วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปิดฉาก "ตูร์ เดอ ฟรองซ์"+ เปิดฉากกอล์ฟ "ดิโอเพ่น"

โดย จ่าแฉ่ง

สัปดาห์นี้ถือเป็นโค้งสุดท้ายของจักรยานทางไกลบันลือโลก “ตูร์ เดอ ฟรองซ์” หรือ จักรยานทางไกลฝรั่งเศสประจำปี 2017 ละครับ

เพราะจะเหลือเส้นทางหรือ “สเตจ” อีกแค่ 3 เส้นทางเท่านั้น เป็นทางเรียบบนถนนธรรมดาๆ 2 เส้นทาง และแข่งขันจับเวลาที่เรียกว่า “ไทม์ ไทรอัล” อีก 1 เส้นทาง

โดยวันศุกร์จะเป็นเส้นทางเรียบ 225.5 กิโลเมตร วันเสาร์จะเป็นการแข่งขันไทม์ ไทรอัล ส่วนวันอาทิตย์ (23 ก.ค.) ก็จะเป็นทางเรียบส่งท้ายจากมาร์กเซยสู่มหานคร ปารีส ไปสิ้นสุดที่ถนน ชองเซลิเซ่ บริเวณประตูชัย

มีความหมายไม่น้อยสำหรับการคว้าแชมป์สเตจ สำหรับคนที่ยังไม่เคยได้หรือคนที่ได้แล้วอาจจะได้ซํ้าเป็นการทำสถิติเพิ่มในสเตจที่เหลือ

แต่มีความหมายไม่มากมายเลยสำหรับแชมป์เวลารวม ที่เรียกกันว่า “แชมป์เสื้อเหลือง” ซึ่งถือว่าเป็นสุดยอดแชมป์ของ ตูร์ เดอ ฟรองซ์

โดยเฉพาะสำหรับ “ว่าที่แชมป์” อย่าง คริสโตเฟอร์ ฟรูม แห่งสหราชอาณาจักรที่ทำเวลารวมดีที่สุด หลังจบสเตจ 18 อยู่ที่ 78 ชั่วโมง 8 นาที 19วินาที

แม้จะทิ้งห่างที่ 2 อย่าง โรเมน บาเดต์ ของฝรั่งเศสอยู่เพียง 23 วินาที และทิ้งที่ 3 อย่าง ริโก เบอร์โต อูรัน จากโคลอมเบียอยู่ 29 วินาที ซึ่งสูสีและฉิวเฉียดมาก

แต่จากการที่มีเส้นทางราบเรียบถึง 2 เส้นทางที่เชื่อว่าทั้ง 3 จะปั่นเกาะกลุ่มเข้าเส้นชัยเวลาเดียวกันจึงต้องไปตัดสินกันที่การปั่นประเภทจับเวลาในคืนวันเสาร์

ซึ่งโดยสถิติที่ผ่านมา คริสโตเฟอร์ ฟรูม แข่งจับ เวลาได้ดีกว่านักปั่นที่หายใจรดต้นคอทั้ง 2 คน หลายขุม

หลายๆนักวิเคราะห์จึงสรุปไว้ตั้งแต่บัดนี้ว่า ฟรูม น่าจะคว้าแชมป์ปีนี้ไปครองได้อีกและเป็นครั้งที่4 ในชีวิตการปั่นของเขา และทำได้ 3 ครั้งติดต่อกันหรือ 3 ปีซ้อนๆเป็นครั้งแรก

ยกเว้น “จ่าแฉ่ง” ที่ยังเชื่อว่าในการแข่งขันกีฬาอะไรก็ตาม หากเสียงนกหวีดสุดท้ายหรือเสียงระฆังสุดท้ายยังไม่ดังขึ้น...อะไรๆก็ย่อมเกิดขึ้นได้

ไม่ได้แช่งฟรูมนะครับแต่ในความเป็นจริงของกีฬาเป็นอย่างนั้น...ใครจะรู้ล่ะว่าทั้ง 2 คนที่ไล่ตามอาจจะปั่นทำเวลาได้ดีกว่าในช่วงที่เหลือ เพราะมันแค่ 23 กับ 28 วินาทีเท่านั้นเอง

หรือไม่ก็เกิดเหตุอะไรก็ได้ที่อาจทำให้ คริสโตเฟอร์ ฟรูม ไปไม่ถึงเส้นชัย

ฉะนั้น ขอเชิญแฟนจักรยานทางไกลฝรั่งเศสโปรดลุ้นจนถึงวินาทีสุดท้ายกันด้วยนะครับ ประมาณ 4 ทุ่มเศษไม่เกิน 4 ทุ่มครึ่ง ค่ำวันอาทิตย์นี้รู้แน่นอน...

คริสโตเฟอร์ ฟรูม แห่งสหราชอาณาจักร และทีมสกายจะได้ “เฮ” หรือได้ “โฮ” คือร้องไห้โฮ--โปรดลุ้นกันด้วยนะครับ

อีกหนึ่งความมันส์ สำหรับคอกีฬาอินเตอร์สัปดาห์นี้เห็นจะหนีไม่พ้นการแข่งขันกอล์ฟชาย PGA เมเจอร์ที่ 3 แห่งปี “The Open Championship” หรือที่รู้จักกันอีกชื่อหนึ่งว่า “บริติช โอเพ่น”

รายการเมเจอร์ที่เก่าแก่ที่สุดแข่งมาแล้ว 145 ครั้ง และครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ 146 ณ สนามกอล์ฟ รอยัล เบิร์กเดล ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษ ซึ่งก็เป็นสนามเก่าแก่มีอายุเกินร้อยปีแล้วเช่นกัน (128 ปี)

สุดยอดฝีมือของโลกไปร่วมแข่งขันกันอย่างคับคั่งพร้อมเพรียงทั้งยอดฝีมือปัจจุบันและยอดฝีมือในอดีตระดับแชมป์เก่า

ขาดหายไปก็แค่ ไทเกอร์ วูดส์ ที่ยังไม่หายเจ็บ และยังไม่ฟื้นจากข่าวอื้อฉาวกรณีถูกจับ “เมาแล้วขับ” เมื่อไม่นานมานี้

นอกนั้นก็เห็นมากันเกือบครบ โดยเฉพาะพวกยอดฝีมือปัจจุบันแทบไม่มีใครขาดเลย

ผลการแข่งขันวันแรกได้ที่ 1 ร่วมกับ 3 คน ล้วนคนดังทั้งสิ้น ได้แก่ จอร์แดน สปีธ, บรู๊ค เค็บกา และ แมตต์ คูชาร์ ที่-5

แต่ยังเหลืออีกหลายวันจะยืนหยัดอยู่ได้หรือไม่ และใครจะห้อเหยียดมาแซงโค้งในวันสุดท้ายคงต้องเชิญชวนให้ติดตามละครับ

ถ่ายทอดโดย Fox Sport เวลาดีมากๆ 2 วันสุดท้าย (เสาร์-อาทิตย์) เริ่ม 15.00-02.00 น. ทาง Fox Sport HD (680) ของทรูวิชั่นส์ ตั้งแต่ เวลาเย็นๆเป็นต้นไป

นี่ก็ต้องลุ้นเช่นกันครับว่า แชมป์ “ดิ โอเพ่น” ปีนี้จะเป็นของใคร?

“จ่าแฉ่ง”