บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่ได้จับแพะ ผบ.ตร.ยัน ทีมทมิฬ 8 ศพ ย้ำไร้คนบงการ

คุมบังฟัต-พวก ฝากขังเรือนจำ

ผบ.ตร.บินด่วนรับตัว 8 แก๊ง ทมิฬฆ่าล้างครัวผู้ใหญ่บ้าน 8 ศพ จัดพนักงานสอบสวน 8 ชุด แยก สอบปากคำ พร้อมให้ผู้ต้องหาชี้ แผนผัง และแผนที่จุดเกิดเหตุ เส้นทางหลบหนี และจุดเผาทำลายหลักฐาน แทนการนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เกรงเกิดเหตุวุ่นวาย ก่อนนำไปฝากขังต่อศาลส่งเข้าเรือนจำ ผบ.ตร.เผยมั่นใจพยานหลักฐานเอาผิดคนร้ายได้หมื่นเปอร์เซ็นต์ ไม่มี “จับแพะ” ยันยังไม่มีบุคคลอื่นเกี่ยวข้อง พร้อมสั่งกำชับตำรวจพื้นที่ระวังไม่ให้เกิดการล้างแค้นกัน

หลังจากตำรวจใช้อำนาจตามคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 3/2558 รวบตัวนายซูริก์ฟัต บ้านนบวงศ์สกุล หรือบังฟัต อายุ 41 ปี นายทุนเงินกู้โหด กับพวกรวม 8 คน แก๊งทมิฬบุกฆ่าล้างครัวนายวรยุทธ สังหลัง หรือผู้ใหญ่บัติ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ มีผู้เสียชีวิต 8 ศพ บาดเจ็บ 3 คน นำไปควบคุมในค่ายทหาร ร.15 พัน.1 อ.คลองท่อม จ.กระบี่ พร้อมสอบสวนรวบรวมหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับคนละนับสิบข้อหา ชนวนมรณะมาจากบังฟัตหลอกให้นายวรยุทธโอนที่ดินที่นำมาจำนองนำไปใช้เป็นหลักทรัพย์กู้เงินธนาคาร ทำให้ไม่สามารถโอนที่ดินคืนทั้งที่มีการชำระหนี้หมดแล้ว จนมีการฟ้องร้องและขู่ฆ่าล้างโคตรกันทั้งไปมา ตำรวจเตรียมรับมอบตัวผู้ต้องหาจากทหาร เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวนตามขั้นตอนของกฎหมาย เตรียมกำลังคุมเข้มป้องกันญาติผู้ตายล้างแค้น ขณะที่หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งหาทางช่วยเหลือชาวบ้านที่ตกเป็นเหยื่อถูกบังฟัตหลอกโกงที่ดินด้วยวิธีการเดียวกัน

ความคืบหน้าการดำเนินคดีแก๊งฆ่าล้างครัวผู้ใหญ่บัติ เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 21 ก.ค. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 พร้อมคณะเดินทางด้วยเครื่องบินตำรวจไปรับตัวกลุ่มผู้ต้องหา นายซูริก์ฟัต หรือบังฟัต บ้านนบวงศ์สกุล อายุ 41 ปี น.ส.ชลิตา สังข์โชติ อายุ 41 ปี นายประจักษ์ หรือจักษ์ บุญทอย อายุ 36 ปี นายคมสรรค์ หรือม่อน เวียงนนท์ อายุ 41 ปี นายอับดุลเลาะ หรือเลาะห์ ดอเลาะ อายุ 30 ปี นายธวัฒชัย หรือชัย บุญคง อายุ 37 ปี นายอรุณ หรือกี้ร์ ทองคำ อายุ 29 ปี นายธนชัย หรือโกบ จำนอง อายุ 41 ปี

ต่อมาเวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุมพิทักษ์กระบี่ สภ.เมืองกระบี่ ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับ บก.ภ.จ.กระบี่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และคณะเดินทางมาถึงห้องประชุมพิทักษ์กระบี่ สถานที่รับมอบตัวผู้ต้องหา โดย พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษา (สบ 10) พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองนาม ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.วรวิทย์ ปานปรุง ผบก.ภ.จ.กระบี่ ได้จัดเตรียมความพร้อมสถานที่ ระดมตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชน ภ.8 บก.ภ.จ.พังงา บก.ภ.จ.กระบี่ ตชด. กว่า 500 นาย ตรึงพื้นที่เพื่อคุ้มกันผู้ต้องหาตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ และตรวจสอบไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาในบริเวณ ส่วนญาติและชาวบ้านประมาณ 100 คน ที่มารอดูโฉมหน้าผู้ต้องหาถูกกันอยู่ด้านนอกประตูทางเข้าโรงพัก

ช่วงไล่เลี่ยกันขบวนรถที่นำตัวผู้ต้องหามาส่ง มีรถตำรวจทางหลวงนำขบวน พร้อมรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารปิดหัวท้าย มีทหารประมาณ 10 ชุดปฏิบัติการพร้อมอาวุธครบมือ และตำรวจคอมมานโด ภ.8 คุ้มกันอย่างแน่นหนา โดยผู้ต้องหาทั้ง 8 คน สวมเสื้อเกราะกันกระสุน หมวกกันน็อก ผูกผ้าพันคอสีเหลือง ถูกแยกนั่งมาในรถควบคุมผู้ต้องหาคันละ 4 คน มีเจ้าหน้าที่นั่งประกบ เจ้าหน้าที่นำเข้าไปนั่งเรียงแถวในห้องประชุม บังฟัตยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยไม่สะทกสะท้าน ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือมีสีหน้าเคร่งเครียด จากนั้นตำรวจได้นำผู้ต้องหาไปพิมพ์นิ้วมือ ทำประวัติ นำเข้าห้องตรวจร่างกายโดยทีมแพทย์ รพ.กระบี่ ก่อนจะแยกผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวน 8 ชุด สอบปากคำโดยอ่านคำให้การที่สอบไว้ก่อนหน้านี้ และสอบเพิ่มในบางประเด็น มีทนายอาสาจากสภาทนายความ จ.กระบี่ 8 คน ร่วมฟังการสอบปากคำ

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. แถลงว่าผู้ต้องหารับสารภาพตั้งแต่วันแรกแล้ว สาเหตุมาจากผู้ใหญ่นำที่ดิน 2 แปลงไปจำนองไว้กับบังฟัต แต่บังฟัตนำไปจำนองต่อที่ธนาคาร ไม่สามารถนำที่ดินมาคืนให้ได้ จนเกิดการขู่ฆ่ากันไปมา ทำให้บังฟัตไม่สามารถอยู่ในพื้นที่ได้ ประกอบกับบังฟัตปล่อยเงินกู้ และรับจำนองในลักษณะดังกล่าวไว้มูลค่านับสิบล้านบาท แต่ไม่สามารถมาเก็บเงินได้ เพราะลูกหนี้ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ ทำให้ไม่มีเงินส่งธนาคาร วางแผนอุ้มฆ่าผู้ใหญ่และเคยลงมือมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ไม่สามารถอุ้มได้ กระทั่ง ครั้งนี้นายคมสรรค์ร่วมในการวางแผนแต่งเรื่องว่าทหารเข้าตรวจค้นยาเสพติด ให้ น.ส.ชลิตาไปหาซื้อชุดลายพรางทหารสวม บุกไปที่บ้านของผู้ใหญ่เพื่อที่จะบังคับให้ผู้ใหญ่หาเงินให้และจะอุ้มไปฆ่าแต่เกิดผิดแผน บังฟัตพูดเรื่องเงินขึ้นมา ทำให้ผู้ใหญ่จำเสียงได้ เลยตัดสินใจจัดฉากว่าผู้ใหญ่เครียดเรื่องหนี้ฆ่าคนในบ้านแล้วยิงตัวตาย จากนั้นได้ไล่ยิงคนในบ้านเรียงตัว ส่วนผู้ใหญ่นายอรุณเป็นคนลั่นกระสุนสังหาร แต่หลังรู้ว่ามีผู้รอดชีวิตผู้ต้องหานำรถเก๋งโตโยต้ายาริสของผู้ตายพร้อมชุดลายพรางไปเผาทำลายหลักฐาน

พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องที่ พ.ต.ท. สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีต รอง ผกก.ส.2 ให้ข้อมูล “เจ๊ชุมพร” เกี่ยวข้องกับคดี เท่าที่ทราบเจ๊ชุมพรที่ว่า คือเมียของเจ้าของโรงโม่แห่งหนึ่ง และไม่เกี่ยวข้องกับการสังหาร อย่างไรก็ตาม ได้เตรียมเรียกให้ พ.ต.ท.สันธนะมาให้ปากคำกับ พล.ต.อ.สุเทพ เดชรักษา รอง ผบ.ตร. ในเรื่องดังกล่าว ตนมองว่าอดีตตำรวจนายนี้ คงอยากดังมากกว่า การพูดลอยๆ ไม่มีข้อเท็จจริงอาจถูกฟ้องร้องได้ เมื่อถามถึง “อาเจ๊ะ” นายทุนของบังฟัต ผบ.ตร.ตอบว่า ก็อยู่ในสำนวน แต่ก็ไม่เกี่ยวข้อง ตำรวจพร้อมรับฟังข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับคดี ส่วนรายอื่นเกี่ยวข้องหรือไม่ต้องสอบสวนต่อไป ส่วนใหญ่เป็นแค่ผู้มีส่วน เช่น ให้รถมา รับปืนไว้ ไม่รู้ว่ามีเหตุดังกล่าวเกิดขึ้น ในส่วนนี้อาจกันไว้เป็นพยาน

ผู้สื่อข่าวถามถึงสาเหตุที่ไม่นำผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุความวุ่นวายระหว่างทำแผนฯ และได้กำชับให้ในพื้นที่เฝ้าระวังไม่ให้เกิดปัญหาการล้างแค้นกันในอนาคต ขณะนี้ตามการสืบสวนไม่พบบุคคลอื่นเกี่ยวข้องในคดี หากในอนาคตขยายผลมีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องจะจับมาดำเนินคดีทั้งหมด จะสืบสวนสอบสวนให้สิ้นกระแสความและยืนยันว่า สามารถเอาผิดโทษประหารได้หมื่นเปอร์เซ็นต์ ไม่มีการจับแพะ ด้วยเกียรติของ ผบ.ตร.และนายตำรวจที่ทำคดี

หลังจากนั้น ผบ.ตร. ได้โชว์ของกลางในคดี มีทั้งที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืน .38 ของผู้ใหญ่บ้าน ปืนของบังฟัตขนาด 9 มม. ที่นำไปด้วยแต่ไม่ได้ยิง และอาวุธปืนบีบีกัน 4-5 กระบอก เสื้อลายพรางชนิดเดียวกับที่คนร้ายสวมใส่ในวันเกิดเหตุ รวมทั้งรถยนต์ 5 คัน ได้แก่ รถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน ณข 501 กระบี่ รถโตโยต้ายาริส สีขาว ทะเบียน ขธ 3055 สงขลา พาหนะใช้เดินทางไปบ้านผู้ตาย รถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีเทา ทะเบียน กย 6528 ภูเก็ต รถยนต์กระบะอีซูซุ สีบรอนซ์ ทะเบียน ผค 9428 นครศรีธรรมราช และรถยนต์กระบะโตโยต้า สีดำ ทะเบียน บน 3960 กระบี่ ที่ใช้ในการหลบหนี

ภายหลังตำรวจสอบปากคำผู้ต้องหาเสร็จสิ้น ได้มีการนำแผ่นไวนิลขนาดใหญ่ 5 แผ่น เป็นแผนผังบ้านที่เกิดเหตุ แผนที่บริเวณ ต.บ้านกลาง รวมทั้ง แผนที่เส้นทางหลบหนี จุดที่นำของกลางไปซ่อนและเผาทำลายให้ผู้ต้องหาแต่ละคนชี้ว่าอยู่ที่จุดไหน ทำอะไรในแต่ละเหตุการณ์ พร้อมถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนการสอบสวน มีการนำม่านบังไม่ให้ผู้ต้องหาอื่น ทั้งคนที่ไม่เกี่ยวเห็นด้วย จากนั้นชุดควบคุมฝูงชน และ นปพ.กระบี่ นำผู้ต้องหาขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหา 2 คัน คันละ 4 คน เดินทางไปศาล จังหวัดกระบี่ ยื่นคำร้องฝากขังพร้อมคัดค้านการขอประกันตัว เจ้าหน้าที่ได้นำผู้ต้องหาขึ้นรถของกรมราชทัณฑ์ส่งเข้าเรือนจำจังหวัดกระบี่ มีตำรวจคอยคุ้มกันตลอดเส้นทาง