บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เลือกหุ้นปันผล!!

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 21 ก.ค.60 ปิดที่ 1,573.51 จุด ลดลง 1.77 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 43,902.02 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 548.07 ล้านบาท

หุ้นที่ซื้อขายสูงสุด BGRIM ปิด 18.90 บาท บวก 0.90 บาท, AOT ปิด 51.25 บาท บวก 0.75 บาท, BBL ปิด 180.50 บาท ลบ 2 บาท, KKP ปิด 70.25 บาท ลบ 2.75 บาท และ SCB ปิด 151.00 บาท ลบ 1 บาท

“เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม” ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บล. เอเซีย พลัส มองเม็ดเงินต่างชาติจะยังไม่เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย เพราะ P/E หุ้นไทยยังไม่ถูกเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นเพื่อนบ้าน และมีความเสี่ยงเรื่องค่าเงินบาท จากที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ทำให้มีความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน แต่หากค่าเงินบาทเข้าใกล้ 34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ น่าจะเริ่มสนใจเข้ามาลงทุน

และเม็ดเงินต่างชาติที่ไหลเข้ามาลงทุนในตราสารหนี้จำนวนมากทำให้ yield ต่ำลงมาก อาจทำให้มีเม็ดเงินบางส่วนไหลเข้ามาลงทุนตลาดหุ้นไทยได้

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ที่หุ้นไทยแกว่งแคบๆแทบไม่ขยับไปไหน ควรเลือกลงทุนในหุ้นที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัวคือ หุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลดี และมีปันผลระหว่างกาลที่ให้ผลตอบแทน 2-3% แนะนำหุ้น LH ที่ให้ผลตอบแทนเงินปันผลทั้งปี 7%

รวมกองทุนอสังหาริมทรัพย์และกองรีท เนื่องจากที่ผ่านมาราคา ปรับตัวลงจากความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ แต่ขณะนี้ประเด็นนี้เริ่มผ่อนคลายลง ขณะที่ดอกเบี้ยของไทยปรับขึ้นน้อยมาก รวมทั้งแนะนำหุ้นที่มีการเทิร์นอะราวนด์ เช่น JWD ที่ปีนี้พลิกมีกำไร และหุ้น BEAUTY กำไรโตสูง

ขณะที่ “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” กรรมการผู้อำนวยการ บล. ซี แอล เอส เอ (ประเทศไทย) กลับมองว่า เม็ดเงินต่างชาติยังจะไหลเข้ามาลงทุนใน ตลาดหุ้นไทย แต่ยังเป็นปริมาณที่น้อย โดยจะเลือกเข้าเป็นรายตัวที่มีผลดำเนินงานในกลุ่มพลังงาน อสังหาริมทรัพย์ นิคมอุตสาหกรรม

แต่ในช่วง 1-2 เดือนนี้ ตลาดหุ้นไทยจะยังคงซบเซา เพราะนักลงทุนต่างชาติยังพักร้อนช่วงครึ่งปีอยู่ และผลประกอบการไตรมาส 2 อาจจะออกมาไม่ดี การบริโภคยังไม่ฟื้นทำให้ตลาดหุ้นไม่ดี

แต่เชื่อว่า 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้ ต่างชาติจะเริ่มเข้ามาซื้อหุ้นไทยมากขึ้น!!

อินเด็กซ์ 51