วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คดีทรัมป์คบรัสเซียลาม ฤาซ้ำรอย “วอเตอร์เกต”?

โยงใย–โฉมหน้าบรรดาผู้เกี่ยวข้องโยงใยคดีรัสเซียถูกกล่าวหาแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ รวมทั้งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลูกชาย ลูกเขย หัวหน้าทีมหาเสียง ทนายสาวชาวรัสเซีย และนักธุรกิจพ่อ–ลูกชาวรัสเซีย–อาเซอร์ไบจาน (เอเอฟพี)

ข้อกล่าวหา “รัสเซีย” แทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปีที่แล้ว เพื่อให้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะนางฮิลลารี คลินตัน คู่แข่ง และทีม หาเสียงของทรัมป์อาจสมรู้ร่วมคิดด้วย ยังตามหลอกหลอนทรัมป์ไม่หยุด!

ทรัมป์และรัสเซียยืนกรานปฏิเสธข้อกล่าวหานี้มาตลอด แม้มีเงื่อนงำน่าสงสัยจนคณะกรรมาธิการแห่งวุฒิสภาและสภาผู้แทนฯต้องเข้ามาสอบสวน ส่วนกระทรวงยุติธรรมก็ตั้งนายโรเบิร์ต มูลเลอร์ อดีตผู้อำนวยการ “เอฟบีไอ” เป็นที่ปรึกษาพิเศษสอบสวนเรื่องนี้เช่นกัน

ขณะที่ “สื่อมวลชน” ก็เกาะติดทำข่าวเชิงลึกอีกทางอย่างเข้มข้นด้วย!

แม้คดีนี้ยังไม่มีหลักฐานมัดจนดิ้นไม่หลุด แต่ต้นเดือนนี้มี “จุดพลิกผัน” ครั้งใหญ่ เมื่อหนังสือพิมพ์ “นิวยอร์ก ไทม์ส” แฉว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ ลูกชายคนโตของทรัมป์ พร้อมนายจาเรด คุชเนอร์ ลูกเขย และนายพอล มานาฟอร์ต หัวหน้าทีมหาเสียงของทรัมป์ เคยลอบ พบปะกับนางนาตาเลีย เวเซลนิตสกายา ทนายสาวผู้ทำงานให้รัฐบาลรัสเซีย ที่ตึกทรัมป์ทาวเออร์ในนิวยอร์ก เมื่อ 9 มิ.ย.2559 ในช่วงหาเสียง

การพบปะมีขึ้นไม่กี่วันหลังทรัมป์ จูเนียร์ ได้รับอีเมลจากนายร็อบ โกลด์สโตน นักประชาสัมพันธ์ชาวอังกฤษ ผู้มีสายสัมพันธ์กับรัสเซีย แจ้งว่าเวเซลนิตสกายามีข้อมูลลับที่จะสร้างความเสียหายให้นางคลินตัน

ก่อนนิวยอร์ก ไทม์ส จะเผยแพร่อีเมลฉาว ทรัมป์ จูเนียร์ รีบแถลงยอมรับว่ามีการพบปะกันจริงแต่ไม่ได้ข้อมูลสำคัญใดๆ เขายังชิงเผยแพร่อีเมลทางทวิตเตอร์และให้สัมภาษณ์ “ฟ็อกซ์ นิวส์” ว่าการพบปะกินเวลาแค่ 20 นาที ไม่มีสาระ สำคัญอะไรจึงไม่ได้แจ้งบิดา เพราะนางเวเซลนิตสกายาแค่พูดถึงเรื่องรัสเซียระงับนโยบายให้ชาวอเมริกันรับลูกบุญธรรมชาวรัสเซีย หลังสหรัฐฯ คว่ำบาตรบุคคลและบริษัทรัสเซียที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน

อย่างไรก็ตาม ในอีเมลอื้อฉาว นายโกลด์สโตนกลับระบุว่า ข้อมูลลับที่นางเวเซลนิตสกายา มีอยู่เป็นข้อมูลระดับสูงละเอียดอ่อนของรัฐบาลรัสเซียที่ต้องการช่วยเหลือทรัมป์ ซึ่งทรัมป์ จูเนียร์ ก็ส่งอีเมลตอบไปว่า “ชอบมาก” ในข้อมูลที่จะสร้างความเสียหายให้นางคลินตันนี้

แม้ทรัมป์ จูเนียร์ อ้างว่า “ไม่ได้อะไร” จากการพบปะกัน แต่นับเป็นครั้งแรกที่ “จับได้คาหนังคาเขา” ว่าทีมหาเสียงของทรัมป์ติดต่อกับรัสเซียเรื่องการเลือกตั้งจริงๆ!

คดีนี้ยังมีตัวละครสำคัญโผล่ขึ้นมาอีกเรื่อยๆ โดยนายรินัต อัคห์เมตชิน ล็อบบี้ยิสต์สัญชาติอเมริกัน-รัสเซีย ออกโรงรับว่าตนก็ไปร่วมการพบปะครั้งนั้นด้วยพร้อมล่าม 1 คน แต่อ้างว่าไม่ได้ทำงานให้หน่วยต่อต้านข่าวกรองรัสเซีย พร้อมระบุว่า
นางเวเซลนิตสกายาได้มอบแฟ้มเอกสารให้ทรัมป์ จูเนียร์ เรื่อง “กองทุนเฮดจ์ ฟันด์” ของรัสเซีย ส่งเงินช่วยพรรคเดโมแครตของนางคลินตัน ซึ่งขัดแย้งกับข้อมูลที่ทรัมป์ จูเนียร์ อ้างอย่างชัดเจน

ต่อมามีการเปิดเผยอีกว่าผู้เข้าร่วมการพบปะคนที่ 8 ยังมีนายอิเก้ คาเวลาดเซ รองประธานบริษัท “โครคัส กรุ๊ป” ของนายอาราส อกาลารอฟ นักธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กับลูกชายชื่อเอมิน นักร้องเพลงป๊อปชื่อดังชาวรัสเซีย-อาเซอร์ไบจาน ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในกรุงมอสโก โดยพ่อลูกคู่นี้มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตระกูลทรัมป์ และเป็นผู้จัดการให้ทรัมป์ จูเนียร์ พบปะนางเวเซลนิตสกายา

หลังถูกเปิดโปง โกลด์สโตนปฏิเสธว่าไม่รู้ เรื่องรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ นางเวเซลนิตสกายาก็อ้างว่าไม่ได้เป็นตัวแทนรัฐบาลรัสเซียและยินดีไปให้การต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภาสหรัฐฯ ที่สอบสวนเรื่องนี้

เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้ ทรัมป์ จูเนียร์ และพอล มานาฟอร์ต จำต้องแถลงว่าจะยอมไปให้การต่อคณะกรรมาธิการยุติธรรมของวุฒิสภา ส่วนจาเรด คุชเนอร์ จะไปให้การต่อคณะกรรมาธิการข่าวกรองของวุฒิสภา

คดีนี้ยังทำให้นายไมเคิล ฟลินน์ ลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของทรัมป์มาแล้ว หลังถูกสื่อแฉว่าเคยลอบพบปะหารือกับนายเซอร์เก คิลส์เยฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐฯ เรื่องการยกเลิกคว่ำบาตรรัสเซียก่อนรัฐบาลทรัมป์รับตำแหน่ง ซึ่งเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ผู้ที่เข้าไปพัวพันคดีนี้อีกคนคือนายเจฟฟ์ เซสชันส์ ผู้ถูกทรัมป์ตั้งเป็น รมว.ยุติธรรม ซึ่งถูกแฉว่าเคยลอบพบปะกับนายคิลส์เยฟด้วย แต่เขาปฏิเสธที่จะร่วมมือกับคณะกรรมาธิการวุฒิสภาผู้สอบสวน

ส่วนทรัมป์เองก็ถูกสื่อแฉว่าพบปะเจรจานอกรอบยกที่ 2 แบบลับๆ กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ในงานเลี้ยงอาหาร ค่ำระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำ “จี 20” ที่เยอรมนี ต้นเดือนนี้

คดีนี้อาจมีอะไรที่หมกเม็ดอยู่อีกเยอะ อาจ “จบไม่สวย” ดีไม่ดีอาจทำให้ทรัมป์หลุดจากเก้าอี้คล้ายคดี “วอเตอร์เกต” ซึ่งทำให้ประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน ต้องลาออกมาแล้ว!

คดีนั้นเริ่มจากตำรวจจับกุมชาย 5 คน ที่เข้าไปโจรกรรมข้อมูลในที่ทำการใหญ่พรรคเดโมแครตในอาคารวอเตอร์เกต กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อ 17 มิ.ย.2515 ซึ่งเอฟบีไอสืบพบว่ากองทุนช่วยนิกสันลงชิงเก้าอี้สมัยที่ 2 ว่าจ้างโจรกลุ่มนี้ และจากเทปบันทึกเสียงในห้องทำงานของนิกสัน ชี้ว่าเขาและทีมงานพยายามปกปิดเรื่องนี้

ศาลฎีกาสั่งให้นิกสันส่งมอบเทปบันทึกเสียงเหล่านี้แก่เจ้าหน้าที่สืบสวน เมื่อรู้ว่าสู้คดีไป ก็ไม่รอดและอาจถูกรัฐสภาลงโทษ นิกสันจึงประกาศลาออกเมื่อ 9 ส.ค.2517

คดีวอเตอร์เกตถูกเปิดโปงเพราะหนังสือพิมพ์ “วอชิงตัน โพสต์” เจาะข่าวเชิงสืบสวนสอบสวนกัดไม่ปล่อยออกมาตีแผ่เป็นระยะๆ ทรัมป์ก็อาจ “พังเพราะสื่อ” อย่าง “นิวยอร์ก ไทม์ส” ที่เขาเกลียดชังเข้าไส้!

บวร โทศรีแก้ว