วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สัญญาณบอกว่าคู่นี้เลิกกันแน่

โดย เมอร์ลิน

การใช้ชีวิตด้วยการครองคู่และคบหากันนั้น จะว่าสนุกก็สนุกดี แต่หากไปได้คู่ครองหรือคนที่เราคบเป็นฝ่ายสร้างปัญหาขึ้นมาให้กับทั้งคู่ เจ้าความสนุกจะหายไปทันที ยิ่งหากไม่สังเกต “คนที่เราคบด้วย” ให้ดีๆ เราอาจคาดไม่ถึงว่าจะมีปัญหาตามมาได้อย่างเหลือเชื่อ บางคนคิดว่า ตอนเลือกคู่นั้นอุตส่าห์เลือกแล้วเลือกอีก คัดแล้วคัดอีก พิจารณาแล้วพิจารณาอีก เพื่อให้ได้ “คนที่น่าคบ” มารู้จักกัน และเรียนรู้ใจกัน

แต่พอคบไปได้สักพัก หรือบางคู่จับมือแต่งงานกันแล้วด้วยซ้ำ กลับเพิ่งมาทราบข้อเสียของอีกฝ่ายที่ “พอจะรับได้ในตอนแรก” แต่เมื่อฝ่ายนั้นทำผิดต่อเนื่อง บางทีไอ้ที่คิดว่าพอรับได้อาจกลายเป็น “รับไม่ได้” ก็มี ที่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะมีตัวอย่างในชีวิตจริงอยากเล่าให้คุณผู้อ่านที่รักฟังไว้เป็นกรณีศึกษา

เมื่อ นายแอนโทนี ไวเนอร์ หนุ่มชาว อเมริกัน อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ครั้งหนึ่งหลายคนมองว่ามีอนาคตไกลและรุ่งเรืองทางการเมืองแน่ๆ เนื่องจากเป็นคนฝีปากดีสามารถอภิปรายเรื่องต่างๆ รวมทั้งโต้แย้งกับฝ่ายตรงข้ามในสภาเก่งมาก จนถูกมองว่าจะเป็นดาวรุ่งทางการเมืองคนต่อไปของพรรคเดโมแครต

กระทั่งเขาไปจีบนางฮูมา อเบดีน ผู้ช่วยคนสำคัญและคนใกล้ชิดของนางฮิลลารี คลินตัน อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ และอดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 จนนางฮูมาใจอ่อนยอมแต่งงานด้วย

แต่หลังจากแต่งงานแล้ว นายไวเนอร์ก็แสดงสัญชาตญาณความเป็นชายออกมา ด้วยการส่งภาพโป๊เปลือยของตัวเองไปให้ผู้หญิงหลายคนที่เขาติดต่อด้วยทางอีเมลและสื่อสังคมออนไลน์อย่างทวิตเตอร์ จนมีคนจับได้ไล่ทันและออกมาแฉ ตอนแรกเขาปฏิเสธ แต่สุดท้ายก็จำนนด้วยหลักฐานยอมรับว่าได้ทำจริง พอความแตกดังโพละ เขาถึงกับต้องลาออกจากการเป็น ส.ส.ก็เจ็บปวดสาหัสอยู่

เมื่อภรรยารู้ความจริงว่าสามีเป็นอย่างไร? ตอนแรกก็ให้อภัย เนื่องจากคนเราทำผิดกันได้ และสนับสนุนให้สามีเข้ารับการบำบัด แต่หลังบำบัดเสร็จนายไวเนอร์ก็อยากเข้าสู่สนามการเมืองอีกครั้ง ด้วยการสมัครเป็นนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก กระนั้นเขาก็ยังคงส่งภาพและข้อความติดต่อกับสตรีที่ไม่ใช่ภรรยาในเรื่องเซ็กซ์ๆเอ็กซ์ๆอีกจนได้ แล้วไม่ได้ติดต่อกับหญิงคนเดียวนะ แต่หลายคนด้วยกัน (สงสัยใจรักที่จะทำแบบนี้มั้ง)

พอถูกเปิดโปงอีกครั้ง นอกจากเขาจะชวดจากตำแหน่งที่ลงสมัครแล้ว เขายังถูกตั้งข้อหาส่งข้อความเซ็กซ์ให้กับเด็กสาวอายุ 15 ปีด้วย แต่ยังสามารถต่อรองเรื่องรับโทษกับอัยการได้

แต่กับคุณนายอเบดีนสิเธอถึงกับขอหย่าจากสามีเลยดีกว่า เพราะทนไม่ไหวแล้ว เกิดเหตุการณ์ซ้ำๆกันหลายครั้งอย่างนี้แสดงว่า การส่งเขาไปบำบัดทางจิตไม่ได้ช่วยให้เขาหยุดส่งข้อความและภาพโป๊เปลือยของตัวเองเลย (แถมยังไปขอให้สาวอื่นส่งภาพมาให้เขาดูด้วยนะ)

นี่ขนาดนายไวเนอร์ยังไม่ได้มีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงอื่นอย่างเป็นเรื่องเป็นราวนะ แต่อเมริกันนี่เขาถือในเรื่องการนอกใจมาก ต่อให้ไม่ถึงกับมีชู้ แค่ส่งข้อความที่เรียกว่า เซ็กซ์ติง (Sexting) ก็เป็นเหตุให้หย่ากันได้

งั้นเรามาดูว่า คู่ที่มีแววว่าจะเลิกกันนั้น เค้ามีสัญญาณอะไรบอกไว้ว่าจะต้องเลิกกันแน่ ดีฝ่าไหม? ข้อแรก 1.ดูกรณีตัวอย่างข้างต้นแล้วกันว่า การนอกใจ มักเป็นสาเหตุหลักให้คู่ไหนคู่นั้นมักจบความสัมพันธ์ด้วยการเลิกรากันไปหลายคู่แล้ว อย่างไทเกอร์ วูดส์ ก็ใช่

แต่อย่างว่า ผู้หญิงบางคนสามารถทำใจให้มองข้ามปัญหาการนอกใจไปได้เหมือนกัน โดยเฉพาะสาวเอเชียจะอดทนอยู่กับสามีที่ปันใจไปให้หญิงอื่นได้มากกว่า แต่ก็นั่นแหละเฉพาะสาวบางคนเนอะ ที่ยอมได้ก็ยอมไป ทว่าส่วนใหญ่ไม่ค่อยยอมกันหรอก

2.ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอยู่ทำงานที่ออฟฟิศนานขึ้น (ไม่ใช่งานเยอะนะแต่ไม่อยากกลับบ้าน) นักจิตวิทยาบอกว่า หากคู่เลิฟคนใดคนหนึ่งหรือทั้งสองคนเริ่มอยู่ทำงานที่สำนักงานนานๆ เช่น สมมติเข้างาน 9 โมงก็ควรเลิกงาน 5 โมงเย็นใช่ปะ แต่คุณไม่รีบกลับบ้านพอถึงเวลาที่ควรกลับแฮะ ตรงข้ามดันนั่งทำงานต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะพอใจ นี่เป็นสัญญาณอย่างนึงว่า ความสัมพันธ์ของคู่คุณนั้นกำลังมีปัญหาอยู่ละซี

คุณถึงไม่รีบร้อนที่จะกลับบ้านไปหาหวานใจคนโปรดเหมือนเดิม เอ้าคู่นี้กำลังมีปัญหาแน่เลย

3.หากอีกฝ่ายทำอะไรก็ขัดใจคุณไปหมด หรือตรงข้าม คุณทำอะไรแล้วเขาก็ไม่ชอบสักอย่าง

กรณีนี้ถ้าพูดภาษาชาวบ้านก็คือ คู่นี้คงเกลียดขี้หน้ากันแหงๆ เพราะต่างฝ่ายต่างทำอะไรก็ไม่ถูกใจอีกฝ่ายทุกอย่าง แบบนี้แต่ละคนต้องมีความในใจอะไรสักอย่างอยู่แน่ๆ ดังนั้นเวลาทำอะไรทีจึงไม่พอใจกัน แล้วอย่างนี้จะรักกัน

ต่อไปไหวรึ? ซึ่งคู่ที่อยู่ด้วยกันจะมีความรู้สึกด้วยนะว่า อีกคนไม่ชอบเรา ปัญหามีแน่นอน ขืนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันก็อีกไม่นานหรอกต้องเลิกแหงๆ

4.อยากขลุกอยู่กับเพื่อนมากกว่าอยู่กับแฟน ยังต้องอธิบายอีก? ถ้าใครใช้เวลากับเพื่อนมากกว่าแฟนก็แสดงว่า รักแฟนน้อยกว่าเพื่อนน่ะซี อย่างนี้ส่อแววเลิกกันทางใจนานแล้ว.

@@@

เมอร์ลิน