วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กำชับ ‘เณรคำ’ ห้ามทำเป็นอาจารย์ เที่ยวเทศนาผู้ต้องขังรายอื่น

ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เผย “เณรคำ” นอนคุกคืนแรก ไม่เครียด ไม่ทานอาหารเย็น ทำตัวปกติ อนุญาตสวดมนต์ทำสมาธิได้ แต่ห้ามเทศนาและตั้งตัวเป็นครูบาอาจารย์เหนือผู้ต้องขังรายอื่น ทุกคนอยู่ในระเบียบเรือนจำเท่าเทียมกัน ยังไม่มีญาติพี่น้อง หรือศิษยานุศิษย์มาเยี่ยม ด้านรองโฆษกดีเอสไอแจงพนักงานสอบสวนรวบรวมสำนวนจนหมด ส่งอัยการจนฟ้องศาลแล้ว ส่วนอดีตเมียบอกมีทรัพย์สินมากกว่า 43 ล้านบาทที่เจ้าหน้าที่อายัดไว้นั้น กำลังสืบสวนอยู่ แต่ขณะนี้ยังไม่พบเพิ่ม

จากกรณีสำนักงานอัยการสูงสุดร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) บินไปรับตัวนายวิรพล สุขผล หรือพระวิรพล ฉัตติโก หรือหลวงปู่เณรคำ อดีตประธานสงฆ์ สำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ ฐานะผู้ร้ายข้ามแดน หลังศาลแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา สั่งให้ส่งตัวในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย ก่อนพนักงานสอบสวนดีเอสไอนำตัวนายวิรพลที่ทำการสละสมณเพศ ถอดจีวรพระ แล้วใส่ชุดขาวไปส่งให้อัยการสูงสุดดำเนิน 4 ข้อหา 1.พรากผู้เยาว์ 2.ฉ้อโกงประชาชน 3.ฟอกเงิน และ 4.ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากนั้นศาลสั่งประทับรับฟ้อง และส่งตัวไปฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯระหว่างพิจารณาคดี เมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 21 ก.ค. นาย กฤช กระแสทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เปิดเผยหลังรับตัวนายวิรพลเข้าเรือนจำเมื่อวานนี้ว่า เมื่อเช้าได้รับรายงานว่า เมื่อเย็นวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังรับผู้ต้องหาเข้ามาก็ปฏิบัติตัวปกติ ส่วนเรื่องการรับประทานอาหารนั้น ทราบว่านายวิรพลไม่ได้รับประทานอาหารเย็นเหมือนปฏิบัติตอนเป็นพระหรือไม่นั้น ไม่ทราบ เรื่องการนั่งสมาธิและสวดมนต์ไหว้พระ ทางกรมราชทัณฑ์ได้สั่งให้ทุกเรือนจำฝึกผู้ต้องขังให้ทำเป็นกิจวัตรประจำวันอยู่แล้ว การที่นายวิรพลจะสวดมนต์ไหว้พระ ไม่เป็นการขัดต่อระเบียบ สามารถทำได้ แต่ไม่อนุญาตให้มีการเทศนา หรือตั้งตนเป็นครูบาอาจารย์เหนือผู้ต้องขังคนอื่นๆ ต้องปฏิบัติเท่าเทียมผู้ต้องขังทุกคนอย่างเคร่งครัด มีเจ้าหน้าที่คอยตรวจตราอยู่ตลอด

“ในคืนแรกในเรือนจำอดีตเณรคำพูดคุยกับคนอื่นๆปกติ เชื่อว่าคงมีการเตรียมตัวและทำใจมาบ้างแล้ว เพราะไม่มีอาการเคร่งเครียดให้เห็น หน้าตาก็ดูยิ้มแย้มแจ่มใสดี นอกนั้นก็ไม่มีอะไรผิดปกติ ส่วนเจ้าหน้าที่เรือนจำก็ดูแลผู้ต้องขังใหม่ในแดนแรกรับตามมาตรการของเรือนจำ ด้านคนที่จะมาเยี่ยมทราบว่าขณะนี้ยังไม่มีญาติพี่น้อง หรือกลุ่มลูกศิษย์ลูกหาเดินทางมาเยี่ยม แต่สามารถมาเยี่ยม ได้ตามสิทธิ ให้มาวันและเวลาที่เรือนจำกำหนด และทำตามระเบียบการเยี่ยมผู้ต้องขังเท่านั้น” นายกฤชกล่าว

ด้าน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ เผยว่า ในส่วนของสำนวนคดีของนายวิรพลนั้นพนักงานสอบสวนดีเอสไอได้รวบรวมหลักฐานจนครบ สมบูรณ์หมดแล้ว ก่อนส่งให้พนักงานอัยการ และส่งฟ้องศาลไปในที่สุด กรณีอายัดทรัพย์สินของผู้ต้องหา 43 ล้านบาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำบัญชีอายัดทรัพย์สินและส่งศาลไปแล้ว ส่วนประเด็นอดีตภรรยานายวิรพลออกมาเผยว่า ตัวผู้ต้องหามีทรัพย์สินมากกว่า 43 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน แต่ยังไม่พบทรัพย์สินของนายวิรพลเพิ่มเติม