วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปิดคดีประวัติศาสตร์

25 ส.ค.60 ต้องลุ้นกันระทึก...เมื่อศาล นัดฟังคำพิพากษาคดีจำนำข้าวจะได้รู้หัว รู้ก้อยว่าผลจะออกมาอย่างไร เพื่อไทยออกโรงโต้ไม่รับพิจารณาคดีลับหลัง-ไม่มีอายุความทำท่าจะไม่ได้ผล

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้วังวนการเมืองในสถานการณ์ที่ต้องบอกคำเดียวว่า ไม่ต่างไปจาก “กับระเบิด” ที่วางเรียงรายเต็มไปหมด

ใครเผลอไปเหยียบเข้าก็พร้อมจะตูมทันที

แน่นอนว่าเรื่องใหญ่ๆ ที่กำลังรอลุ้นกันอยู่นั้นคงไม่มีเรื่องอะไรเท่าคดีจำนำข้าว ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกำลังจะตัดสิน

“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกฯหญิงคนแรกของประเทศไทย ซึ่งถูกกล่าว หาว่าปล่อยปละละเลยจนทำให้เกิดความ เสียหาย

การพิจารณาคดีได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง จนใกล้ถึงวาระสุดท้ายที่จะรู้ผลว่าจะออกหัวออกก้อยอย่างไร

21 ก.ค.60 เป็นวันนัดไต่สวนพยานจำเลยนัดสุดท้าย ซึ่งมีผู้มาให้ปากคำ 1 คน อีกคนคือนายอำพน กิตติอำพน ได้แจ้งว่าไม่สามารถมาให้ปากคำได้จึงต้องตัดทิ้งไป

1 ส.ค.60 ศาลอนุญาตให้ผู้ถูกกล่าวหาแถลงปิดคดีด้วยวาจา

15 ส.ค.60 ให้ส่งคำแถลงเป็นลายลักษณ์อักษร

25 ส.ค.60 ศาลจะนัดฟังคำพิพากษาพร้อมกันทั้งในส่วนของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ถูกข้อกล่าวหากระทำผิดการขายข้าวจีทูจี รวมถึงนายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์
ทั้งนี้องค์คณะศาลปฏิเสธที่จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า วินิจฉัย ม.5 กฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2542 ว่าขัดแย้งกับ ม.235 (6) ของรัฐธรรมนูญหรือไม่

ชี้ว่าสามารถดำเนินการได้

นั่นทำให้คำร้องต้องตกไปโดยปริยาย

เพราะหากส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ ตีความก็อาจจะทำให้กระบวนการพิจารณา คดีในขั้นตอนสุดท้ายต้องชะลอไปชั่วคราว
ทุกอย่างจึงต้องดำเนินการไปตามขั้นตอนดังที่ศาลได้ชี้แจงให้รับทราบแล้ว

ดังนั้น 25 ส.ค.60 จึงเป็นวันสำคัญทั้งของอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงพรรค เพื่อไทย และผู้ให้การสนับสนุน

ที่สำคัญก็คือ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ และพี่ชายที่นำน้องสาวเข้ามาสู่วงจรทางการเมืองจนต้องประสบชะตากรรม อย่างนี้

หากผลออกมาในทางบวกก็แล้วไป

หากออกมาตรงข้ามก็มีปัญหาแน่!?!

เหนืออื่นใด ในเมื่อเป็นคำตัดสินของ ศาลถือว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ทุกฝ่ายจะต้องให้การยอมรับ เพราะมิฉะนั้นประเทศ นี้ก็อยู่กันไม่ได้

วันนี้นอกเหนือจากเรื่องนี้แล้ว ยังมีปมกฎหมายที่ สนช.ลงมติเห็นชอบแล้ว นั่นคือการให้พิจารณาคดีลับหลังได้และไม่มีอายุความ

กฎหมายลักษณะนี้มีใช้กันทั่วโลก เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

จึงมีความจำเป็นที่ประเทศไทยจะต้องมี เพราะที่ผ่านมามีนักการเมืองใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายเมื่อกระทำความผิดแล้วหนีไปอยู่ต่างประเทศ รอจนกว่าจะหมดอายุความแล้วกลับมาแบบเท่ๆ

อีกทั้งยังบังคับใช้กับนักการเมืองทุกคนทั้งระบบ แม้แต่รัฐบาลชุดนี้ก็มีผลบังคับใช้หากใครกระทำผิดก็ต้องโดนเช่นกัน
จึงเป็นเรื่องที่ถูกต้องชอบธรรมแล้ว

ไม่ใช่เรื่องย้อนหลัง แต่เริ่มต้นบังคับใช้ในทันที

ใครทำผิดก็รับไป เรื่องมันก็เป็น อย่างนี้!!!

“ลิขิต จงสกุล”