถามยายแล้วว่าแม่อยู่ไหน ตอนแรกไม่รู้ด้วยซ้ำว่ายายไม่ใช่แม่ ยายคือยาย นี่ไม่รู้เรียกยายว่าแม่ เพราะเรายังไม่เห็นแม่เรา แม่ไปมีครอบครัวใหม่อยู่ต่างประเทศ แล้วก็กลับมาบ้านปีละครั้ง ทีนี้เนี่ยจำความได้มันก็เป็นความสับสนว่า หน้าเราเป็นฝรั่ง แล้วเวลาเรามีเพื่อนแถวบ้านเราก็แปลกกว่าชาวบ้านเขา

ซึ่งมันก็เป็นความสงสัยว่าเราไม่เหมือนคนอื่นเพราะอะไร ก็ดูหน้าตัวเอง อ๋อหน้าเราเหมือน เขาเรียกอีหรั่งๆ พอโดนล้อปุ๊บเราก็เกิดความรู้สึกว่า พ่อเราคือใคร แม่เราคือใคร ชีวิตเรามายังไง เราเติบโตมาได้ยังไง ยายหนูออกมาจากไหน อ๋อมึงเกิดจากกระบอกไม้ไผ่ ก็ไปนั่งดูไม้ไผ่กูอยู่ได้ด้วยหรอ (หัวเราะ) เกลไปนั่งดูรูปเก่าๆ ที่แม่เขาเก็บไว้ในกระเป๋าเจมส์บอนด์ แล้วเราก็ไปเปิดดู เอารูปแต่ละรูปมานั่งต่อจิ๊กซอว์ในสมองตัวเองว่านี่คือใคร นี่คือแม่เราตอนที่สาวๆ นี่คือยาย ไม่เคยเห็นรูปพ่อ แม่ไม่เก็บเลยก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน จนทุกวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าพ่อคือใคร”

คิดว่าตัวเองขาดความอบอุ่นเพราะอะไร ก็มีตายายอยู่? “เกลไม่รู้สึกว่าขาดความอบอุ่น เพียงแต่เกลรู้สึกสับสนว่า เราคือตัวแปลกประหลาดในสังคม แล้วพอตอนอายุเกลขวบ แม่เขากลับมาเขาพูดด้วยความอะไรเกลก็ไม่เข้าใจนะ แต่ว่ามันจะมีอยู่วันนึงที่เขาทะเลาะกับยายแล้วเขาก็พูดกับเราว่า ความจริงฉันไม่อยากให้แกเกิดนะ ฉันกินยาขับไปตั้งไม่รู้เท่าไร แต่แกไม่ยอมไป

สิ่งนึงที่มันฝังอยู่ในความรู้สึกเราคือแบบ เขาไม่อยากให้เราเกิดอะ แต่เราดื้อเกิด เราเหมือนตัวที่เราแบบดื้อด้าน ไม่ยอมไป เขาไม่อยากได้นั่นคือสิ่งที่ฝังตอนอายุ 8 ขวบเท่ากับลูกชายตอนนี้ แล้วนับตั้งแต่นั้นมาเกลเรียนรู้สิ่งนี้ว่ามันเป็นปมกับชีวิตของเกลมาก หลังจากที่ไปบำบัดแล้วรู้เลยว่านี่คือปมใหญ่มาก เป็นปมที่ทำให้เกลรู้สึกว่าตัวเองไม่สวย

ทำอะไรไม่เคยประสบความสำเร็จ ไม่มีใครรักเรา โลกนี้เราอยู่คนเดียว โดดเดี่ยว เป็นก้อนเนื้อที่เขาไม่ต้องการและไม่มีใครต้องการ นั่นคือสิ่งที่เกลรู้สึกมันไม่ใช่ความคิดนะอาจารย์ ต้องแยกให้ออกนะ มันไม่ใช่ความคิดแต่มันเป็นความรู้สึกข้างในลึกๆ”

คำพูดคำนั้นมีผลต่อการดำเนินชีวิตยังไง? “คิดว่ามีมาตลอด เกลกลายเป็นเด็กเก็บตัวมากขึ้นหลังจาก 8 ขวบ มีโลกส่วนตัวสูง เกลไม่ค่อยมีเพื่อน” ทำไมไม่คิดว่าวันนั้นแม่อาจจะอยู่ในอารมณ์โมโห? “เด็กคิดไม่ได้หรอกอาจารย์ เด็กไม่มีความคิดซับซ้อนที่จะเข้าใจว่าผู้ใหญ่ทำอะไรลงไป เพราะเหตุผลใด”

นี่เป็นเหตุลผลที่ทำให้เกลียดสีขาว? “ตั้งแต่นั้นมาเกลไม่เคยมีเสื้อสีขาวเลย นอกจากเสื้อนักเรียน กับถุงเท้า มีความรู้สึกว่ามันไม่เหมาะกับเรา ใส่สีขาวแล้วเราไม่สะอาด พอมีเรื่องถูกล่วงละเมิดทางเพศด้วยยิ่งรู้สึกว่าตัวเองสกปรก ไม่มีความเหมาะสมสำหรับจะใส่สีขาว สีขาวไม่สวยสำหรับเกลตอนนั้น ไม่สวยเลย มันคือป่วยทางจิต

ห้องนอนสีเทา ห้องน้ำสีดำ ผ้าผ่านสีดำ เตียงดำ ทุกอย่างดำหมด มีความรู้สึกตัวเองมั่นคง มั่นคงมากเวลาอยู่กับสีดำ แล้วเกลอยู่ในห้องที่มีไฟนะแต่ไม่เปิดไฟ ใช้แสงเทียน อยู่เป็นหลายปีมาก ตอนเป็นนางแบบนี่หนักเลย ไม่เคยเปิดไฟในห้องเลย ใช้เทียนดวงเล็กๆ”

จริงหรือเปล่า บางครั้งเธอเครียดเธอเสียใจมาก เธอเคยคิดฆ่าตัวตายหรอ? “ก็ทำไปตั้งหลายครั้ง จนกระทั่งที่บอกอาจารย์ว่าเป็นนางแบบปฏิทินแล้วก็ทำ สุดท้ายแล้วก็ถามตัวเอง (ทำด้วยวิธีอะไร?) กินยาๆ ซึ่งไม่ดีแล้วก็ไม่บ่งบอกเลยว่าให้ทุกคนทำแบบนี้ เป็นเรื่องแย่ๆ มากและไม่ควรทำอย่างยิ่ง

เกลว่ามันมีผลจากจิตที่รู้สึกว่าไม่รักตัวเองนั่นแหละอาจารย์ คืออะไรก็ได้ที่กลายเป็นว่าไม่ยี่หระกับการทำร้ายตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นกินเหล้า นอนน้อย พูดจาให้ใครเกลียดได้ตลอดเวลา ไม่แคร์อะไรเลย เพราะว่ารู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่าพอที่จะอยู่ แล้วจะต้องแคร์อะไรทำไมหนักนา มันเป็นสิ่งที่อยู่ใต้จิตสำนึกลึกๆ มาก มันไม่ใช่ความคิด แต่มันเป็นความรู้สึกที่เราไม่รักตัวเองเลย”

แล้วถ้าเกิดวันนี้มีคุณผู้ชมนั่งชมรายการอยู่แล้วเขาก็คิดมาก แล้วเขาก็กำลังจะคิดฆ่าตัวตาย ลองแนะนำอะไรที่เป็นประโยชน์และทำให้เขาหยุดได้ไหม? “มันมีอย่างนึงที่อยู่กับเกล นั่นคือคำสอนของตายายเราเกิดมาแล้ว พระเจ้าให้เราเกิดมานะลูก สิ่งศักดิ์สิทธิ์เขาให้เกิดมา การมีชีวิตไม่ได้มาง่ายๆ ยายเคยมีลูกนั่งฉี่ก็แท้งแล้ว แกเกิดมาได้นั่นหมายความว่าสัญชาตญาณในการเอาตัวรอดนั้นน่ะ มีอยู่สูงนะ

ดังนั้นเนี่ยมันค้านกันอยู่ว่าถ้าใครคิดจะทำร้ายตัวเองหรือทำร้ายคนรอบข้าง ทำร้ายคนรอบข้างคือจะให้เขาเจ็บจากการที่เราเจ็บ ไม่มีประโยชน์เพราะว่า คนที่คุณควรจะรักมากที่สุดนั่นคือ รักตัวเอง แต่ไม่ได้หมายความว่าให้เห็นแก่ตัวนะ การรักตัวเองไม่ได้หมายความว่าทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง แต่รักตัวเองนั้นหมายความว่ารักในสิ่งที่เรามีชีวิตอยู่ มีลมหายใจอยู่ เราทำประโยชน์ได้ตั้งเยอะตั้งแยะ”

เริ่มต้นด้วยการตัดสินใจไปพบจิตแพทย์ ไปยังไง? “เกลไม่ได้เป็นคนตัดสินใจที่จะไปพบนะ แต่ว่ามีเพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทมาก คุณเอ๋ นรินทร เขาเห็นอาการเกล แล้วเขารู้ว่านี่คือฟางเส้นสุดท้าย นี่มันกำลังจะไปแล้ว คือกำลังจะจบชีวิตแล้วละ ลึกๆ เลยอะ ตอนแรกๆ พี่เอ๋มาบอกเราเนี่ย เขาเป็นคนน่ารักมากเขาพยายามอธิบายว่าไม่ให้เราคิดในมุมลบแบบนั้น

แต่สิ่งที่เขาเห็นคือ พี่เอ๋กับพี่ช้างเนี่ยเขาอยู่ในบ้าน เกลไปหาเขา ซึ่งปกติเกลไม่เคยไป ดึกๆ ดื่นๆ เกลจะกลับบ้าน แต่วันนั้นเกลรู้สึกแย่มาก พี่เอ๋อยู่บ้านไหม เกลจะไป พอเกลไปนั่งเราเห็นเขานั่งคุยกันสนุกสนาน แต่เกลนั่งเงียบแล้วนั่งดูเขาแบบพวกเขามีความสุขเนอะ แล้วชีวิตเรามีอะไร คือเป็นชั่วโมงเกลไม่พูดเลย แล้วพี่เอ๋เขาคุยกันกับพี่ช้างว่า ท่าทางมันอาการมันแย่

พอวันรุ่งขึ้นพี่เอ๋ก็โทรมาบอกว่า เข้ามาที่บ้านหน่อยได้ไหม มีครูลี่มา ครูลี่จบมาจากอเมริกา มาคุยกันหน่อย พี่เอ๋ก็เลยบอกว่าลองบำบัดดูไหม แล้วครูลี่ก็ไม่เคยบำบัดผู้ใหญ่มาก่อน เคยบำบัดแต่เด็ก มีวิธีการบำบัดของเกลต้องเป็นเคส มันเป็นเคสที่ปมมันถูกฝังลงไปจิตใต้สำนึก ดังนั้นเนี่ยเขาต้องทำการสะกดจิตเกลเพื่อให้ย้อนกลับอดีตไปล้างอดีตก่อน ล้างความเข้าใจในอดีตก่อน

แล้วก็ไล่มาจนโปรแกรมสุดท้ายคือบวกสิ่งที่ส่งโปรแกรมบวกเข้าไป ถามว่าเวลาที่เด็กคนนึงเจอสิ่งใดในชีวิตเขาไม่ลืม เพียงแต่เขากลบมันไว้ เขาฝังมันไว้ เพราะว่าภาพบางภาพในตอนที่สะกดจิต มันมีภาพที่ไม่เคยคิดในหัวสมองมาก่อนเลย

แต่มันเกิดขึ้น มันเป็นภาพในวันที่เราช็อกมากๆ แล้วเรากดตัวเองหายไปเลย แล้วพอเริ่มอายุมากขึ้นก็จะส่งผลมาทางพฤติกรรมต่างๆ ส่งผลให้เรามีแนวคิดต่างๆ เกลเริ่มชอบรอยสัก ชอบเรื่องของสายร็อกมึนเมารุนแรงอะไรแบบนี้ค่ะ”

เด็กสมัยใหม่ก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น? “เกลถึงมองว่าถ้าเด็กคนไหนมีปัญหา เราน่าจะส่งเสริมให้เขาได้รับการบำบัดโดยการพูดคุยหรืองัดเอาสิ่งเก่าๆ ที่โดนฝังเอาไว้ เขาอาจจะเคยโดนถูกล่วงละเมิดที่ไหนก็ไม่รู้”

ตอนนี้ความสัมพันธ์ของเธอกับหม่ามี๊เป็นยังไงบ้าง? “เกลคุยกันกับแม่นะคะ ทางวิดีโอคอลบ้าง แต่ว่าด้วยความที่เกลมองเขาไม่ใช่แม่ เกลมองเขาว่าเขาคือผู้หญิงคนนึงซึ่งบริสุทธิ์มากๆ แล้วเขาก็เป็นผู้หญิงที่พยายามจะค้นหาชีวิตของตัวเองแต่มันไม่สำเร็จ” แล้วที่ผ่านมาไปคิดไม่ดีไม่งามแล้วไปโกรธเขา? “มันมาจากคำที่เขาพูดนั่นแหละอาจารย์”

แล้วเธอเสียใจไหมล่ะ ที่วันนั้นเธอไปคิดแบบนั้น ลบๆ กับแม่? “เกลไม่เสียใจเพราะเกลคือเด็กคนหนึ่ง เกลพูดกับเพื่อนบอกว่า คำว่าหน้าที่ของพ่อแม่คืออะไร หลายๆ คนเข้าใจกันว่าก็เลี้ยงมาให้โต ส่งเสียมันให้ได้เรียน

เท่านั้นก็ถือว่าทำหน้าที่พ่อแม่แล้ว ไม่ใช่ เด็กโตแต่ตัวแต่ว่าวิญญาณไม่โต นั่นไม่ใช่คน คนที่เป็นพ่อแม่ เหมือนที่อาจารย์เป็น เรามีหน้าที่สอนคนให้เป็นคนแล้วเราก็จะกลายเป็นว่าปล่อยเขาได้”

ความเป็นตัวของตัวเองทำให้เธอแสดงออก เธอต้องการอะไรก็ทำแบบนั้น ?
“พอเรารู้ว่าเราคืออะไร แล้วอะไรที่เป็นควาสุขของเราโดยที่เราไม่ต้องปกปิดหรือว่าแอบแฝงมันอีกต่อไปแล้ว แต่นั่นหมายความว่าเราต้องเข้าใจตัวเองก่อนนะ ว่าเราคืออะไรแน่ๆ จากการพิสูจน์แล้วนะ”

แล้วสิ่งที่เดินผ่านมาตลอดชีวิต เธอก็เคยผ่านการสมรสมาแล้ว 1 ครั้ง เธอก็มีลูก 2 คน ปัจจุบันใครเป็นคนเลี้ยง? “หลังจากหย่าแล้ว ลูกชายอยู่กับเกล แล้วก็ลูกสาวอยู่กับคุณพ่อ แต่ว่าในฐานะที่ ศาลก็สั่งไว้ว่า ทั้งพ่อทั้งแม่ก็ยังมีสิทธิ์ในการปกครองลูกทั้งคู่ เราก็จะมีสิทธิ์ไปตรวจสอบว่าเขาดูแลลูกดีไหม เขาก็มีสิทธิ์ตรวจสอบเราว่าเราดูแลลูกดีไหม ถ้าเราดูแลไม่ดีเขาก็ยื่นเพื่อจะเอาลูกไปดูแลได้ เหมือนกันกับที่เกลก็ไปยื่นเพื่อเอาลูกมาดูแลได้”

ทำไมละ มิเกลพบว่าเขาดูแลลูกไม่ดีตรงไหน? “เกลมองว่าลูกตอนนี้อายุเข้า 12 กำลังเริ่มสาวเข้าสู่วัยรุ่น แล้วก็ความปลอดภัยของลูกผู้หญิงต้องมีมากพอ ชุมชนที่เขาอยู่ไม่ค่อยน่าไว้ใจเท่าไร ซึ่งถ้าเทียบกับเราเนี่ย มันปลอดภัยกว่าเยอะ”

เราคิดไปเองหรือเปล่า? “ก็ไปดูมาแล้ว เรียบร้อยแล้ว แล้วก็มีให้ลูกขึ้นรถเมล์เอง ซึ่งจริงๆ แล้วควรจะต้องเป็นความรับผิดชอบการให้เด็กใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยก่อนอันดับแรก ไม่ใช่ความสบายนะ เกลไม่อยากวัวหายล้อมคอก มานั่งเสียใจตอนลูกโดนลากไปข่มขืน เพราะว่าลูกไม่ใช่เด็กหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ แล้วรูปร่างเขาโตมาก สูง 162 แล้ว ความเป็นแม่มันหลีกหนีไม่ได้หรอกอาจารย์”

มิเกลได้คุยกับอดีตไหม ว่าทำไมเลี้ยงลูกแบบนี้? “คุยกันไม่ได้เลยค่ะ ด้วยความจากกันไม่สวย ไม่สวยมากๆ อาจารย์ มันไม่สวยเลยจนเป็นเพื่อนกันไม่ได้เลย”

แล้วตกลงทำยังไง ฉันได้ข่าวว่าขึ้นโรงขึ้นศาล ฟ้องเอาลูกสาวกลับมากันอีกหรอ? “ก็ไม่ได้ฟ้องอาจารย์ แค่เป็นสิ่งที่ศาลบอกไว้ว่าเรามีสิทธิ์ที่จะยื่นเรื่อง เพื่อจะนำลูกสาวมาดูแล ถ้าหากเห็นว่าอีกฝั่งหนึ่งดูแลได้ไม่ดี มันไม่ได้หมายความว่าคุณต้องดีเท่าเรา แต่เด็กควรจะได้รับโอกาสในการเลือกชีวิตที่ดี วิถีชีวิตที่ดี คุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งเรามีศักยภาพในการดูแลคุณภาพของชีวิตของเขาได้ดี”

แล้วเธอถามลูกสาวหรือเปล่า เขาอยากมาอยู่กับแม่หรือเปล่า? “ลูกสาวก็พูดๆ กลับไปกลับมา ก็งงๆ เหมือนกัน”

เธอก็น่าจะถามความรู้สึกของเด็ก เพราะเธอก็เคยรู้สึกมาบ้าง? “เกลโดนเอาไปทิ้งกับยาย เกลรับรู้ว่าเกลต้องอยู่ตรงนั้น เกลเลือกไม่ได้ที่อยากจะอยู่กับแม่ เกลคิดว่าถ้าตอนนั้นเกลอยู่กับแม่ เกลคงไม่มีเมล็ดพันธุ์ดีๆ ของยายกับตาแน่ๆ ดังนั้นพอยต์มันอยู่ที่ไหนอาจารย์ เด็กควรจะได้รับที่ที่เหมาะสมในการดำเนินชีวิตต่อได้ดี ไม่ใช่สิ่งที่เด็กชอบ เขาไม่ชอบที่เกลมีกฎระเบียบ ไม่อยากอยู่

แต่ถ้าผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ใหญ่แล้วบอกว่า เอาตามความรู้สึกที่เด็กชอบละกัน เขาชอบอยู่ตรงนั้นก็ให้เขาอยู่ ตรงนี้ก็ไม่ต้องดูแล เกลว่านั่นคือการดูแลเด็กที่แท้จริงหรือเปล่า เราเห็นอนาคตเขาหรือเราเห็นแค่ความชอบเขาในปัจจุบัน เกลไม่เคยยื่นขอตัดสิทธิ์เขาเลย เพียงแต่ต้องการเอาลูกมาดูแล ให้ลูกได้อยู่ในชีวิตที่ดีขึ้นเท่านั้น เกลก็ไม่ได้เรียกร้องด้วยซ้ำ เกลมีความเข้าใจเด็กมากพอสมควร”

แล้วถ้าเกิดว่าเป็นไปไม่ได้ เกลจะทำยังไง? “ก็ต้องยอมค่ะ อาจารย์” ฉันว่าเธอถอยสักก้าวหนึ่ง แล้วค่อยใช้วิธีการแบบมธุรสวาจา เจรจากันใหม่ ฉันคิดว่ายังไงเธอก็ต้องได้? “เจรจาไม่ได้หรอก เชื่อเกลสิ มันเป็นบทพิสูจน์มาแล้วค่ะ เพียงแต่เกลไม่ได้เอามาพูดให้ฟัง”

ตอนนี้เกลอยู่คนเดียวหรือเปล่า ได้ข่าวมาว่าพักนี้ชอบคบเพื่อนผู้หญิงด้วยกัน? “ก็มีคุยกันเฉยๆ แต่ไม่เรียกว่าใช้ชีวิตคู่ ต้องอธิบายให้อาจารย์เข้าใจว่า ตั้งแต่ก่อนไปแต่งงานเป็นอยู่แล้ว เป็นมาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่ตายายเนี่ยเขามาเบี่ยงเกลให้กลายเป็นผู้หญิง” แสดงว่าเธอเป็นเลสเบี้ยนมาตั้งแต่เธอเป็นสาวเลยหรอ? “เป็นๆ แต่ว่ายายบอกว่าผิด ก็โดนเรื่องจิตอีกแล้ว ตายแล้วเป็นแบบนี้ผิดกูกลายเป็นคนโรคจิตอีกแล้ว”

ทำไมเพิ่งจะมาค้นพบทางสว่างตอนวัยเท่านี้? “มันก็มีความสุขอีกแบบหน่ึงที่รู้ว่าตัวเองคืออะไร แล้วเราก็เลือกอยู่ในโลกที่เราเป็น”

แล้วลูกเต้ามันจะรับได้หรอ แม่มีเพื่อนหญิง? “ตอนนี้เกลยังไม่ได้บอกกับลูกว่าเกลมีเพื่อนหญิง แต่ว่าเกลตัดสินใจไว้ว่าถ้าเกลจะมีคู่ชีวิตอีกครั้งนึงเนี่ย จะรอเจ้าตัวเล็กอายุ 16 ให้เขาโตก่อน”

อย่างเธอจะต้องคบผู้หญิงที่เป็นดี้ หรือคบทอม? “ชอบกะเทยมีนม (หัวเราะ) ชอบเฉยๆ อาจารย์ ชื่นชมเขา เขาสวยดี เกลเป็นเลสเบี้ยน เป็นผู้หญิงที่ยังไม่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นผู้ชาย ถามว่าจะต้องมีดี้หรือว่าจะต้องมีทอมเป็นคู่ไหม ความแมตช์ไม่ได้อยู่ที่ว่าเป็นไทป์ไหนแต่มันเป็นความแมตช์ในเรื่องของลักษณะนิสัยและบุคลิกโดยพื้นฐานของเรา เราก็จะหาคนที่เขาแบบเข้าใจความเป็นเรา”

มันเกิดจากปมที่เธอไม่ประสบความสำเร็จกับผู้ชายด้วยหรือเปล่า? “เกลเริ่มมีลักษณะที่ไม่สนใจผู้ชายมานับตั้งแต่มีการถูกล่วงละเมิดทางเพศครั้งแรก” แต่เธอก็สามารถแต่งงานสมรส จนมีลูก? “เพราะว่ายายมาบอกว่า ยังไงเธอก็เป็นผู้หญิง” แล้วปัจจุบันเธอมีผู้หญิงที่เข้ามาป้วนเปี้ยนในชีวิตหลายคนหรือเปล่า? “ส่วนใหญ่ผู้หญิงที่เขาเข้ามาคุยกับเกล เขาชอบที่เกลมีความคิดแบบนี้แหละค่ะ เขาบอกว่าดูอบอุ่น”

ใช่เธอกลายเป็นทอมที่ดูอบอุ่น? “อยากเกลเรียกว่าทอมหรอ เขาใส่บรานะ เขาไม่รัดหน้าอกนะ เขายังชอบนมตัวเองอยู่เลย เกลก็มองว่าลักษณะภายนอกมันเป็นสิ่งที่เป็นไปตามธรรมชาติ มันคือสสารแต่มันไม่ใช่วิญญาณและหัวใจอาจารย์”

ถ้าสมมติว่ามีผู้ปกครองนั่งอยู่ มิเกลคิดว่ามิเกลจะพูดยังไงกับคนที่เป็นพ่อเป็นแม่? “อย่างเกลบอกลูกว่าหนูจะเป็นอะไรก็ได้ แต่หม่ามี๊ขอแค่อย่างเดียวความเป็นมนุษย์คือต้องมีศีลธรรมและจริยธรรม ที่เหลือมันเป็นอิสระเสรีของจิตวิญญาณ เกลว่าถ้าเรามีลูกมีหลาน ทำสิ่งใดก็ได้ให้เขาอย่ากดดันหรือปกปิดหรือว่าหลอกตัวเอง

เพราะนั่นคือความซับซ้อนทางจิตที่ทำให้เขาเลือกชีวิตผิดๆ ได้ เข้าใจความหมายใช่ไหมคะอาจารย์ ถ้าจิตมันตรงแล้วมันเปิดแล้วเขาเลือกทุกอย่างในชีวิตโดยที่เขาไม่ต้องไปผจญกับความผิดปกติหรือผจญกับความเครียดใหญ่โตในอนาคต ปล่อยให้เขาเป็นแบบที่เขาเป็น แต่พยายามบอกเขาว่าสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในชีวิตนั้นคืออะไร ความรักศักดิ์ศรีอันนั้นสำคัญมาก”

ก่อนจากกัน อยากทราบว่าตอนนี้มิเกลกำลังมีผลงานสะท้านวงการ? “บ้า ไม่ถึงสะท้าน แต่มันก็เป็นผลงานที่ทุกคนคาดหวังนั่นคือ ซิงเกิลใหม่ ออกแล้วค่ะ อยู่กับค่ายคลาสซี่นะคะ แล้วก็ตอนนี้เขาขายเป็นซีดีอยู่นะ ใครสนใจก็เข้าไปดูที่เฟซบุ๊ก คลาสซี่เรคคอร์ดนะคะ แล้วก็มีอยู่ในยูทูบไปฟังกันก่อนได้ ชื่อเพลงว่า แอบมอง

ถ้าแอบดูนี่โรคจิตนะอาจารย์ อีกอย่างนึงคือเกลมีเพื่อนคนนึงเขาเป็นแฟนคลับนะคะ แล้วเพิ่งเสียชีวิตไป ก็เป็นชาวเกย์เหมือนกัน ก่อนจากกันเขาก็บอกว่ากำลังทำน้ำหอม เกลก็เลยเอาสิ่งนั้นมาสานต่อ ขายน้ำหอมค่ะ ทำน้ำหอมขาย สีม่วง คือน้ำหอมที่ไม่บ่งบอกความเป็นหญิงหรือเป็นชาย ซึ่งเป็นกลิ่นที่เขาเคยเอามาให้เกลดมแล้ว เกลชอบนะ เกลว่ามันละมุนดี มีฟีโรโมนเยอะดี”

หาซื้อที่ไหนอย่างไร? “ก็ติดต่อเกลได้ที่เฟซบุ๊กเลยค่ะ แต่ว่าสิ่งสำคัญที่เกลทำสิ่งนี้เลย คือ 10 เปอร์เซ็นต์ของรายได้เกลจะไปให้เด็กกำพร้าและผู้ป่วยโรคเอดส์”.