วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดแผนสังหาร ช่วงเวลาตึงเครียด ฆ่ายกครัว 8 ศพ

เจ้าหน้าที่เปิดแผนสังหาร ช่วงเวลาตึงเครียด ฆ่ายกครัว 8 ศพ 'บังฟัต' ยิงหมดทุกคน เว้นผู้ใหญ่ ให้ลูกน้องเป็นคนจัดการ ก่อนยัดปืนใส่มือผู้ใหญ่บัติ สร้างสถานการณ์เครียดการเงิน จนต้องฆ่ายกครัว แต่ผิดแผน เพราะมีคนรอดชีวิต ...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปิดแผนฆ่า 8 ศพ ครอบครัวนายวรยุทธ สังหลัง อายุ 46 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เจ็บอีก 3 คน และลูกสาววัย 3 เดือน ของผู้ใหญ่บ้านรอดชีวิต โดยเหตุการณ์วันเกิดเหตุได้เริ่มต้นเมื่อเวลา 15.30 น. นายวรยุทธ พร้อมด้วยภรรยาและลูกสาววัย 3 เดือน ได้เดินทางออกจากบ้านไปทำธุระในตัวเมืองกระบี่ โดยมีเด็กหญิง 3 คนอยู่ที่บ้าน

จากนั้นเวลา 16.18 น. กลุ่มคนร้ายที่นำโดย นายซูริก์ฟัต บ้านนบวงศ์สกุล หรือ บังฟัต ได้เดินทางมาที่บ้านโดยใช้รถฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน กรุงเทพมหานคร และรถโตโยต้ายาริส สีขาว รวม 7 คน โดยสวมชุดลายพรางแบบทหาร พร้อมอาวุธครบมือ โดย บังฟัต สวมหมวกไอ้โม่ง แต่ไม่พบผู้ใหญ่บ้าน จึงควบคุมตัวเด็กๆ ทั้ง 3 คนไว้ในห้องนอน และแจ้งให้ทราบว่า มีหมายค้นของศาล จากนั้นกลุ่มคนร้ายได้รื้อค้นหาข้าวของภายในบ้าน พบอาวุธปืนขนาด .38 ของผู้ใหญ่บ้าน และได้รื้อค้นถอดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดภายในบ้านทั้งหมดไปเก็บไว้ในรถฟอร์จูนเนอร์

ต่อมาเวลา 17.00 น. นางอัญชลี บุตรเติบ พร้อมบุตรสาว 1 คน ได้เดินทางมาที่บ้าน ทางกลุ่มคนร้ายได้แจ้งว่า เป็นเจ้าหน้าที่ทหารมาตรวจค้นเรื่องยาเสพติด จึงนำตัวทั้ง 2 คนไปควบคุมตัวไว้ในห้องนอนอีกห้องหนึ่ง และรอผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งยังไม่เดินทางกลับมา

เวลา 20.30 น. นายวรยุทธ หรือผู้ใหญ่บัติ ได้เดินทางกลับมาบ้าน พร้อมภรรยา ลูกสาววัย 3 เดือน และแวะรับบุตรสาวอีกคนมาที่บ้าน โดยใช้รถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ซีอาร์วี สีขาว โดยกลุ่มคนร้ายซึ่งแต่งกายเป็นเจ้าหน้าที่ทหารได้ควบคุมตัวทั้ง 4 คน โดยให้ภรรยาและลูกๆ ของผู้ใหญ่ไปขังไว้ในห้อง และแยกผู้ใหญ่ออกมาอยู่อีกห้องหนึ่ง โดยได้ใช้ผ้าคลุมศีรษะและใส่กุญแจมือ

ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวทางบังฟัตและพวกได้เข้ามาในห้อง ทำร้ายร่างกายนายวรยุทธ เพื่อให้รับเรื่องยาเสพติด แต่นายวรยุทธปฏิเสธไม่เกี่ยวข้อง บังฟัต จึงถามว่ามีเงิน 4 แสนบาทหรือไม่ นายวรยุทธบอกว่ามีเพียง 6 พันบาท จากนั้นบังฟัตได้ให้ นายคมสรร เวียงนนท์ ไปเอาโทรศัพท์ของนายวรยุทธมา ให้โทรไปยืมเงินเพื่อนคนหนึ่ง แต่เพื่อนรายดังกล่าวบอกว่ามีเพียง 5 หมื่น จากนั้นนายวรยุทธจึงมอบบัตรเอทีเอ็ม พร้อมรหัส ให้กับบังฟัต เพื่อไปเบิกเงินในวันรุ่งขึ้น บังฟัตจึงมอบบัตรเอทีเอ็มให้นายเลาะเก็บไว้

ต่อมาเวลา 22.30 น. น.ส.แอนนา บุตรเติบ พร้อมนายสุริยา สังหลัง สามี ได้เดินทางมาที่บ้านผู้ใหญ่ จึงถูกกลุ่มคนร้ายควบคุมตัวไว้อีก 2 คน รวมผู้ถูกคุมตัวไว้ทั้งสิ้น 11 คน ทางกลุ่มคนร้ายซึ่งนำโดย บังฟัต จึงได้นำผู้ใหญ่ออกมาถอดเมมโมรี่การ์ดของรถซีอาร์วีออก และนำเอกสารจำนำรถยนต์ยาริส ซึ่งเป็นชื่อของภรรยาผู้ใหญ่ พร้อมสำเนาบัตรและสำเนารถมาให้เซ็นจำนำในวงเงิน 2 แสนบาท จากนั้นได้ให้นายคมสรรเก็บไว้ แล้วนำผู้ใหญ่กลับเข้ามาที่ห้องอีกครั้ง

เวลา 23.45 นายสุทธิพงษ์ พริกดำ สามี ของนางอัญชลี ได้เดินทางมาที่บ้าน เพื่อตามภรรยาและลูกๆ กลับบ้าน แต่ก็ถูกคนร้ายจับไปขังไว้ในห้องอีกคน รวมเป็น 12 คน

ขณะเดียวกัน ระหว่างที่คุมตัวผู้ใหญ่อยู่ภายในห้อง และเซ็นเอกสารต่างๆ แล้ว บังฟัต ได้นำผู้ใหญ่บ้านออกมาด้านนอกอีกครั้ง พร้อมทั้งบอกว่าต้องการเงิน 4 แสนบาท แต่หลุดคำพูดเป็นภาษาถิ่นใต้ ซึ่งทางผู้ใหญ่ได้พูดขึ้นว่า โทริ เหรอ ซึ่งคำว่าโทริ คือชื่อเล่นของบังฟัต ที่คนในหมู่บ้านเรียกกัน บังฟัต จึงเปิดหมวกให้ดู ก่อนปิดไว้เหมือนเดิม จากนั้นได้นำผู้ใหญ่ไปรื้อค้นในกระเป๋าของภรรยาผู้ใหญ่ แต่ไม่มีทรัพย์สิน จึงนำผู้ใหญ่กลับมาที่ห้องอีกครั้งหนึ่ง

ในช่วงเวลาดังกล่าวทางบังฟัต ได้ทำร้ายผู้ใหญ่บ้านหลายครั้ง เพื่อให้นำเงินมาให้ จนผู้ใหญ่โมโห พูดออกมาว่า อย่าให้ตนหลุดไปได้ จะฆ่าทิ้งทั้งครอบครัว ทำให้บังฟัต คิดว่าต้องฆ่าทั้งหมดทิ้ง ประกอบกับคนในบ้านเห็นหน้าบังฟัตหมดแล้ว จึงได้วางแผนฆ่าทีละคน โดยบังฟัตลงมือยิงทุกคน ยกเว้นผู้ใหญ่วรยุทธ ที่ให้นายอรุณ ทองคำ เป็นคนยิง และทิ้งปืนของผู้ใหญ่เอาไว้ข้างมือผู้ใหญ่ เสมือนว่าผู้ใหญ่เป็นคนยิงคนในครอบครัว เนื่องจากมีปัญหาทางด้านการเงิน

แต่ผิดแผน เนื่องจากมีผู้รอดชีวิต คือนางอัญชลี และบุตรสาว ที่ให้การว่า จำคนร้ายในกลุ่มนี้ได้ และเมื่อมีการไล่ลำดับปมสังหารต่างๆ ก็มาสิ้นสุดที่ปมการจำนองที่ดินที่ผู้ใหญ่ นำที่ดินของพ่อตาแม่ยาย 2 แปลงไปจำนองไว้กับบังฟัต เมื่อหลายปีก่อน แต่เมื่อผ่อนหมด บังฟัตกลับไม่สามารถนำเอกสารโฉนดที่ดินมาคืนได้ เนื่องจากนำไปจำนองกับธนาคารไว้ และเมื่อผู้ใหญ่ทวงถามหลายครั้ง และถูกผู้ใหญ่ขู่ฆ่า ทำให้บังฟัต ต้องหนีไปอยู่ต่างจังหวัด เก็บเงินจากการปล่อยกู้ไม่ได้ ธนาคารจะมายึดที่ดินที่นำมาจำนองไว้ในลักษณะดังกล่าวอีกหลายแปลง จึงได้วางแผนเพื่ออุ้มฆ่าผู้ใหญ่บ้าน แต่เพราะมีคนในบ้านจำนวนมาก จนนำมาสู่การสังหารหมู่ดังกล่าว

ส่วนแนวทางการติดตามตัวคนร้ายนั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้รับการยืนยันจากพยานที่รอดชีวิตว่าจำหน้าได้ 2 คน คือนายคมสรรค์ เวียงนนท์ หรือม่อน และนายธวัชชัย บุญคง หรือชัย และนำมาสู่การติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายที่เหลือในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ทั้งภูเก็ต พังงา นครศรีธรรมราช และ ระนอง.