บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"เจษฎา" เตือนโรคมือ เท้า ปากระบาด

แนะผู้ปกครองสังเกตอาการลูกหลาน ร.ร.เข้มข้นตามแนวทางป้องกัน

นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงเปิดเทอมสถานศึกษาเป็นแหล่งที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก ประกอบกับฤดูนี้เป็นฤดูฝน ทำให้เกิดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อโรคได้ง่าย โดยเฉพาะโรคมือ เท้า ปาก จากข้อมูลสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-17 ก.ค.2560 พบผู้ป่วยแล้ว 37,943 ราย เสียชีวิต 2 ราย เฉพาะเดือน มิ.ย. พบผู้ป่วยถึง 12,226 ราย หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของผู้ป่วยทั้งประเทศ ซึ่งพบมากในเด็กอายุ 1 ปีมากที่สุด โดยผู้เสียชีวิต 1 ใน 2 ราย เสียชีวิตด้วย เชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 (Enterovirus 71 : EV71) ซึ่งมีความรุนแรงและเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากกว่าสายพันธุ์ทั่วไป อย่างไรก็ตาม โรคมือ เท้า ปาก เกิดจากเชื้อเอนเทอโรไวรัสหลายชนิด แต่ชนิดที่รุนแรงมากคือ เอนเทอโรไวรัส 71 การติดต่อของโรคเกิดจากการได้รับเชื้อที่ปนเปื้อนจากอุจจาระ หรือฝอยละออง น้ำมูกน้ำลาย น้ำในตุ่มพอง หรือแผล ของผู้ป่วยเข้าสู่ปาก การติดต่อทางน้ำหรืออาหารมีโอกาสเกิดได้น้อย โดยเด็กที่เป็นโรคมือ เท้า ปาก จากเชื้อนี้มักไม่แสดงอาการ เช่น ไม่มีผื่นที่บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้าให้เห็นชัดเจน ทำให้ไม่ทราบว่าป่วย และยังมีผลต่อระบบประสาทและสมอง จึงทำให้เสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ง่าย

นพ.เจษฎากล่าวอีกว่า โรคมือ เท้า ปาก ติดต่อจากการได้รับเชื้อทางปากโดยตรง ซึ่งเชื้อไวรัสจะติดมากับมือหรือของเล่นที่เปื้อนน้ำมูก น้ำลาย น้ำจาก แผลตุ่มพองหรืออุจจาระของผู้ป่วย หรือติดต่อจากการ ไอ จามรดกัน โรคนี้อาจมีอาการเล็กน้อย เช่น มีไข้ ผื่น ตุ่มน้ำใส หรือเม็ดแดงๆในปาก ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือก้น ซึ่งหายได้เองใน 7-10 วัน โรคนี้ไม่มียารักษา ไม่มีวัคซีน จะรักษาตามอาการ ถ้าหากเด็กมี อาการแทรกซ้อน เช่น ไข้สูง ซึม อาเจียน หอบ ต้องรีบนำเด็กไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลทันที อยากขอความร่วมมือสถานศึกษาดำเนินการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ดังนี้ 1.มีระบบคัดกรองเด็กทุกเช้าก่อนเข้าเรียน หากพบเด็กป่วยให้แยกออกและเรียกผู้ปกครองมารับกลับบ้านเพื่อรักษาจนกว่าจะหายปกติ 2.สอนให้เด็กล้างมือบ่อยๆ 3.หากพบเด็กป่วยจำนวนมาก ควรพิจารณาปิดสถานศึกษาเพื่อชะลอการระบาดของเชื้อ และ 4.ให้ความรู้และคำแนะนำเกี่ยวกับโรคแก่นักเรียน และผู้ปกครองให้หมั่นสังเกตอาการของบุตรหลานอย่างใกล้ชิด หากมีอาการไข้ร่วมกับแผลในปาก โดยอาจมีหรือไม่มีตุ่มน้ำที่มือหรือเท้าก็ได้ บางรายอาจมีเฉพาะไข้ ควรรีบพาไปพบแพทย์และให้หยุดเรียนจนกว่าจะหาย และไม่ควรคลุกคลีกับคนอื่นๆในครอบครัวหรือชุมชน.