บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผบ.ตร.นำทีมปิดคดี หลักฐานมัดฆ่าเหี้ยม 8 ศพ

ปิดฉากคดีฆาตกรรม 8 ศพ ไม่เว้นเด็กผู้หญิง เป็นคดีที่พี่น้องคนไทยรุมสาปแช่งมือปืนคนลั่นไก ผู้บงการ และเอาใจช่วยให้ชุดสืบสวนไล่ล่าทีมฆ่า นายวรยุทธ หรือผู้ใหญ่บัติ สังหลัง อายุ 46 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ พร้อมคนในครอบครัว 8 ศพ มารับโทษทัณฑ์ในสิ่งที่ทำไว้

หลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.สุเทพ เดชรักษา ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร. พร้อม นรต.รุ่น 36 มือสืบสวนที่ปิดคดีนับไม่ถ้วน ลงพื้นที่คลี่คลายคดี พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ส. พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ศชต.พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ รอง ผบช.ศชต. พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐ ผบก.ศพฐ.ตร. พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. พ.ต.อ.พิษณุ พ่วงพร้อม ผกก.สส.ภ.จ.กระบี่ ใช้พื้นที่ค่ายทหาร ร.15 พัน.1 จังหวัดกระบี่ เป็นเซฟเฮาส์ กองบัญชาการสืบสวนคดี

พล.ต.อ.จักรทิพย์ถอดเครื่องแบบนายพลชั่วคราว สวมบทมือสืบสวน สวมเสื้อกั๊กสีดำตัวโปรด ลงพื้นที่ทำงานร่วมกับนักสืบทุกหน่วย แบ่งงานทุกหน่วย กระจายกำลังเร่งค้นหาข้อมูลความขัดแย้งกลุ่มเป้าหมาย ทีมพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจเก็บวัตถุพยาน และทีมสอบสวนเร่งสอบสวนข้อมูลบุคคลเกี่ยวข้องทั้ง 3 ฝ่ายประสานข้อมูลทำงานเป็นทีม เดินไปด้วยกัน ตามวิธีทำงานแบบ “ลงแขก” ที่ถนัดของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ทำให้งานเดิน

คืบหน้าไปได้มาก ชุดสืบสวน บช.น.รับผิดชอบงานทางด้านเทคนิค กองปราบฯรับผิดชอบกล้องวงจรปิดและบุคคลเป้าหมาย สันติบาลงานข่าวซุ้มมือปืนต้องสงสัยรับงาน ตำรวจพื้นที่สนับสนุนข้อมูลและเฝ้าประกบเป้าหมายที่สงสัยทุกเช้า ผบ.ตร.เรียกฝ่ายสืบสวนรายงานความคืบหน้า ระดมสมอง ตีกรอบประเด็นสังหาร และเป็นผู้ตัดสินใจเรียกตัวละครที่เกี่ยวข้องมาเค้นสอบปากคำ จนได้ปมขัดแย้งเรื่องที่ดิน มีกลุ่ม นายซูริก์ฟัต หรือบังฟัต บ้านนบวงศ์สกุล ที่มีพฤติกรรมปล่อยเงินกู้และทวงหนี้ในพื้นที่กระบี่ พังงา ภูเก็ต นครศรีธรรมราช

ลูกหนี้เงินกู้ที่ไม่จ่ายจะใช้คนสวมเครื่องแบบลายพรางมาข่มขู่ สอดคล้องแผนประทุษกรรมของกลุ่มคนร้ายที่ใช้เสื้อลายพราง คนชี้เป้าสวมโม่งคลุมหน้า และนายซูริก์ฟัต หรือบังฟัต มีปมขัดแย้งเรื่องผู้ตายนำที่ดินพ่อตามาจำนอง ผ่อนชำระครบแล้ว แต่นายบังฟัตบ่ายเบี่ยง นำที่ดินไปจำนองที่ธนาคาร จนมีการข่มขู่ของผู้ตาย และกลุ่มบังฟัตเคยยกทีมมาอุ้มผู้ตาย 2 ครั้ง ปมขัดแย้งที่ดิน เคลียร์กันไม่ลงตัว เป็นปมสังหารโหดยกครัว 8 ศพ

ซึ่ง ผบ.ตร.เร่งชุดสืบสวนขยายผลได้ข้อมูลครบถ้วน ก่อนสั่งชุดสืบสวนที่ประกบผู้ต้องสงสัยทยอยอาศัยอำนาจ คสช.เข้ารวบตัวผู้ต้องสงสัย 1 คน ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่จังหวัดภูเก็ต 3 คน ที่จังหวัดพังงา 2 คน ที่จังหวัดระนอง 2 คน รวบตัว นายซูริก์ฟัต หัวโจกคดีได้ที่จังหวัดภูเก็ตในบ้านเช่าหลังหนึ่ง สอบปากคำที่ค่ายทหาร

ผบ.ตร.สั่งปิดเงียบ ไม่ให้ข่าว รอจนได้พยานหลักฐานครบถ้วน ทั้งผู้ต้องสงสัย รถยนต์ของกลางคนร้าย 2 คัน รถยนต์ผู้ตายที่ถูกเผาทำลายหลักฐาน อาวุธปืน เสื้อลายพราง ใช้เวลา 5 วันเชื่อมโยงปมขัดแย้ง

ผบ.ตร.นำผู้ต้องหาชี้จุดที่เกิดเหตุบ้านของผู้ตาย จุดที่ผู้ต้องหานำรถยนต์โตโยต้า ยาริส ของนายวรยุทธเผาอำพรางคดี นำคนร้ายอีกคนที่เป็นเจ้าของบ้านพักที่ทีมสังหารนำของกลางไปอำพราง 5 จุด จุดแรกพบเมมโมรี่การ์ดโทรศัพท์ 5 ชิ้น จุดที่ 2 พบกุญแจมือ ถุงมือ 2 ชั้น ซึ่งพยานเห็นที่เกิดเหตุและป้ายทะเบียน จุดที่ 3 พบอาวุธปืน ลูกกระสุนปืน จุดที่ 4 พบปลอกกระสุนปืน และจุดสุดท้ายพบอาวุธปืน แกลลอนน้ำมันขนาด 5 ลิตร กลุ่มคนร้ายใช้เผารถยนต์ของผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ต.ตากแดด อ.เมือง จ.พังงา ก่อนนำกลับมาเก็บไว้ที่บ้านหลังนั้น

ตลอดทั้งคืน ผบ.ตร.นำทีมสืบสวนค้นหาพยานหลักฐานในคดี สอบเค้นผู้ต้องสงสัยจนมุมรับสารภาพ ก่อนใช้มาตรา 44 เข้าคุมตัวทีมฆ่า 8 คน ได้แก่ นายซูริก์ฟัต หรือบังฟัต บ้านนบวงศ์สกุล นายประจักษ์ บุญทอย นายคมสรรค์ เวียงนนท์ นายอับดุลเลาะ ดอเลาะ นายธวัฒชัย บุญคง นายอรุณ ทองคำ นายธนชัย จำนอง และ น.ส.ชลิตา สังขโชติ ก่อนขออนุมัติศาลออกหมายจับกุมผู้ต้องหา นำตัวเข้าสู่กระบวนการสอบสวนของตำรวจ โดย ผบ.ตร. เดินทางลงไปรับตัวผู้ต้องหากับทางทหารด้วยตัวเอง
เป็นอีกคดีใหญ่ที่ ผบ.ตร.นำชุดสืบสวนคลี่คลายได้สำเร็จ สมกับนักสืบมืออาชีพ

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า “คดีนี้ลงมาบริหารจัดการบูรณาการคดีด้วยตัวเอง เลยทำให้รู้ว่าอะไรที่เป็นเรื่องจริง อยากบอกพี่น้องประชาชนผ่านสื่อในเรื่องความคืบหน้าคดีใจจะขาด แต่บอกไม่ได้ เพราะเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนต้องรักษารูปคดีจนกว่าจะได้พยานหลักฐานดำเนินคดีกลุ่มผู้ต้องหา ตั้งแต่แรกที่ได้ข้อมูล สาเหตุที่ฆ่ายกครอบครัวเป็นความขัดแย้งเรื่องที่ผู้ตายนำที่ดินไปจำนองไว้กับนายซูริก์ฟัต หรือบังฟัต บ้านนบวงศ์สกุล ผู้ต้องหาเป็นคนธรรมดา ไม่ใช่คนมีสี ไม่มีซุ้ม ตั้งใจจัดฉากฆ่าผู้ใหญ่ นายบังฟัตรู้คนเดียว แต่หลอกลูกน้องมาร่วมก่อเหตุอ้างทวงหนี้ พฤติกรรมถือว่าโหดเหี้ยมอำมหิตมาก สิ่งที่ทำอยู่ตอกย้ำว่า แก๊งคนร้ายต้องโดนศาลพิพากษาประหารชีวิต กำชับให้ทำสำนวนหลักฐานให้รัดกุม ให้พิพากษาประหาร ชีวิต เพื่อไม่ให้คนอื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง”

หลังจับกุมผู้ต้องหา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่เฝ้าติดตามความคืบหน้าคดี ได้แสดงความชื่นชมการทำงานของตำรวจ โดยเฉพาะ พล.ต.อ.จักรทิพย์ หัวหน้าทีมสืบสวนคลี่คลายคดี ที่อดหลับอดนอนลงไปทำงานอยู่กับลูกน้อง เป็นการทำงานแบบมืออาชีพ เพราะคดีนี้มีผลกระทบต่อสังคมสูง มีคนเจ็บตายจำนวนมาก ไม่มีใครรับได้

เป็นอีกคดีสำคัญระดับชาติที่ ผบ.ตร.นั่งคุมงานสืบสวนด้วยตัวเอง อดทนรวบรวมพยานหลักฐาน เชื่อมโยงกลุ่มเป้าหมาย แต่ “ปิดปากเงียบ” พูดอะไรไม่ได้ เพื่อไม่ให้ผู้ต้องสงสัยไหวตัวหลบหนี หรือทำลายหลักฐาน จนได้พยานหลักฐานครบถ้วน จึงเปิดคดีออกมา นำทีมเข้าค้นหาหลักฐาน ทั้งพยานบุคคล และวัตถุพยาน ในรูปแบบ มืออาชีพ ที่เน้นทำงานเป็นทีม ผสมผสานชุดสืบสวนระดับตำนาน นรต.รุ่น 36 และนักสืบสวนรุ่นใหม่ที่ขยับขึ้นมา

ทำให้ตำรวจรุ่นหลังได้เห็นแบบอย่างผู้นำตำรวจที่เติบโตมาด้วยผลงานที่ทำต่อเนื่อง.

ทีมข่าวอาชญากรรม