บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เทวัญ ลิปตพัลลภ "ไอ้เทวดา ของหลวงพ่อคูณ" ผมได้พระทุกองค์มา เพราะวาสนา

โดย สีกาอ่าง

ในทำเนียบนักสะสมวัตถุมงคล มีชื่อ เทวัญ ลิปตพัลลภ นักการเมืองตระกูลดังโคราช บ่อยครั้ง แต่เป็นครั้งแรกที่คุณเทวัญ ประธานสโมสรฟุตบอล ทีมนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี นัดเปิดกรุพระ กับ “สนามพระวิภาวดี” เพื่อให้แนวคิดการใช้บูชา และสะสมพระเครื่อง

“คนไทยผูกพันกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้ว ตอนเด็กๆผมก็เห็นพ่อผมสะสมพระนิดๆหน่อยๆ ผมก็ชอบ แต่มาเริ่มสะสมตอนอายุ 35 แล้ว เป็น ส.ส. ปีแรก 2535 และเป็นปีแรกที่เช่าพระ ผมบอกเพื่อนว่า อยากได้สมเด็จสักองค์ แต่ก็ไม่เคยได้ จนวันนึง อ่านหนังสือพระซึ่งบอกว่า ถ้าอยากได้พระสมเด็จ ต้องสวดคาถาชินบัญชร ในวันพฤหัสฯ จุดธูป 9 ดอก แล้วก็เทียนขาว 5 แท่ง หันหน้าไปทางทิศเหนือ หรือทิศอะไรสักอย่าง ผมก็ทำตาม สวดกว่าจะหมดจบนี่ตั้งนาน อ่านแล้วอ่านอีก
เชื่อไหม หลังจากนั้น 3 วัน มีเพื่อนมาบอกว่า มีสมเด็จองค์นึง เป็น บางขุนพรหม พิมพ์สังฆาฏิ จะขาย ผมก็บอกเอามาดูหน่อย แต่ดูยังไงก็ดูไม่เป็น ก็ไปที่พันธุ์ทิพย์ ไปหาเซียน แต่เขาไม่อยู่ ก็ให้ลูกน้องเขาดู เขาบอกว่าปลอม เราก็เลยส่งพระกลับ แต่เจ้าของยืนยันว่า แท้ เลยเอากลับมาใหม่ พอดีผมไปที่ธนาคาร เจอสมุห์บัญชีที่ธนาคารกรุงเทพ บางแค เขาชอบเล่นพระ เขาบอกว่าองค์นี้สวยและแท้

วันนั้นผมเพิ่งเป็น ส.ส.สมัยแรก ผมก็เลยเอาพระไปสภา พี่นิพนธ์ พร้อมพันธุ์ บอกว่า “เฮ้ย เทวัญ เอาไปให้ เฮียเถ้า เซียนใหญ่ที่ท่าพระจันทร์ดู” ผมก็ไปหา พอดูเสร็จ เฮียเถ้า ถามว่า เขาขายเท่าไหร่ สมัยนั้นปี 2535 เขาขาย 5 แสน เฮียบอกว่า ถ้าคุณไม่เอา ทิ้งไว้ตรงนี้ก็ได้ ผมให้ 7 แสน ผมก็เลยเก็บ เป็นพระที่เช่าองค์แรก และกลับไปกลับมา 3 รอบ สุดท้ายก็เป็นของเรา หลัง จากนั้น ผมก็มีความเชื่อ ก็เลยสวดชินบัญชร จนสวดได้ หลังจากนั้น ผมก็เก็บโน่นเก็บนี่มาเรื่อย เป็นความสุข แต่ปนทุกข์

เพราะการที่เราเก็บพระที่ราคาสูงไป แพงไป มันเป็นทุกข์ทั้งนั้น จะสะสมอะไรก็เป็นทุกข์ทั้งนั้น พระนี่ต้องเก็บใส่ไว้ในเซฟ เพราะห่วงจะเผลอวางตรงไหน อยู่ในเซฟก็ต้องเอาออกมาดู ว่าจะเป็นสนิมไหม สารพัดทุกข์ แต่มีความสุขปนอยู่ในนั้นด้วย ผมก็เลยคิดว่า เราควรสะสมสิ่งที่พอสมควร นั่นคือ หลักการของผม

และข้อดีอีกอย่างของการสะสมพระ คือ เวลาไปพบผู้หลักผู้ใหญ่สนิทกัน ก็คุยเรื่องพระนานเป็นชั่วโมงๆ เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี เพราะไม่ว่าจะเป็นการเมือง ตำรวจ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ส่วนมากก็จะเชื่อความศักดิ์สิทธิ์ของพระ พระบูชา หรือจะเป็นพระเครื่อง ก็คุยได้ง่าย”

ตอนแรกๆ คุณเทวัญห้อยพระถึง 10-11 องค์ เต็มคอ เลี่ยมทองด้วย รวมน้ำหนักทองก็ 10 บาท ไปไหน ก็เสียงก็องแก๊ง ตอนหลังจึงถอดออก ใส่องค์เดียว แล้วเปลี่ยนจากสร้อยคอทองคำเป็นสเตนเลส เบาๆ ง่ายๆ

ในบรรดาพระที่สะสมไว้ คุณเทวัญประทับใจ หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิมพ์ขี้ตา “ได้มาจากเซียนพระแถวธนบุรี เขาให้มา บอกว่าพี่เอาไปดูก่อน ผมกลับมา ก็มีประกวดพระแถวๆช่อง 3 หนองแขม ก็เดินเข้าไปประกวดเลย ได้ที่ 1 เลย เราก็เลยเช่า เกือบ 20 ปีแล้ว ตอนนั้นเช่ามา 2-3 แสน ชื่อท่านก็ดี ผมเคยได้ยินว่าพระหล่อ ต้องหลวงพ่อเงิน แล้วชื่อท่านดี หลวงพ่อเงิน เราทำค้าขาย ก็คงไม่มีอะไรดีเท่าเงินแล้วมั้ง หลังจากนั้นก็ได้ พิมพ์จอบเล็ก สมัยก่อนเช่าแสนกว่าบาท เดี๋ยวนี้หลายเท่าตัว เกือบ 3 ล้านมั้ง ก็เก็บเล็กๆ น้อยๆ อันไหนที่ราคาเกินเหตุนัก เราก็ไม่ไหว ตอนหลังก็มาเช่าสมเด็จ 2-3 องค์...

ล่าสุดก็มีเช่า พิมพ์เส้นด้าย จาก เฮียกวง สามล้อ ซึ่งองค์นี้ก็มีความรู้สึกว่าชื่อท่านดี คำว่า ด้าย คือ ได้ องค์นี้ เจอปุ๊บ เฮียกวง ก็หยิบให้ผมดู ผมชอบ แต่ผมก็เฉยๆ เพราะบอกราคามา 2-3 ล้าน ประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว พอกลับมาที่บ้าน ผมจำได้ว่า ผมเคยเห็นพระองค์นี้ที่ไหน ก็ไปค้นหนังสือของอาจารย์รังสรรค์ พบว่า พระองค์นี้ลงหน้าปก ก็เลยตัดสินใจว่าต้องเช่า เพราะขนาดเราเห็นยังเก็บมาคิดถึง และไปค้นจนเจอ

ผมมีเส้นด้ายอยู่องค์นึง องค์นี้ก็แปลก เช่าจาก อ้วน ท่าพระจันทร์ อ้วนบอกว่า ล้านนึง ผมจำได้ว่า เช่าเสร็จแล้วผมกำพระองค์นี้ ถ้าผมมีบุญบารมีจริง ผมต้องได้อะไรไปจ่ายค่าพระ เชื่อหรือเปล่าว่า อีก 7 วัน ผมได้เงินฟลุ๊กๆมา 1 ล้าน ก็จ่ายค่าเช่าพระองค์นั้น ตอนหลัง พี่มานิต นพอมรบดี ราชบุรี เป็นรัฐมนตรีสาธารณสุข มาเล่นพระ ผมก็บอกว่า พี่เอาองค์นี้ไปใช้ เช่ามาเท่าไหร่ก็ให้เท่านั้น ตอนนี้ผมขอคืน แกบอกว่าเอาไว้ก่อนๆ

มีที่ศักดิ์สิทธิ์หลายองค์ คือ หลวงพ่อคูณ พระทองคำ รุ่นทวีคูณ รุ่นปี 35 ไม่เก่ามาก ก็มีแปลก ผมไปหัวหิน แล้วทำกระเป๋าสตางค์หล่นที่ไหนไม่รู้ ผมก็อธิษฐาน หลวงพ่อคูณ ว่าถ้าหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ ผมต้องเจอกระเป๋าตังค์ เชื่อไหม ผมกลับถึงบ้านวันอาทิตย์ สี่ทุ่ม มีคนโทร.หาผมที่บ้าน บอกว่าคุณไปทำอะไรหล่นที่หัวหิน ถ้าของคุณให้บอกว่ามีอะไรในกระเป๋า ผมบอกว่ามีเงินอยู่หมื่นนึง เขาเลยบอกว่าพรุ่งนี้ให้ไปเอาคืน ผมบอกว่า ไม่เอาตังค์ เอาแค่ของคืน แต่เขาบอกว่า คนทำของหายก็เดือดร้อนอยู่แล้ว เขาไม่เอาหรอก ก็เลยเป็นเพื่อนกัน เขาขายปาท่องโก๋ที่หัวหิน เลยกินปาท่องโก๋ฟรี ไม่ยอมเอาตังค์ ผมก็เลยหิ้วอะไรไปฝาก แกไปไหนก็ซื้อของมาฝาก ทำให้เจอคนดี”

ในการสะสมพระ คุณเทวัญแนะนำว่า “เดี๋ยวนี้ มีความรู้สึกว่า ถ้าผมตายไป จะไม่มีใครรู้ว่าผมซื้อมาแพงหรือซื้อมาถูก จึงเขียนไว้ละเอียด ว่าซื้อที่ไหน เมื่อไหร่ จากใคร บางคนกลัวเมียรู้ เขียนถูกหน่อย แต่ผมเขียนของจริง ถ้าตายไป ลูกจะได้รู้ว่าผมซื้อไปเท่าไหร่ อย่างน้อยไม่โดนโกง แต่ผมตั้งใจไว้ว่า ถ้าผมอายุเกิน 60 ไปแล้ว 65-70 แล้วไม่มีใครเล่นต่อ ผมจะขายหมด เก็บไว้องค์เดียวคือ เส้นด้าย แล้วผมจะเอาเงินไปทำบุญให้หมด จะได้ไม่ห่วง ว่าลูกผมจะไปโดนใครโกง ถ้าวันนี้ผมอยู่ ไม่มีปัญหา เพราะเราถือว่า ตอนที่เราเช่ามาราคา 1 ใน 10 เอง วันนี้ขายก็เป็นสิบเท่า เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราได้มา เราก็คืนสังคม เพราะลูกๆไม่ชอบ ไม่รู้จักสักองค์ เอาไปทำบุญ เราอาจจะได้อานิสงส์ ชาติหน้าเกิดมา อาจจะโชคดี ไม่งั้น เราเสียชีวิตไป ของเราก็ไม่รู้ไปอยู่ตรงไหน สู้เราขายแล้วเอามาทำการกุศล สร้างเครื่องมือแพทย์ ช่วยชีวิตคนจะได้ประโยชน์มากกว่า และอีกอย่าง ของเราจะได้ไปอยู่ในหมู่คนที่ชอบเล่นสะสมพระ ก็จะได้ทำให้วงการดีขึ้น ไม่ใช่เก็บใส่เซฟ ไม่มีประโยชน์

ตอนนี้ผมเขียนราคาไว้ทุกอย่าง ทั้งเรื่องเงิน ทรัพย์สิน แล้วสองเดือน เราก็จะอัพเดต เรื่องที่ดินไม่ต้องอัพเดต แต่เรื่องเงินฝากหรือว่าหุ้น เราต้องอัพเดต อย่างน้อยตอนที่เราตายไป อย่างมากก็แค่สองเดือน ที่เราไม่ได้อัพเดต ก็ยังตามเจอ แล้วก็นำมาใส่เซฟไว้ แล้วผมก็จะดึงออกมาอัพเดตอยู่เรื่อย แต่อัพเดตทีไรมันก็จะค่อยๆหดไปนะ เพราะว่าใช้เยอะ

พระนี่ไม่ต้องอัพเดต ผมไม่เคยขายพระเลย มีแต่ซื้อเข้าๆ แล้วตั้งใจว่าจะเก็บไปอย่างนี้ อย่างพระสมเด็จจิตรลดา มี 3 องค์ ก็เก็บไว้อย่างนั้น จิตรลดา ผมถือว่าเป็นพระที่ถ้าคนไทยมีกำลัง ก็น่าเก็บ เพราะรัชกาลที่ 9 ก็ทำอะไรไว้ให้กับบ้านเมืองเยอะ แล้วเราเองตั้งแต่เด็กๆ เกิดมาก็เห็นท่าน ผมมีอยู่ 3 องค์ เก็บมาตั้งแต่องค์ละ 2 แสนกว่า เพราะคิดว่าทั่วโลกไม่มีกษัตริย์พระองค์ไหนที่เหมือนท่าน ผมคิดว่า อย่างน้อยต้องขึ้นถึง 5 ล้าน จริงๆ ไม่นานก็ถึงล้านแล้ว”

ในการสะสมพระ คุณเทวัญบอกว่า ต้นทุนไม่มีแล้ว “อย่างพระหลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ หลวงพ่อคง วัดบางกระพ้อ หลวงพ่อทวด พิมพ์ว่าน พิมพ์กลาง 3 องค์ หลวงพ่อสด 4 องค์ ได้มา เพราะมีคนมาขอยืมเงิน 2 แสน เอาพระมาฝากไว้เป็นประกัน ตอนนี้ หลวงพ่อรุ่ง อย่างเดียว 8 แสน เกือบล้าน หลวงพ่อคง องค์เดียวก็เป็นล้าน และไม่มาไถ่คืน ทุกวันนี้ก็ยังเจอกันอยู่ ตอนได้มาก็เกือบ 20 ปี แต่รวมๆแล้ว มีไม่เยอะ แค่ 20-30 องค์ ใช้เวลาสะสม 15-20 ปี วันไหนว่างๆ สัก 3-4 เดือน ผมก็จะเอาออกมาดู ให้เจออากาศบ้าง เพราะว่ามวลสารบางอัน ต้องให้สัมผัสกับอากาศบ้าง

ผมเคยไปบ้าน เฮียโป่ย ท่าพระจันทร์ หลายครั้ง หลายปีแล้ว แกจะขายสมเด็จให้ผม 1 องค์ กี่ล้าน จำไม่ได้แล้ว ผมไม่เอา ก็เกรงใจ เลยหยิบเหรียญในหลวง 4 รอบ เพราะผมมี 3 รอบอยู่แล้ว 2 องค์ ผมก็ถามว่าเท่าไหร่ เฮียโป่ยบอกว่า 2 แสน ผมก็เช่ามา เมื่อ 5-6 ปีก่อน แกมาขอซื้อคืน 8 แสน ผมก็ถามว่า ทำไมไม่เอา 3 รอบ เพราะ 3 รอบ ต้องเก่ากว่า 4 รอบ แกบอกว่า 3 รอบ ราคาไม่ขึ้นเหมือน 4 รอบ เพราะ 4 รอบหายากกว่า ผมก็เลยไม่ได้ขายคืน เพราะนึกในใจว่า ถ้าเฮียโป่ยซื้อผม 8 แสน เฮียโป่ยต้องไปขายล้านกว่าแน่ แล้วถ้าเราขายไป 8 แสน เราก็ซื้อกลับมาในราคานี้ไม่ได้”

เวลาจะเช่าพระ คุณเทวัญไม่เคยเจาะจงว่าเป็นพระอะไร

“เวลาไปท่าพระจันทร์ เจอคนโน้นคนนี้ ก็ถามว่ามีอะไรเช่า ถ้าชอบก็เช่า แต่ว่าตอนหลังๆ ก็จะเช่าเฉพาะพระหลัก คราวที่แล้วเช่า หลวงพ่อคูณปี 2517 รุ่นแรก หลวงพ่อคูณ รุ่นดัง คือปี 2519 ส่วนรุ่นแรกคือปี 2517 ก็เช่า 20 องค์นะ เลี่ยมๆไว้ วันเกิดผู้ใหญ่ผมก็ให้ เพราะให้อย่างอื่นก็คิดยาก และเราก็เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของโคราช พอเราให้ หลวงพ่อคูณ ของโคราช ก็รู้สึกว่าคือเรา และหลวงพ่อคูณ ก็ทำความดีกับบ้านเมืองไว้เยอะ ตอนนี้ผมยังมีรุ่นปี 2517 เหลืออยู่ 10 องค์ สมัยท่านอยู่ เจอท่านบ่อย ท่านจะชอบเรียกผมว่า ไอ้เทวดา เพราะเทวัญ คือเทวดา ท่านเรียกผมอย่างนี้
ผมเจอท่าน ปี 2535 ตอนผมเป็น ส.ส.สมัยแรก ท่านไปวางศิลาฤกษ์ที่โรงเรียนเทศบาลเมืองโคราช ผมไปรอวางศิลาฤกษ์ สักแป๊บ ก็มีพระองค์นึงนั่งรถปิกอัพมา ลงมาถึง ท่านก็ตอก แล้วหันมาทางผม “อ้าว ตามึงอ่ะ มึงก็ตอกบ้างสิ” ผมหันไปมองหน้า คิดในใจ พระอะไรวะพูดกูมึง หลวงพ่อคูณ ก็พูดอีก มึงอ่ะมึง ตอกสิ ผม เอ๊า ตอกก็ตอก ตามท่าน
หลังจากนั้นผมก็ไปกราบนมัสการท่านบ่อย พอท่านเริ่มดัง คนก็เริ่มเยอะ เราก็มีโอกาสเฉพาะวันเกิดท่าน เจอทีไร ท่านจะเรียกว่า ไอ้เทวดาๆ ตลอด ผมว่าท่านน่ารัก ท่านเมตตา หัวเราะเรื่อย แต่ไม่กล้าให้ ท่านตอกตะกรุด เห็นแล้ว ตอกตะกรุดตรงท้องแขนเนี่ยมันเป็นส่วนที่เจ็บที่สุดในชีวิต ผมบอกท่านว่า ขออนุญาตห้อยคอแล้วกัน กลัวเจ็บ และตอนนั้นเราก็ไม่ได้คิดว่า เครื่องรางของขลังหลวงพ่อคูณจะดังขนาดนั้น เราก็เฉยๆ เพราะว่าก็ไม่ได้เล่นพระอะไรจริงๆ จังๆ ผมว่า ผมไม่เสียดายนะที่ไม่ได้ตอก เพราะว่าตอกแล้วอาจจะเป็นบาดทะยักไปแล้วหรือเปล่า

แต่ ท่าน จารเหรียญให้ผมเหรียญนึง ตอนไปกราบท่าน ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้อะไร ได้บุญบารมีมาช่วยชีวิตเราก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องได้เครื่องรางของขลัง อย่างเหรียญของหลวงพ่อคูณ รุ่นบารมี ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเนื้อนวะ หรือรุ่นอะไร หรือรุ่นแรก ที่ออกวัดแจ้งนอก ผมก็มี มาเช่าตอนหลัง ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตหนึ่งถึงสองปีเองนะ มีพวกเซียนใหญ่ๆ ถามว่ามีไหม เหรียญหลวงพ่อคูณ ผมก็มี แต่ไม่ได้มีอะไรที่เป็นพิเศษ เพราะตอนหลัง เหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่น บารมี เนื้อทองคำ ปี 2519 ราคาเข้าไปกี่ล้านแล้วก็ไม่รู้ มี 19 เหรียญหรืออะไรเนี่ย เนื้อนวะก็เกือบล้าน”

คุณเทวัญกล่าวถึงวงการพระเครื่อง “ผมว่าน่าจะทำให้เป็นสมาคมอะไรที่เข็มแข็ง แล้วให้เซียนพระทุกคนมาลงทะเบียนหลังจากนั้นใครจะไปเช่าจากเซียนพระ สมาคมจะต้องการันตีเขา ต้องดูแล แต่ถ้าไปเช่านอกเหนือจากเซียนที่ลงทะเบียนไว้ ทางสมาคมจะไม่รับผิดชอบ สมมติว่าเซียนคนนี้ อยู่ในสมาคม พอเช่าปุ๊บ ก็ออกไปการันตีให้ ว่าเป็นพระแท้ แต่ถ้าคุณเอาไปแล้ว หลังสืบทราบว่าเป็นพระปลอม คุณก็เอาใบนั้นมาคืนเลย จะทำให้วงการพระมีมาตรฐาน คนกล้าที่จะเช่า เพราะไม่กลัวปลอม เราตั้งเป็นสถาบันก็ได้ เพราะตอนนี้มีหลายเซียนที่เขาทำ แต่จริงๆต้องมีส่วนกลางอันเดียวที่ทำ

เพราะวงการพระ เป็นจุดเดียวที่เรื่องภาษีแตะไม่ถึง เพราะไม่รู้ว่าเช่าซื้อขายเท่าไหร่ เช่ามา 1 แสน ขาย 5 แสน ถ้าของอื่น กำไร 4 แสน ต้องเสียภาษี แต่ว่าในปัจจุบัน ไม่สามารถล้วงลงไปตรงนั้นได้ อีกอย่างหนึ่ง พระขึ้นอยู่กับความชอบ เท่าไหร่ เราก็สู้ ความมีเสน่ห์ของพระ ท่านจะมีอยู่ตรงนี้ ความหลากหลาย”

ในการใช้บูชาพระ คุณเทวัญมีหลักว่า “สิ่งที่สำคัญ อยู่ที่ศรัทธา ถ้าเรามีความศรัทธาเสียอย่าง ก็ประสบความสำเร็จ ถ้าเราไม่ได้มีศรัทธา แค่เช่าแล้วห้อยคอเฉยๆ ไม่ได้ศรัทธา ก็ไม่เกิดอะไรขึ้น สมมติว่าถ้าเราศรัทธา อาจจะไม่ต้องห้อยพระก็ได้ เพราะพระอยู่ที่ใจ”

20 ปีที่เก็บสะสมพระ คุณเทวัญตอบอย่างมั่นใจว่า “ผมดูพระไม่เป็น และไม่คิดว่าจะดูเป็นด้วย เพราะไม่ใช่คนละเอียด คนที่ดูพระเป็น ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องเป็นคนที่ใจรักมาก ความจำดี ช่างสังเกต และเรียนรู้เก่ง ผมต้องยอมรับพวกเซียนพระ บางคน ผมเคยเอาพระให้เขาดูหนเดียวนะ สิบปีผ่านไปมาเจอ ยังถามว่า องค์นั้นยังอยู่ไหม ผมว่าพวกนี้ต้องไปทำประกันชีวิตลูกกะตา ความจำนี่แม่นมาก จำตำหนิได้ทุกองค์ องค์นั้นของคนนี้ จำได้หมด

ผมเองก็ไม่ใช่นักสะสมที่เยอะแยะ แต่ถ้าใครที่คิดว่าจะเริ่มสะสมพระ ต้องถามตัวเองก่อนว่า ชอบขนาดไหน และต้องมีแนวทางที่ชัดเจน คือบางคนสะสมเหรียญ บางคนสะสมเนื้อผง แต่ทั้งนี้ การสะสมทุกชนิดมันเป็นทุกข์นะ ถ้าสะสมไม่มากนักก็พอประมาณ ถ้าสะสมเพื่อความเป็นสิริมงคลก็อีกเรื่องนึง แต่ถ้าสะสมในเชิงพาณิชย์ ก็ต้องรู้หลัก แบบไหนที่ราคาจะขึ้นเร็วหรือขึ้นช้า ถ้าเราไปสะสมพระที่โอกาสขึ้นน้อย ก็ไม่มีประโยชน์ แต่ถ้าเราสะสมเพื่อพุทธคุณเนี่ย พระอะไรก็เหมือนกันหมด ไม่จำเป็นที่ต้องราคาแพง เพราะพระทุกองค์ ผ่านการปลุกเสก ก็มีพุทธคุณอยู่แล้ว”

เพราะสะสมพระไว้พอควร คุณเทวัญจึงมีการเลือกใช้พระ “ตอนนี้ผมไปเป็นประธานสโมสรฟุตบอลสวาดแคท ที่โคราช บางแมตช์ก็เอา ย่าโม ไปสู้บ้าง ถ้าสู้ศึกหนักหน่อยก็หูยาน ลพบุรี หรือไม่ก็ท่ากระดาน กาญจนบุรี หรือถ้าไปเจอทีมแข็งหน่อยก็นิมนต์พระรอดไป จะได้รอดพ้น มีเคล็ดลับเหมือนกัน ก็เล่าสนุกๆ ผมว่าเรื่องพวกนี้ มันเป็นเรื่องของจิตใจมากกว่า สบายใจเท่านั้นเอง ผมไม่รู้ว่าจะมีอิทธิฤทธิ์มากขนาดไหน แต่ว่าห้อยมาแล้วสบายใจก็เท่านั้นเอง แล้วก็มีความสุขก็แค่นั้น บางวันก็สวดเมื่อเจอปัญหา หรืออะไรที่เราคิดไม่ออกว่าจะทำอะไร จะไปซ้ายหรือขวาเนี่ย เอาล่ะสวดหน่อย เพื่อให้ท่านดลบันดาลให้เราเลือกในสิ่งที่ถูกต้อง ก็เท่านั้น แต่จริงๆ เราก็นึกในใจไว้แล้ว ว่าเราจะไปทางไหน แต่ก็ขอความมั่นใจจากท่านหน่อย แต่ก็มีหลายองค์นะ ที่ถ้าเราจะไปดีลเรื่องที่สำคัญ บางทีเช้าที่เราตื่นมา เราก็นิมนต์องค์ที่เราคิดว่า รักชอบที่สุดไป แล้วก็สวดมนต์นิดหน่อย ให้ท่านช่วยดลบันดาล ให้สิ่งที่เราจะไปพูดคุยมันสำเร็จ ท่านก็ไม่ได้ดลบันดาลให้มันสำเร็จหรอก แต่เป็นกำลังใจ ทำให้เกิดความมั่นใจ”

ล่าสุด คุณเทวัญเพิ่งเช่า พระสมเด็จจิตรลดา ปี 2511 ซึ่งเป็นองค์ที่ 4 ที่มี และยังอยากหา สมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ แต่หายากและราคาค่อนข้างสูง

จึงขอรอวาสนา ถ้ามีวันนึงก็ต้องได้เหมือนที่เคยได้องค์อื่น ไม่ต้องไปวิ่งหา ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ถือว่าถ้าเราไม่มีวาสนา ก็ไม่ได้ แค่นั้นเอง.

สีกาอ่าง