วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เสริมคุณ คุณาวงศ์ ฝันใหญ่ให้ศิลปะไทยก้าวไกลสู่โลก

แม้จะประสบความสำเร็จไปทั่วยุทธจักร ในฐานะเจ้าพ่อออกาไนเซอร์มือหนึ่งของอาเซียน ผู้อยู่เบื้องหลังงานอีเวนต์ใหญ่ๆระดับชาติมากมาย แต่ถ้าถาม “คุณจก เสริมคุณ คุณาวงศ์” ซีอีโอค่าย CMO ว่า ชีวิตนี้ภูมิใจกับอะไรที่สุด เราอาจได้คำตอบเหลือเชื่อว่า การสร้างธุรกิจพันล้านเป็นเรื่องจิ๊บๆ แต่ฝันยิ่งใหญ่กว่าคือ อยากเป็นจุดเล็กๆร่วมปลูกฝังรสนิยมด้านศิลปะให้เฟื่องฟูในสังคมไทย พร้อมสนับสนุนศิลปะไทยก้าวไกลสู่โลก

“ในมุมมองของผม การลงทุนในศิลปะไม่มีกำไรหรอก แต่ผมทำเพราะแพสชั่นมากกว่า ผมคิดว่ามันเป็นพรหมลิขิตที่ทำให้ผมต้องมาเป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์ มาเก็บกอบงานศิลปะในอดีตรวบรวมไว้ในที่เดียวกัน ผมเชื่อว่าเมื่อรวยแล้วประสบความสำเร็จแล้ว เราทุกคนควรช่วยกันปลูกฝังรสนิยมศิลปะให้สังคมไทย หุ้นในกลุ่ม SET 50 ควรสนับสนุนศิลปะให้ครบทุกบริษัท กระทรวงศึกษาฯควรให้ความสำคัญกับรสนิยมด้านศิลปะ ถึงวันนี้เมืองไทยมี “ครีเอทีฟ อีโคโนมี” ไม่ได้หรอก ถ้าเด็กไทยยังไม่มีรสนิยมด้านศิลปะ ผมเชื่อว่ารสนิยมจะสร้างประเทศ สร้างเศรษฐกิจ และสร้างคนรุ่นต่อไป อย่ามาอ้างข้าวไม่มีกิน อาร์ตยังไม่ต้องทำ”...เจ้าพ่อธุรกิจอีเวนต์พันล้านบอกเล่าความในใจกับทีมข่าวหน้าสตรีไทยรัฐ

จากเจ้าพ่ออีเวนต์ ผันตัวมาเป็นนักสะสมศิลปะรายใหญ่ของเมืองไทยได้อย่างไร

ผมเริ่มสะสมงานศิลปะ เมื่อ 20 ปีที่แล้ว เริ่มจากการไปดูงานศิลปะในพิพิธภัณฑ์ต่างประเทศ มีโอกาสซื้องานประติมากรรมขนาดเล็กสะสมมาเรื่อย จากนั้นเริ่มซื้องานเพนติ้งรูป “ภูเขาทอง” ของ “อ.อนันต์ ปาณินท์” แล้วก็ไปเสาะหางานศิลปะที่ศิลปากร วังท่าพระ และดั้นด้นไปถึงนครปฐม ไปสะดุดใจกับงานวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาศิลปากร ที่ถูกทิ้งร้างหัวขาดไว้ตามพงหญ้า นักศึกษาสร้างงานดีๆส่งอาจารย์แล้ว แต่ไม่รู้จะเอางานประติมากรรมไปเก็บที่ไหน พอเห็นอย่างนั้นรู้สึกเสียดาย ผมเลยตั้งใจว่าจะสะสมประติมากรรมไทย

ตรงนี้คือที่มาของการเปิดศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพฯใช่ไหมคะ

ผมสะสมอยู่เกือบ 10 ปี จึงนำประติมากรรมที่มีอยู่มาเปิดเป็นศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพฯ ผมใช้ความศรัทธาของตัวเองเปิดศูนย์นี้ เมื่อ 12 ปีที่แล้ว โดยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล แต่ทำเพราะความรักศิลปะ ช่วงแรกมีของจัดแสดงอยู่ 120 ชิ้น ปัจจุบันมีของจัดแสดง 200 ชิ้น และเพนติ้งกับวัตถุศิลปะต่างๆอีก 200 ชิ้น

มีผลงานชิ้นเอกหลายชิ้นที่เป็นมรดกของชาติจัดแสดงอยู่ในศูนย์ด้วย?!

ผมได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานที่เขาเชื่อถือว่าเราตั้งใจทำ จนสามารถสร้างชื่อเป็นศูนย์รวมผลงานประติมากรรมเยอะที่สุดในไทย เราภูมิใจที่ได้เป็นห้องรับแขกต้อนรับศิลปินจากทั่วโลก โดยมีผลงานชิ้นสำคัญๆทางประวัติศาสตร์หลายชิ้น เช่น รูปปั้นสมเด็จกรมพระยานริศฯ ฝีมือ “อ.ศิลป์ พีระศรี” ผมร่วมกับมูลนิธินริศรานุวัดติวงศ์หล่อแบบจากปูนปลาสเตอร์ มอบให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป และอีกชิ้นเก็บไว้ที่ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพฯ เรายังมี “ประติมากรรมสิงโตขนาดยักษ์” เคยตั้งอยู่ที่ธนาคารกสิกรไทย ปั้นโดย “อ.ช่วง มูลพินิจ” ทางกสิกรไทยอนุญาตให้เราไปถอดพิมพ์ และนำมาจัดแสดงที่ศูนย์ อีกชิ้นที่ภูมิใจมากคือ “ครุฑไปรษณีย์กลาง” ทางไปรษณีย์ไทยอนุญาตให้เราถอดพิมพ์จากต้นแบบ ต้องต่อนั่งร้านขึ้นไปสูงเท่าตึก และไปถอดพิมพ์ 200 กว่าพิมพ์ สร้างเป็นงานประติมากรรมโลหะสัมฤทธิ์ ครุฑยักษ์นี้เป็นผลงานของ “อ.ศิลป์ พีระศรี” ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ ส่วนที่เหลืออีก 90% เป็นผลงานประติมากรรมที่เราซื้อจากศิลปินไทยหลากแขนง ศูนย์ของเรามีตั้งแต่พระพุทธรูปสุโขทัย ไปถึงยุค “อ.ศิลป์ พีระ-ศรี” ซึ่งจุดประกายให้เกิดประติมากรรมยุคโมเดิร์นอาร์ตในไทย ไหลไปถึงยุคแอ็บสแตรกต์ เรามีงานของ “อ.เขียน ยิ้มศิริ” เป็นคอลเลกชั่นใหญ่ 26 ชิ้น และมีงานศิลปินยุคใหม่ เช่น อ.จักรพันธ์ วิลาสินีกุล, อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และ อ.ถวัลย์ ดัชนี ยังขาดก็แต่ศิลปะคณะราษฎร์ ส่วน “อ.จักรพันธุ์ โปษยกฤต” ผมปวารณาตัวเป็นลูกศิษย์

อีกบทบาทที่ไม่ค่อยมีใครรู้คือ การเป็นช่างภาพอาชีพ ช่วยแบ่งปันพรสวรรค์ด้านนี้หน่อย

ผมหลงรักการถ่ายภาพตั้งแต่เรียนนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ เริ่มรับจ๊อบถ่ายภาพตั้งแต่ปีสอง ถ่ายหมดทั้งโบชัวร์โรงงานเหล็ก, โรงเรียนทิวไผ่งาม, รองเท้ากีฬา, หนังสือนู้ด และถ่ายแฟชั่น พอเรียนจบมีรุ่นพี่ชวนไปตั้งบริษัทรับทำปฏิทินและไดอารี่ โดยผมมีหน้าที่คิดคอนเซปต์ปฏิทินและถ่ายภาพ คุณพ่อให้เงินล้านหนึ่งเพื่อซื้อกล้อง ผมก็เอาทั้งล้านหนึ่งไปซื้อกล้อง ลาร์จ ฟอร์แมต ยี่ห้อ Sinar มาหุ้นตั้งบริษัท ทำให้มีโอกาสถ่ายภาพเหตุการณ์สำคัญๆ หลายอย่าง รวมถึงการสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี และภาพโบราณ วัตถุภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ภาพลักษณ์ของผมในฐานะช่างภาพมืออาชีพอาจไม่ชัด แต่ผมมีผลงานถ่ายภาพจัดแสดงเป็นเรื่องเป็นราว 4 ครั้งแล้ว

ชีวิตนี้ทำอะไรมาเยอะแยะ ภูมิใจกับผลงานอะไรมากที่สุด

ภูมิใจที่สุดคือ ได้รับเกียรติร่วมถ่ายภาพในหลวง รัชกาลที่ 9 ในงานพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี ผมเป็น 1 ใน 7 ช่างภาพหลักที่ได้ถวายงานใกล้ชิด ตั้งแต่เสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร ไปจนถึงงานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำ ในพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี โดยภาพประวัติศาสตร์ที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จออกมหาสมาคม มีแค่ผมกับ “อ.รชฏ วิสราญกุล” ยืนอยู่จุดเซ็นเตอร์ของสนามหญ้าหน้าสีหบัญชร ผมยังได้ถ่ายภาพในช่วงงานเลี้ยงน้ำชาพระราชอาคันตุกะ และงานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำ

จากล้านหนึ่ง จนวันนี้มีเป็นพันล้าน ถือว่ารวยหรือยัง ประสบความสำเร็จหรือยัง

ประสบความสำเร็จหรือยังขึ้นกับคนมองมากกว่า แต่ถ้าถามว่าพอใจหรือยัง ก็ตอบได้ว่าพอใจกับชีวิตแล้ว ดีใจที่ได้ทำสิ่งที่อยากทำหลายๆอย่างไปแล้ว ทั้งงานอีเวนต์ใหญ่ๆระดับชาติ อย่างเช่น การแสดงแสงสีเสียงในรูปแบบ 3D Mapping ตลอดแนวกำแพงวัดพระแก้ว และการจัดนิทรรศการเย็นศิระ เพราะพระบริบาล ณ ท้องสนามหลวง

เป็นคนทำอะไรก็ทำเลย ต้องสุดโต่งทุกอย่าง มีอะไรเป็นแรงผลักดัน

ผมอยากทำอะไรก็จะลุกขึ้นมาทำเลย เป็นคนแบบนี้แต่ไหนแต่ไร อย่างตอนทำเทศกาลวัดอรุณฯ ผมไม่ได้มีคอนเนกชั่น จู่ๆเดินเข้าไปหาเจ้าอาวาสวัดอรุณฯเรียนว่าอยากทำ ท่านก็ให้ทำเลย ผมเนรมิตวัดอรุณฯเป็นแลนด์มาร์กอีเวนต์ด้านวัฒนธรรม เพราะอยากรื้อฟื้นงานมหรสพย้อนยุค และเมื่อรู้ว่า “อ.จักรพันธุ์

โปษยกฤต” เป็นผู้ชำนาญด้านหุ่นหลวงสมัย ร.5

ผมไปขอให้ท่านเป็นที่ปรึกษา โดยไม่เคยรู้จักมาก่อน ทุกครั้งที่ได้ทำอะไรแบบนี้จะรู้สึกชื่นใจมาก ไม่ใช่ความสำเร็จในแง่เงินทอง แต่เป็นความสำเร็จที่ได้ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมไทย มันคงเป็นโชคชะตาลิขิตไว้จริงๆ.


ทีมข่าวหน้าสตรี