วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯ สรุป 8 ข้อ 4 คำถาม อ้อนยังฟังเสียงที่เหลือ 66 ล้านคน

นายกฯ เปิด 8 ข้อ สรุป 4 คำถาม อยากได้นักการเมือง-นายกฯ รุ่นใหม่ หนุนออก ก.ม.อาญานักการเมือง-ขรก.ไม่หมดอายุความ พวกหลบหนีคดี ก.ม.ป้องกันการกินรวบจากนายทุนใหญ่ พร้อมยันไม่ได้เลือกปฏิบัติดูแล ปชช. บอกปีนี้ รบ.ลุยดูแลผู้มีรายได้น้อย ไม่ใช้เงินถม ทำลายความสุข ปชช.ทางอ้อมแน่ 

เมื่อวันที่ 21 ก.ค.60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ว่า ขอบคุณที่ทุกคนตอบคำถาม 4 ข้อของนายกฯ ซึ่งเป็นประโยชน์มากกับการเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ทำให้มองเห็นว่าเราน่าจะปฏิรูปประเทศได้ ซึ่งมีผู้ตอบคำถามมาประมาณ 5 แสนคน และอยากให้ส่งมาอีกก่อนเลือกตั้ง เพื่อเตรียมพร้อมก่อนตัดสินใจเพียงไม่กี่นาทีหน้าคูหา โดยได้ข้อสรุปดังนี้ 1.สนับสนุนการได้มาซึ่งรัฐบาลที่มีคุณภาพ มีธรรมาภิบาล โปร่งใส ไม่ทุจริต 2.อยากได้นักการเมืองที่ดีและใหม่ๆ หรือนายกฯ ที่เป็นคนรุ่นใหม่ เข้ามาในระบบการเลือกตั้ง มีพรรคการเมือง นักการเมืองทางเลือกใหม่ให้กับประชาชน 3.การเข้ามาสู่การเลือกตั้ง ควรตรวจสอบให้เข้มข้น ให้ได้นักการเมืองที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน 4.หากนักการเมืองผู้ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมจะเข้ามา ขอให้ให้องค์กรอิสระ กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม ตรวจสอบอย่างรัดกุมก่อน 5.ควรมีกฎหมายที่ทำให้คดีไม่หมดอายุความ หลบหนีคดี ทั้งนักการเมือง ข้าราชการประจำหรืออื่นๆ ไม่งั้นก็จะเกิดแบบเดิมๆ ต่อไป

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า 6.ไม่มั่นใจว่าจะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล ทุกคนต้องช่วยกัน ควรเลือกจากผู้เสียสละทำเพื่อส่วนรวมจริงๆ ไม่ใช่เลือกผู้คุ้นเคย ช่วยเหลือประชาชนเฉพาะราย เฉพาะกลุ่ม อาจทำให้เกิดการแบ่งแยกประชาชนเป็นกลุ่มเป็นฝ่าย บ้านเมืองไม่สงบ วุ่นวาย เหมือนก่อนวันที่ 22 พ.ค.57  7.หากบ้านเมืองไม่สงบ ขัดแย้ง ต้องเลือกตั้งต่อๆ ไปจนกว่าจะได้รัฐบาลที่ดี มีธรรมาภิบาล เสียงบประมาณก็คงต้องยอม หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ 8.ให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งวันนี้เราทำอยู่

นอกจากนี้ ยังมีการเสนอดังนี้ 1.นักการเมืองที่ไม่เหมาะสม ไม่สมควรเข้ามา 2.น่าจะมีกฎหมายป้องกันการกินรวบจากนายทุนใหญ่ ทั้ง 2 เรื่อง รัฐบาลพยายามเร่งดำเนินการ ไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งกัน เป็นคน เป็นกลุ่ม เป็นฝ่ายอีกแล้ว ส่วนนักการเมืองที่ไม่ดีต้องหามาตรการทางกฎหมายมาแก้ไขปัญหา สร้างนักการเมืองที่ดีขึ้นมา แต่ถ้าหากประชาชนยังยึดติดกับการช่วยเหลือแบบเดิมๆ มายาวนาน เคยชินกับการแก้ปัญหาที่ปลายทาง ใช้งบประมาณถมลงไป แล้วไม่แก้ปลายทางมาเหมือนเดิม โครงการต่างๆ ที่ทำลงไปนั้นไม่โปร่งใส จะเกิดเหตุการณ์อย่างนั้นเกิดขึ้นมาอีก ต้องโปร่งใส ไม่ใช่ว่าเหมาจ่ายกันทั้งหมด

"ผมเชื่อมั่นว่านักการเมืองส่วนใหญ่อยากจะทำดี ผมขอบคุณ และขอโทษถ้าเกินเลยไปบ้าง แต่ระบบการเมืองไทยยังไม่เอื้ออำนวย ถ้าเราช่วยกันแก้ ถ้าไม่ใช้เงิน ก็ไม่ได้คะแนนเสียง อย่างนี้ไม่ได้ ทุกคน ทุกพรรค อยากเป็นรัฐบาล ไม่อยากเป็นฝ่ายค้านกิจกรรม หรือโครงการดีๆ คงต้องการความร่วมมือกันทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ถ้าหากฝ่ายรัฐกับฝ่ายค้าน ค้านกันตลอดเวลา เพราะถือว่าไม่ใช่นโยบายของพรรคตน ประชาชนก็ลำบาก และอย่าไปเรียกร้องอะไรที่ผิดๆ กับเขา" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เรื่องนายทุน การเอื้อประโยชน์ เราต้องมาพิจารณาว่า ในระบบทุนนิยม ระบอบประชาธิปไตย มีคนอยู่ 3 กลุ่ม 1.รวยมาก อาจจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ รายได้มากทั้งในประเทศและข้ามชาติ มีการลงทุนสูง 2.ปานกลาง อันนี้คือ ข้าราชการ ผู้ประกอบการอื่นๆ ที่มีขนาดเล็กลง ทั้ง 2 ประเภท ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว และมีความเสี่ยงในการลงทุน ถ้าไม่ใช่ข้าราชการ และ 3.กลุ่มผู้มีรายได้น้อย จำนวนมากหลายสิบล้านคน ได้ส่วนแบ่งรายได้ที่เหมาะสม ต้องไปดูว่าเป็นธรรมหรือไม่ในระบบทุนเสรี และไม่ต้องกลัวถ้าเขาทำถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ อย่างการซื้อขายที่ดินและไม่ใช่การบุกรุก ปัญหาคือการรวมกลุ่ม หลายอาชีพ ยังทำไม่ได้มาก ยังหวังเพียงกลุ่มตนดีขึ้น เลยเปะปะวุ่นวายไปหมด กลายเป็นประเด็นนโยบายทางการเมืองเข้าไปอีก ต้องอย่าลืมว่าเศรษฐกิจของประเทศมีหลายระดับ ปัจจุบันคนเสียภาษีคือผู้ประกอบการ รายใหญ่ กลาง เล็ก ข้าราชการ ที่ขึ้นทะเบียน เป็นผู้ที่เสียภาษีตามภาษีบุคคลหรือนิติบุคคล เสียมาตลอดสิบกว่าล้านคน แต่บางคนก็ไม่ได้เสียภาษี ประชาชนที่เหลืออยู่ ข้าราชการ ผู้มีรายได้น้อยภาษีไม่ถึงเกณฑ์ไง มีการลดอะไรอีกเยอะแยะ และเราไม่ได้ขึ้นมาหลายปีแล้ว มี 1,000 ครอบครัวที่รวย เหลืออีก 40 ล้าน 50 ล้าน 60 ล้านไม่รวย ถามว่าถ้าเราไม่เอาคน 1,000 ครอบครัวนั้นมาร่วมมือกันในการขับเคลื่อนประเทศจะไปได้ไหม จะส่งเสริมคน 40 ล้าน ขึ้นมารวยเท่ากับคนข้างบนได้ไหม ไม่ได้ ต้องเกลี่ยรายได้ และอย่าให้เขาชักจูงไปในทางที่เสียหาย ไปแสวงประโยชน์หรือไปเสียเงินเบี้ยบ้ายรายทางไม่ได้ เอาเงินมาดูแลประชาชนดีกว่า ถ้าหากทุกคนร่วมกันตรงนี้ได้คำว่าเอื้อประโยชน์ ทุนนิยมก็ไม่สามารถทำอะไรได้กับประชาชน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาตนไม่เคยโทษเกษตรกร หรือคนมีรายได้น้อยเลย ไม่อยากใช้คำว่าคนจน ใช้คำว่าผู้มีรายได้น้อยดีกว่า ปีนี้รัฐบาลจะลงไปดูแลในเรื่องข้างล่างนี้ ซึ่งไม่ได้ง่าย แต่ถ้าทำได้ง่ายๆ แบบเดิม เอาเงินถมลงไปๆ แล้วก็พอใจได้เงิน ชอบตน รักรัฐบาล แต่เป็นการทำร้ายประชาชนทางอ้อม มีความสุขวันนี้แต่วันหน้าประเทศล้มละลายจะทำยังไง ช่วงนี้เราจะต้องช่วยกัน ตนพยายามทำทุกอย่างให้ได้อย่างเต็มที่ก่อนที่จะไปสู่การเลือกตั้ง แล้วก็ให้รัฐบาลใหม่ทำต่อไป โดยอยากขอร้องว่าฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านต้องร่วมมือกันด้วย นโยบายที่ตนได้เริ่มไว้แล้วเป็นความจำเป็น ขอบคุณทุกคนที่ตอบมาและอาจจะยังไม่ได้ตอบมา สิ่งที่พูดมาไม่ได้เพียงกลั่นกรองมาให้รัฐบาลพอใจ ตนพอใจ เป็นความคิดเห็นประชาชน 5 แสนคน และยังมีประชาชนที่สนใจอยากมีส่วนร่วมอีกเยอะ ฝากกระทรวงมหาดไทยลองไปดูที่ศูนย์ดำรงธรรมตอนนี้รวบรวมได้หรือยัง ทุกพื้นที่เพิ่มเติมมาได้ไหม หรือจะให้หน่วยทหารรวบรวมไปที่กระทรวงมหาดไทยให้ก็ได้ เพราะตรงนี้ไม่ใช่โพลชอบตนหรือไม่ชอบตน แต่เป็นการแสดงความคิดเห็น วันนี้ได้มาแค่ 5 แสนคน ที่เหลืออีก 66 ล้านคนเศษอยู่ที่ไหนต้องการฟังตรงนี้ด้วย.