วันอังคารที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เช็ก 7 สัญญาณบอกเหตุ คุณอาจเป็นโรคซึมเศร้า!?

ไม่กี่ปีมานี้ มีข่าวคราวเรื่องการฆ่าตัวตายด้วยโรคซึมเศร้าหลายราย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ จึงสอบถามไปยัง พญ.พรรณพิมล วิปุลากร ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มาให้ข้อมูลเรื่องโรคนี้ รวมทั้งเช็กสัญญาณบ่งบอกการเป็นโรคซึมเศร้าด้วย

โรคซึมเศร้า (Major depression) จะเกิดเป็นลักษณะของอารมณ์เป็นหลัก ผู้ป่วยจะมีความรู้สึกเศร้า หดหู่ ท้อแท้ และเบื่อหน่าย ทำให้มีอาการข้างเคียงที่ตามมา ได้แก่ ไม่มีสมาธิ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ รวมถึงทัศนคติด้านลบต่อตัวเองเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ โรคทางกลุ่มสุขภาพจิตทั้งหมด เกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่ พันธุกรรม จะมีความเสี่ยงในครอบครัว แต่ไม่ได้เป็นทุกราย, ความไม่ปกติของร่างกาย หรือผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเกิดขึ้น ซึ่งผู้ป่วยในลักษณะนี้จะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอื่นๆ ด้วย, สิ่งแวดล้อม จะเป็นตัวกระตุ้นที่จะทำให้เกิดโรค เช่น ประสบการณ์ในวัยเด็ก การสูญเสีย หรือถูกทำให้ตกใจ ก็จะฝังอยู่ในจิตทำให้มีอาการได้, ความเครียดเรื้อรัง เครียดนานต่อเนื่อง และแก้ปัญหาไม่ได้ก็อาจนำไปสู่โรคได้เช่นกัน

เช็กสัญญาณเตือน 7 คุณอาจเป็นโรคซึมเศร้า

1. ท้อแท้ ซึม อารมณ์เศร้าต่อเนื่องหรือยาวนานผิดปกติ

2. ไม่มีความสุขกับกิจกรรมที่เคยทำ

3. เบื่ออาหาร หรือเจริญอาหารมากเกินไป

4. นอนไม่หลับ หรือหลับมากเกินไป

5. เชื่องช้าลง หรือกระวนกระวาย

6. อ่อนเพลีย ไร้เรี่ยวแรง ไม่มีสมาธิ ใจลอย ตัดสินใจอะไรไม่ได้

7. ตำหนิตัวเอง หรือรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า คิดเรื่องการตาย

หากไม่อยากเป็น ‘โรคซึมเศร้า’ ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร?

1. ระมัดระวังภาวะความเครียดเรื้อรัง : โรคซึมเศร้าเป็นผลมาจากการเครียดเรื้อรัง ดังนั้น การที่ดูแลตัวเอง หรืออย่าทำให้เกิดความเครียดเรื้อรัง ก็จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรคซึมเศร้าได้

2. รีบรักษา : ถ้าเริ่มมีอาการ การเข้าสู่การรักษาโดยเร็วก็ทำให้ดูแลตัวเองหรือหายจากโรคได้เร็วมากกว่าการที่ปล่อยให้เป็นโดยไม่รีบรักษา

“ภาวะของคนที่เป็นโรคซึมเศร้า จะทำให้มีมุมมอง หรือความคิดด้านลบค่อนข้างมาก การคิดการตัดสินใจลดน้อยลง คิดอะไรไม่เป็นเหตุเป็นผล ซึ่งเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ หากสังเกตอาการของตัวเองแล้วพบว่าเข้าข่าย ต้องไปพบจิตแพทย์ ส่วนไม่ควรจะปล่อยทิ้งไว้นานแค่ไหนนั้น จนเริ่มรู้สึกว่าความคิดในทางลบมารบกวนมาก จนไม่อยากจะทำอะไร เช่น อยากลาออกจากงาน ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร หรือจนกระทั่งเริ่มมีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง” จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ กล่าว

ทั้งนี้ การศึกษาระบาดวิทยาแบบคาดการณ์ มีตัวเลขคนไทยป่วยโรคซึมเศร้า ร้อยละ 2.3 โดยไม่ได้เห็นแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น แต่ทำให้เรารู้จักโรคนี้มากขึ้น ซึ่งผู้ที่มีปัญหาเรื่องโรคซึมเศร้าเข้าสู่กระบวนการดูแลของแพทย์ได้ดีขึ้น แต่ยังไม่เข้าสู่การรักษาทั้งหมด และมีคนที่เป็นโรคออกมาพูด คนก็เริ่มยอมรับเกี่ยวกับโรคทางสภาวะจิตใจได้ เพราะสมัยก่อนคนไม่คิดว่ามีโรคทางใจด้วย

อย่างไรก็ตาม พญ.พรรณพิมล กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “สมมติว่า เราเป็นคนว่ายน้ำไม่เก่ง และมีคนมาบอกว่า เธอมันแย่จังแค่นี้ก็ทำไม่ได้ คนปกติก็รู้สึกแย่กับคำพูดอยู่แล้ว แต่คนที่ป่วยเขามีสภาวะจิตใจในทางลบอยู่แล้ว ก็ทำให้ยิ่งย้ำความคิดเดิมอยู่แล้วว่ามันคงจริงอย่างที่คนเขาพูดนั่นแหละ ว่าเรามันแย่จริงๆ ดังนั้น ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าต้องการความเข้าใจ ยอมรับในความบกพร่องชั่วขณะของเขาที่เกิดขึ้นค่ะ”