วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เชียร์ยิ่งลักษณ์สู้สู้ น้ำตาริน ไต่สวนนัดสุดท้าย (คลิป)

คดีดังรับจำนำข้าว 5 แสนล้าน ศาลนัดฟังคำพิพากษา25ส.ค. ‘จตุพร’ ปรับตัวเข้าเรือนจำได้

“ปู” ระทึกขึ้นไต่สวนพยานจำเลยนัดสุดท้าย คดีจำนำข้าว กองเชียร์แห่ให้กำลังใจล้นหลาม เสียงเชียร์ลั่น “ยิ่งลักษณ์” สู้ๆ ทำอดีตนายกฯ หญิงน้ำตารื้นซาบซึ้งใจ ศาลฯ ดีเดย์นัดฟังคำพิพากษา 25 ส.ค. วันเดียวกับคดีขายข้าวจีทูจี “บุญทรง” “ศรีวราห์” งัดแผนกรกฎรอรับมือ “มีชัย” ย้ำไพรมารีไม่มียุบพรรค 5 เสือ กกต.ผนึกกำลังยื่นศาล รธน.ตีความร่าง พ.ร.บ.กกต. “สมชัย” อ้างวางบรรทัดฐานให้ชัด “ประวิช” ปลงปมเซ็ตซีโร่เกมโอเวอร์ “วิษณุ” ยันไม่กระทบโรดแม็ป “บิ๊กป้อม” เชื่อประชาชนหนุนร่างสัญญาประชาคมเต็มที่ สั่ง มท.-กอ.รมน.ลงปูพรมทั่วประเทศ วางฮวงจุ้ยเรือนรับรองรัฐบาลหลังใหม่ “บิ๊กตู่” กระทุ้งคนไทยอย่ามัวติดกับดักวัฒนธรรมการเมืองเก่าๆ

แล้วคดีจำนำข้าวที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตกเป็นจำเลยฐานปฏิบัติ หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวทำให้รัฐเกิดความเสียหาย 5 แสนล้านบาท ก็มาถึงวันตัดสิน เมื่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 25 ส.ค.นี้

ตำรวจคุมเข้มกองเชียร์ “ปู”

เมื่อเวลา 08.25 น. วันที่ 21 ก.ค.ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ ศาลนัดไต่สวนพยานจำเลยนัดสุดท้าย คดีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยฐานปฏิบัติ หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวทำให้รัฐเกิดความเสียหาย 5 แสนล้านบาท โดยมีประชาชนแห่แหนมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์แน่นขนัดหน้าทางเข้าศาลฎีกาฯ โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองอารักขาและควบคุมฝูงชน หรือกองร้อยน้ำหวาน 20 นาย และกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ราว 200 นาย เข้าดูแลความสงบ และ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. กำชับตำรวจทุกนายประสานไม่ให้ประชาชนส่งเสียงดัง และให้กำลังใจอดีตนายกฯด้วยความสงบ

น้ำตารื้นตื้นตันกำลังใจเพียบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทันที น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางมาถึง ประชาชนที่มาให้กำลังใจ กลุ่มสื่อมวลชนไทยและต่างชาติ ต่างกรูกันเข้าไปเก็บภาพกันชุลมุน ทำให้ทีมรักษาความปลอดภัยของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องทำงานหนัก ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังมีสีหน้ายิ้มแย้มโบกมือทักทายไหว้สวัสดีประชาชนที่มารอให้กำลังใจหนาตากว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ก่อนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเข้าสู่ห้องพิจารณาคดี มีประชาชนมอบดอกไม้ให้พร้อมสวมกอดและกล่าวให้กำลังใจ ทำเอา น.ส.ยิ่งลักษณ์กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ยกมือปาดน้ำตาด้วยความซาบซึ้งใจ พร้อมกล่าวว่าขอขอบคุณประชาชนที่มาให้กำลังใจ และเดินเข้าห้องพิจารณาคดี

รอคำสั่งยื่นให้ศาล รธน.ตีความ

สำหรับการพิจารณานัดนี้ศาลจะมีคำสั่งในส่วนคำร้องทีมทนาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ยื่นเมื่อวันที่ 7 ก.ค. ต่อศาลฎีกาฯ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า มาตรา 5 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญมาตรา 235 วรรค 6 หรือไม่ หลังโจทก์อาศัยช่องทางตามกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญาฯ เพิ่มเติมพยานหลักฐานใหม่โดยเฉพาะพยานเอกสารเกือบ 7 หมื่นแผ่นเข้ามาในคดี ทั้งที่ไม่อยู่ในสำนวนของกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขณะที่รัฐธรรมนูญใหม่บัญญัติว่า “การพิจารณาของศาลฎีกาฯ ให้นำสำนวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. เป็นหลักในการพิจารณา” และกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมว่า “เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ให้ศาลมีอำนาจไต่สวนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้” อีกด้วย

ไต่สวนพยานจำเลยอีก 3 ปาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การไต่สวนพยานจำเลยนัดสุดท้าย ฝ่ายจำเลยนำพยานเข้าสืบ 3 ปาก ได้แก่ 1.นายพศดิษฐ์ ดีเย็น อดีตหัวหน้าคลังสินค้าจังหวัดนครราชสีมา เบิกความสรุปว่าไม่มีข้าวปลอมปนจากกัมพูชามาเข้าร่วมโครงการ การตรวจสอบของคณะกรรมการชุด ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทำผิดวิธีทำให้มีข้าวหักเสียหาย 2.นายชนุตร์ปกรณ์ วงษ์สีนิล อดีต ผอ.อคส. เบิกความถึงขั้นตอนการรับเข้า-ออกจากคลังสินค้าด้วยระบบสารสนเทศ ที่ประมวลผลวันต่อวัน 3.นายกิตติ ลิ่มสกุล อาจารย์มหาวิทยาลัยจากประเทศญี่ปุ่น ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ เบิกความเกี่ยวกับเรื่องงานวิจัย เห็นว่าโครงการนี้มีการรับข้าวคุณภาพต่ำเข้ามา เพราะในช่วงดังกล่าวมีอุทกภัย แต่รับมาในปริมาณน้อยจึงเป็นการช่วยเหลือชาวนา

ยกคำร้องขอยื่นศาล รธน.ตีความ

ภายหลังพยานจำเลยเบิกความเสร็จ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การพิจารณาคดีนี้ศาลให้โอกาสคู่ความทั้งสองฝ่ายนำพยานหลักฐานเข้าไต่สวนเพิ่มเติม โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่ม 21 ครั้ง ไต่สวนพยาน 15 ปาก ใช้เวลาไต่สวน 10 นัด ด้านจำเลยยื่นบัญชีเพิ่มเติม 51 ครั้ง ไต่สวนพยาน 30 ปาก ใช้เวลาไต่สวน 16 นัด เป็นการให้โอกาสคู่ความทั้งสองฝ่ายนำพยานมาให้ศาลไต่สวนอย่างเต็มที่แล้ว เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมกับคู่ความทั้งสองฝ่าย ส่วนที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความการไต่สวนคดีจำนำข้าวว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ศาลเห็นว่าคำร้องของจำเลยพร้อมด้วยเหตุผล ยังไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 212 ที่ศาลต้องส่งความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย จึงยกคำร้องของจำเลย

ดีเดย์นัดฟังคำพิพากษา 25 ส.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอนุญาตให้ น.ส. ยิ่งลักษณ์แถลงปิดคดีด้วยวาจาในวันที่ 1 ส.ค.นี้ เวลา 09.30 น. และอนุญาตให้คู่ความทั้งสองฝ่ายยื่นคำแถลงปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษรภายในวันที่ 15 ส.ค. หากไม่ยื่นภายในกำหนดถือว่าไม่ติดใจ คดีเสร็จสิ้นการไต่สวนศาลนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 25 ส.ค. เวลา 09.30 น. ต่อมา น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินออกจากห้องพิจารณาคดีด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมกับยกมือไหว้กลุ่มมวลชนที่มาให้กำลังใจอีกครั้งก่อนให้สัมภาษณ์ว่า ขอบคุณสื่อมวลชนที่มาให้กำลังใจที่ศาลฎีกา หรือไปให้กำลังใจในที่ต่างๆ รวมทั้งผู้ที่ติดตามอยู่ทางบ้านด้วย เนื่องจากวันนี้เป็นการพิจารณาคดีวันสุดท้าย ขออนุญาตไม่ให้สัมภาษณ์ ส่วนราย ละเอียดจากนี้ขอให้สื่อมวลชนติดตามจากการแถลงปิดคดีด้วยวาจาในวันที่ 1 ส.ค.นี้

เสียงเชียร์ดังลั่น “ยิ่งลักษณ์” สู้ๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังให้สัมภาษณ์เสร็จ น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินเข้าไปขอบคุณมวลชน ท่ามกลางเสียงตะโกนเสียงเชียร์ “ยิ่งลักษณ์ สู้ๆ” ดังลั่นก่อนเดินทางกลับไปด้วยความทุลักทุเลจากกลุ่มสื่อมวลชนและกองเชียร์ที่เบียดเสียดถ่ายภาพและให้กำลังใจ ทั้งนี้ มีรายงานว่าสาเหตุที่ศาลฎีกาฯ นัดพิพากษาคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ตรงกับสำนวนคดีฟ้องนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวกรวม 28 ราย คดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี เนื่องจากข้อเท็จจริงหลักฐานในคดีเชื่อมโยงกัน รวมทั้งองค์คณะผู้พิพากษาทั้ง 2 สำนวน มีจำนวน 5 คน ที่ร่วมพิจารณาทั้งสองสำนวนอีกด้วย

“ศรีวราห์” งัดแผนกรกฎรับมือ

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ภาพรวมการรักษาความปลอดภัยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีการสนธิกำลังร่วมระหว่างตำรวจและทหารจำนวน 3 กองร้อย และมีกำลังจากกองร้อยน้ำหวานด้วย โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กำชับให้ดูแลเนื่องจากเป็นห่วงเรื่องมือที่สามที่อาจเข้ามาสร้างสถานการณ์วุ่นวาย และวันที่ 25 ก.ค. จะประชุมหารือร่วมกับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อกำหนดแนวทางดูแลความเรียบร้อยในนัดพิพากษาคดี เบื้องต้นศาลขอให้ตำรวจกันพื้นที่ให้ประชาชนอยู่รอบนอกอาคารศาล ส่วนต้องปิดพื้นที่บางส่วนหรือไม่ ต้องรอผลการหารืออีกครั้ง โดยเตรียมใช้แผนกรกฎดูแลความความเรียบร้อยพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการสร้างสถานการณ์ของมือที่สาม

“วรงค์” เกาะขบวนตามถล่ม

ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ลงเฟซบุ๊กว่า การพาสื่อมวลชนไปตรวจโรงงานอาหารสัตว์ของพรรคเพื่อไทย เป็นแค่การจัดอีเวนต์ทางการเมือง เพราะไม่ได้อะไร เป้าหมายการขอตรวจโกดังข้าว เพื่อยื้อคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขอเตือนทีมงานข้าวชุดใหม่พรรคเพื่อไทยว่า อย่าฝืนความจริง อย่าเอาชาวนามาอ้างเพื่อหาผลประโยชน์

พท.เชื่ออดีตนายกฯ ทำสุจริตใจ

ขณะที่นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่ามาร่วมให้กำลังใจอดีตนายกฯ และเชื่อโดยสุจริตว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีความสุจริตใจช่วยชาวนาให้พ้นจากความทุกข์ยาก จึงนำโครงการรับจำนำข้าวช่วยเหลือชาวนา เมื่อเป็นนโยบายที่สุจริต ย่อมคุ้มครองผู้ใช้นโยบาย ตรงกับหลักกฎหมายที่คุ้มครองผู้สุจริต และตรงกับหลักธรรมทางศาสนาที่ชาวพุทธถือปฏิบัติกันมาอย่างช้านาน และวันนี้สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนคือ มีการตรวจสอบคุณภาพข้าวตามโกดังต่างๆ ว่าถูกต้องตามมาตรฐานกระทรวงพาณิชย์หรือไม่ ถ้าทำไม่ถูกต้อง เท่ากับทำให้ข้าวดีเป็นข้าวเสีย เป็นการต้มตุ๋นชาวนา สร้างความเสียหายให้รัฐและประชาชน เทียบกันไม่ได้เลยกับโครงการรับจำนำข้าว ที่เงินถึงมือชาวนาโดยตรง ขณะนี้สมาชิกพรรคเพื่อไทยกำลังตรวจสอบการประมูลข้าวอยู่

ผบ.คุกแจง “จตุพร” ปรับตัวได้

อีกด้าน นายกฤช กระแสทิพย์ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กล่าวว่าหลังศาลฎีกามีคำพิพากษาจำคุก นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. เป็นเวลา 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา ในคดีหมิ่นประมาทนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และถูกนำตัวมาควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ นั้น นายจตุพรเคยถูกศาลตัดสินให้จำคุกมาแล้ว ทำให้ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมภายในได้ และไม่มีปัญหา ส่วนอาการป่วยโรคกรวยไต และโรคหมอนรองกระดูกอักเสบ ยังไม่มีอะไรผิดปกติ เดินได้ตามปกติ โดยมีมวลชนบางส่วนเดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจ

“มีชัย” ก.ม.นักการเมืองให้คุณ

ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มีโทษย้อนหลังขัดต่อเจตนาของกฎหมาย ว่า ไม่เห็นว่าขัด เนื้อหาของพ.ร.บ.ฯ ไม่ได้ย้อนหลังเรื่องการลงโทษ สิ่งที่ระบุว่าย้อนหลังได้คือเรื่องที่เป็นประโยชน์ คือการให้สิทธิกับคนที่กำลังถูกดำเนินคดีสามารถอุทธรณ์ได้ ถือว่าเป็นการย้อนหลังที่เป็นประโยชน์ เพราะให้สิทธิกับเขา คดีใดที่ดำเนินอยู่แล้วก็เดินหน้าต่อไปได้ ส่วนที่จะเดินหน้าต่อไปใหม่ก็ให้ตามกฎหมายใหม่

ย้ำโทษไพรมารีไม่มียุบพรรค

นายมีชัยกล่าวถึงเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ในเรื่องของการทำไพรมารีโหวต ว่าไม่มีโทษยุบพรรคแน่นอน จะลงโทษแค่ปรับ จำคุกนิดหน่อยประมาณ 3 เดือน และตัดสิทธิทางการเมืองเป็นหลัก เพื่อที่เขาจะได้ไม่ไปโกงกันเอง และทำให้กระบวนการของพรรคเสียหาย โดยใครก็ตามที่พบเห็นการทำความผิดของสมาชิกพรรคการเมือง สามารถแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการได้ ทั้งนี้ พรรคการเมืองต้องออกกลไกเอง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกลั่นแกล้งในการทำไพรมารีโหวต โดยที่ กรธ.จะไม่เข้าไปยุ่งในเรื่องนี้

“วิษณุ” การันตีคดี “ทักษิณ” ลุยต่อ

ที่ทำเนียบรัฐบาลนายวิษณุ เครืองาม รองนายก รัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ระบุว่า ถ้าร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีผลบังคับใช้คดีที่ถูกจำหน่ายไว้ชั่วคราว เนื่องจากจำเลยหลบหนีจะเดินหน้าต่อไปหรือไม่ ว่าสิ่งใดที่ดำเนินการไปก่อนแล้ว ถือว่าถูกต้องสมบูรณ์ ส่วนใดที่ค้างอยู่ไม่ได้ดำเนินการ ก็ปรับให้เข้ากับกฎหมายใหม่ เมื่อถามย้ำว่าคดีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกจำหน่ายคดีไว้ก่อนสามารถดำเนินการต่อไปได้ทันทีใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า “ใช่ครับ”

5 เสือ กกต.ผนึกกำลังยื่นตีความ

วันเดียวกัน เวลา 11.45 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. กล่าวถึงการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า อยู่ระหว่างการประสานให้ กกต.ทั้ง 5 คนเซ็นลงนาม แม้ไม่จำเป็นต้องให้เซ็นครบก็ได้ไม่ผิด เนื่องจากนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. ลงนามแล้ว แต่เพื่อความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และความเป็นเอกภาพของ กกต. รวมทั้งเพื่อเป็นการยืนยันมติ กกต. ด้วยการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ต้องการให้กฎหมายเป็นกฎหมายที่ออกมาดีและสมบูรณ์ที่สุด ไม่เป็นปัญหาต่อการเลือกตั้งในอนาคต กกต.ในฐานะผู้ปฏิบัติมองเห็นปัญหาอย่างไร จึงสะท้อนให้ทุกฝ่ายเห็น ยืนยันว่าไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของ กกต.ชุดนี้เลย

หนุนวางกฎให้ประชาชนยื่นตรง

นายสมชัยกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ กรธ.จะทบทวนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ โดยเพิ่มเงื่อนไขการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญของประชาชน มองว่าเป็นสิ่งที่ดี ทำให้การพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญมีความชัดเจนขึ้น เพราะสิ่งที่เป็นเรื่องกังวลใจของทุกฝ่าย คือการให้ประชาชนสามารถยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรง อาจทำให้มีคำร้องเข้าสู่ศาลรัฐธรรมนูญมากเกินไป ดังนั้น หากกำหนดเงื่อนไขและกฎเกณฑ์ไว้จะเป็นสิ่งที่ดี

“ประวิช” ชี้ปมเซ็ตซีโร่เกมโอเว่อร์

ต่อมานายประวิช รัตนเพียร กกต. กล่าวว่า กกต.ทั้ง 5 คนเซ็นลงนามในหนังสือเพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรียบร้อยแล้ว โดยสำนักกฎหมายและคดีจะเป็นตัวแทนของสำนักงานฯไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนเรื่องเซ็ตซีโร่ยืนยันว่า กกต.ไม่ติดใจ เพราะกระบวนการเสร็จสิ้นไปแล้ว การยื่นศาลรัฐธรรมนูญเป็นการส่งเฉพาะเรื่องที่เห็นว่าเป็นปัญหาทางข้อกฎหมาย ถ้าไม่ทำความเห็นไว้ตรงนี้แล้วเกิดมีปัญหาในอนาคต จะกลายเป็นว่า กกต.ไม่ทักท้วง ส่วนศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาอย่างไรขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ ถือว่าทำหน้าที่เต็มที่แล้ว ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาอย่างไรก็เคารพ เพราะเราไม่ได้ต้องการยื้อโรดแม็ปการเลือกตั้ง หรือทำเพื่อให้ กกต.ชุดปัจจุบันทำหน้าที่ต่อไป ขอย้ำว่าเราไม่ติดใจว่าจะอยู่หรือไม่อยู่เพราะเกมมันโอเว่อร์แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดฝ่ายกฎหมายและคดี สำนักงาน กกต. ได้นำเอกสารคำร้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“วิษณุ” ยันไม่กระทบโรดแม็ป

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ส่งร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต.มาให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีหรือยัง เพราะตามรัฐธรรมนูญระบุว่าถ้าส่งมาแล้วรัฐบาลต้องเก็บไว้ 5 วันก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย เพื่อรอดูว่ามีคนยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะหากนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายไปแล้วไม่สามารถส่งศาลรัฐธรรมนูญได้ จึงต้องเก็บไว้ 5 วันจนแน่ใจว่าไม่มีใครยื่นคัดค้าน ยังไม่ทราบว่า กกต.จะไปยื่นหรือไม่ แต่ถ้า กกต.ไปยื่นตีความก็ต้องชะลอการทูลเกล้าฯ ถวายไว้ก่อนอยู่แล้ว เมื่อถามว่าการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จะทำให้กระบวนการหยุดชะงัก และกระทบกับโรดแม็ปหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ใช่ จะทำให้กระ– บวนการหยุดชะงัก แต่ไม่กระทบกับโรดแม็ป เพราะ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญมี 10 ฉบับ โอกาสที่จะเกิดแบบเดียวกันนั้นมีอยู่แล้ว เขาจึงเผื่อเวลาไว้แล้ว

“บิ๊กป้อม” เชื่อประชาชนหนุนเต็มที่

ช่วงเช้าที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง เป็นประธานการประชุมครั้งสุดท้าย เพื่อสรุปร่างสัญญาประชาคม หลังจัดเวทีสาธารณะชี้แจงในพื้นที่ 4 กองทัพภาค ระหว่างวันที่ 17-20 ก.ค. จากนั้น พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ว่า แม้ความคิดเห็น 10 ข้อจะเป็นนามธรรม แต่เราต้องมีหลักการทำให้เกิดความร่วมมือให้ร่างสัญญาประชาคมเดินหน้า พอใจการเปิดเวทีสาธารณะระดับหนึ่ง คิดว่าจะสรุปข้อคิดเห็นทั้งหมดเสร็จใน 1-2 วัน เพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดิน ตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความปรองดอง (ป.ย.ป.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานต่อไป เชื่อว่าร่างนี้จะเป็นที่ยอมรับของทุกคนและยังเป็นส่วนหนึ่งของโรดแม็ปเพื่อให้รัฐบาลเดินต่อไปข้างหน้า

สั่ง มท.–กอ.รมน.ปูพรมทั่ว ปท.

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยปฏิเสธไม่ยอมรับร่างสัญญา พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ส่งผลอะไรเราไปรับฟังและชี้แจงรายละเอียดประชาชนทั้ง 4 กองทัพภาคแล้ว เมื่อผ่าน ป.ย.ป.จะแถลงรายละเอียดทั้งหมดผ่านโทรทัศน์ แล้วจะนำร่างฯไปให้ประชาชนทุกหมู่บ้านรับทราบและเข้าใจ ให้กระทรวงมหาดไทยและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดดำเนินการ เมื่อพรรคเพื่อไทยไม่เปลี่ยนท่าที เราต้องฟังความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ที่คิดเห็นคล้ายคลึงกัน เมื่อถามว่าคดีจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และคดีของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. จะกระทบความปรองดองหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า คดีความเป็นเรื่องของศาล และกระบวนการยุติธรรม ฝ่ายบริหารไม่ได้เกี่ยวข้อง เชื่อว่าจะไม่กระทบกระบวนการสร้างความปรองดอง

โวทุกกลุ่มให้ความร่วมมือดี

ด้าน พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงว่า จะนำร่างสัญญาประชาคม เสนอ ป.ย.ป.วันที่ 24 ก.ค. เพื่อให้คณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณาร่วมกัน ส่วนที่ทำเพิ่มเติม 15 ข้อ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว 98 เปอร์เซ็นต์ ได้รับการตอบรับจากประชาชนทั้ง 4 ภาคดี และมองตรงกันว่าถ้าเราร่วมกันทำให้เกิดเป็นรูปธรรม จะไม่มีการสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งขึ้นในอนาคต

พ.อ.พีรวัชฌ์ แสงทอง โฆษก กอ.รมน. กล่าวว่า การจัดเวทีสาธารณะในภูมิภาคต่างๆ มีประชาชนเข้าร่วมรับฟังมากถึง 1,658 คน มีกลุ่มการเมือง กลุ่มที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองเข้าร่วม 377 คน กลุ่มนักวิชาการ นักศึกษา สื่อมวลชน 363 คน กลุ่มข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ หอการค้าจังหวัด 485 คน กลุ่มผู้นำชุมชน 433 คน ภาพรวมได้รับการตอบรับดี อยากให้สังคมไทยขับเคลื่อนไปสู่การปรองดองสมานฉันท์อย่างแท้จริง

เรียกบอร์ดกลาโหมถกโผทหาร

อีกเรื่องที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหารชั้นนายพล ประจำปี 2560 ว่า ยังไม่มีความคืบหน้า ตอนนี้ยังอยู่ที่ ผบ.เหล่าทัพ ยังไม่ได้นำรายละเอียดทั้งหมดเข้าที่ประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารระดับชั้นนายพล คาดว่าจะประชุมได้ช่วงสิ้นเดือน ก.ค. เมื่อถามว่าได้ให้ข้อแนะนำ ผบ.เหล่าทัพหรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า ทำไมต้องให้คำแนะนำ ผบ.เหล่าทัพต้องเป็นผู้พิจารณาว่าคนของเขาเป็นใคร จะใช้ใครทำงานอะไร เพราะเขาเป็นคนใช้งาน จะไปให้คำแนะนำได้อย่างไร ส่วนหลักความอาวุโส ความรู้ ความสามารถนั้น เป็นเรื่องที่ ผบ.เหล่าทัพรู้อยู่แล้ว

วางฮวงจุ้ยสวนเรือนรับรองใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย น.ส.เรณู ตังคจิวางกูร รองเลขาธิการนายกฯ นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมอาคารเรือนรับรองใหม่ หลังตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยก่อนเปิดใช้อย่างเป็นทางการ รวมถึงชมการปรับภูมิทัศน์การจัดแต่งสวนบริเวณเรือนรับรอง โดยนายกัมพล ตันสัจจา เจ้าของสวนนงนุชพัทยา นำคนงานมาจัดแต่ง พล.อ.วิลาศกล่าวว่า อาคารเรือนรับรองหลังใหม่ใช้สถาปัตยกรรมเดียวกับตึกไทยคู่ฟ้า และตึกสันติไมตรี ส่วนชื่ออาคารอยู่ระหว่างนายกฯตัดสินใจคัดเลือกจากกว่า 10 รายชื่อที่เสนอมา ด้านนายกัมพลกล่าวว่า การตกแต่งสวนเน้นหลักฮวงจุ้ย เนื่องจากโดยรอบทำเนียบรัฐบาลถูกล้อมรอบด้วยน้ำ แต่ไม่มีภูเขาจึงนำเอาต้นไม้ความสูงแตกต่างกันในลักษณะเหมือนภูเขา รูปแบบการผสมผสานไทย-อิตาเลียน โดยนำต้นไทรยอดทอง ต้นดอกแก้ว ต้นประยงค์ และต้นชาฮกเกี้ยน มาตกแต่ง

ทูตสหรัฐฯถก สมช.เยือนสหรัฐฯ

ที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทำเนียบรัฐบาล นายกลิน ที.เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าพบ พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการ สมช. ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นนายกลิน เดวีส์เปิดเผยว่า เป็นการหารือเพิ่มเติมหลังจากที่เลขาธิการ สมช.เดินทางไปสหรัฐฯ ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในการพบกันระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด และหารือปัญหาในคาบสมุทรเกาหลี การต่อต้านการก่อการร้าย ความปลอดภัยโลกไซเบอร์ เมื่อถามว่ากำหนดการเยือนชัดเจนแล้วหรือยัง นายกลิน เดวีส์ตอบว่า ยังไม่มีกำหนดการที่แน่นอน เมื่อถามถึงกรณีศาลมีคำพิพากษาจำคุก พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก จำเลยในคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา นายกลิน เดวีส์ ตอบว่า ชัดเจนว่าไทยกำลังไล่ล่าอาชญากรที่เกี่ยวข้องการค้ามนุษย์ที่มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงเกี่ยวข้องด้วย ถือเป็นพัฒนาการด้านบวกของไทย

ก.อุตฯมุ่งหน้าไทยแลนด์ 4.0

อีกเรื่อง นายศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า วันที่ 24 ก.ค. นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงานประชุมวิชาการ OIE Forum 2017 และกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “มิติใหม่สู่ประเทศไทย 4.0” ที่ห้องรอยัลจูบิลี่ อิมแพค เมืองทองธานี โดยมีเสวนาหัวข้อ “อุตสาหกรรม 4.0 จุดเปลี่ยนประเทศไทย” มีผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้ประกอบการชั้นนำทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วม สศอ.ในฐานะหน่วยงานหลักจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ เห็นความจำเป็นต้องมีแนวนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรม 4.0 เพื่อขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจ จึงอยากให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน หน่วยงานภาครัฐ และประชาชน ร่วมให้ข้อเสนอแนะนำไปสู่การจัดทำแผนนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรม

น้อมนำพระราชปณิธานปฏิรูปคน

ต่อมาเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ระบุว่า ปัจจัยที่เป็นแรงขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คือการเพิ่มศักยภาพคนในประเทศ ทั้งการศึกษา ปลูกฝังคุณธรรม โดยรัฐบาลน้อมนำพระราชโอวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ความว่า “เด็กๆนอกจากจะต้องเรียนความรู้แล้ว ยังต้องหัดทำงาน และทำความดีด้วย เพราะการทำงานจะช่วยให้มีความสามารถ มีความขยัน อดทน พึ่งตนเองได้ และการทำดีนั้นจะช่วยให้มีความสุขความเจริญ ทั้งป้องกันตนไว้ไม่ให้ตกต่ำ” พร้อมกับน้อมนำพระบรมราโชวาทด้านการศึกษาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงให้ความสำคัญด้านการศึกษา เพื่อวางยุทธศาสตร์พัฒนากำลังคน ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

บ้านเมืองวุ่นเพราะจิตบกพร่อง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า 80 กว่าปีประชาธิปไตยของไทยไม่เจริญงอกงามเท่าที่ควร ลุ่มๆดอนๆ โดยเฉพาะ 20 ปีที่ผ่านมา บ้านเมืองประสบภาวะบกพร่องทางจิตวิญญาณ ขาดภูมิคุ้มกันทางศีลธรรม ทำให้สังคมมีปัญหา ไม่ได้โทษประชาชน แต่ต้องเตือนกัน ประเทศจะได้ไม่ประสบวิกฤติการเมืองอีก ถ้าเรามีประชาธิปไตย แต่ปราศจากธรรมาธิปไตย ความสงบสุขในสังคมจะไม่ยั่งยืน จุดเริ่มต้นของการปรองดองคือทำให้สังคมมีธรรมาธิปไตย ถ้าไม่ช่วยกันแก้ปัญหาไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ถูก ผลักภาระรอให้นายกฯ รัฐบาล คสช. ตามแก้ฝ่ายเดียว ผิดหลักการ อยากให้ทุกคนมีสติ ทบทวน ว่าเราน่าจะใช้หลักธรรมหลักศาสนาแก้ปัญหาการเมือง

ติดกับดักวัฒนธรรมการเมืองเก่า

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับการปฏิรูป คือ การเปลี่ยนแปลง ค่านิยม ทัศนคติของพลเมืองในทางสร้างสรรค์ภายใต้กฎหมาย ที่ผ่านมาอาจเน้นประชานิยม ซึ่งก่อความเสียหาย การที่รัฐบาลพยายามชี้แจงตอบข้อสงสัยโดยให้เหตุผล ใช้ความอดทนอดกลั้น บางครั้งถูกกวนน้ำให้ขุ่น หรือเล่นการเมืองบนความทุกข์ประชาชน ทำให้สิ่งที่ตนพูดสิ่งที่พยายามสื่อสารไม่เป็นผล เจตนาของผู้ไม่หวังดีมักสร้างบรรยากาศให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล แสวงประโยชน์ขยายผลจากความน่าสงสาร ยากจน เอาชนะกันเพื่อแย่งฐานเสียงแบบวัฒนธรรมการเมืองยุคเก่าที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ทุกฝ่ายต้องกลับมาทบทวนตัวเอง ต้องมีหลักคิด สิ่งที่เคยทำบ้านเมืองวุ่นวาย มีคนบาดเจ็บ สูญเสีย ปัจจุบันสถานการณ์สงบเรียบร้อย หลายคนลืมภาพเหล่านั้นไปแล้ว กลับมีคนพยายามปลุกระดมให้เกิดความขัดแย้ง หรือต่อสู้กันอีก ทั้งที่กระบวนการยุติธรรมได้ตัดสินกันไปแล้ว

กวักมือเรียกพวกที่หนีกลับมาสู้คดี

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สิ่งที่น่าห่วงอีกเรื่องคือ ภาพคนไทยที่หนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ เคลื่อนไหวบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือรัฐบาล ประเทศ สถาบัน หลายคนโอนสัญชาติไปแล้วโดยอ้างเหตุผลว่าถูกปฏิวัติรัฐประหารไม่เป็นธรรม เราต้องช่วยกันสร้างความเข้าใจ คนที่ทำแบบนี้ ทำผิดกฎหมายในประเทศหรือไม่ ถ้าผิดมันก็คือผิด กระบวนการตรวจสอบวันนี้ไม่ใช่ คสช. ครั้งที่ผ่านมา คตส.ก็ไม่ใช่เป็นผู้ตัดสินว่าผิดหรือถูก เพียงแต่นำทุกคนเข้าสู่การดำเนินคดีด้วยกฎหมายปกติ ผิดถูกไปพิสูจน์กันเอง ถ้าไม่ผิดไม่มีคดีใครจะดำเนินการท่านได้ กฎหมายมีขื่อมีแป ใช้กฎหมายปกติ ตรวจสอบโดยองค์กรอิสระทั้งสิ้น คนเหล่านั้นที่หนีไปสงสัยว่าเขาอยู่อาศัยในต่างประเทศได้อย่างไร เอาเงินจากที่ไหนมาใช้ มีอาชีพ มีรายได้จากไหนช่วยกันตรวจสอบด้วยรัฐบาลและ คสช.พร้อมให้ความเป็นธรรมทุกคดี ขอให้กลับเข้ามาสู่กระบวนการต่อสู้คดี ตนบังคับศาลไม่ได้ ไม่ต้องกลัว ศาลก็คือศาล กระบวนการยุติธรรมคือกระบวนการยุติธรรม ตนมีหน้าที่นำเข้าเท่านั้นเอง