บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชีวิตไม่เพอร์เฟกต์! ตร.นักบิน ซิงเกิลแด๊ด ออกราชการสานฝันลูกชายเป็นนายร้อย

"พ่อเริ่มถามผมว่า อยากเป็นนักเรียนเตรียมทหารไหม อยากเป็นนายร้อยไหม ตอนนั้น ผมมีอาชีพในฝันอยู่เเล้ว ผมไม่อยากเป็นครับ แล้วพ่อก็กลับมาบอกผมอีกว่า เป็นนายร้อยได้รับพระราชทานกระบี่จากในหลวงด้วยนะ มีแค่นักเรียนนายร้อยสี่เหล่าเท่านั้นแหละที่ยังรับพระราชทานกระบี่และปริญญาบัตรจากในหลวง นี่คือสิ่งที่ทำให้ผมเปลี่ยนความคิด" 

กลายเป็นตำรวจเน็ตไอดอลอยู่พักใหญ่ๆ ถึงวันนี้ยังเป็นกระแสติดลมบน จากช่วงปลายปีที่ผ่านมา หลังมีภาพถ่าย "ตำรวจแจกน้ำ" หนุ่มน้อยในครื่องแบบตำรวจ หน้าตาคมเข้ม ถูกแชร์ว่อนโซเชียล บุคลิกขี้อายพูดน้อย ของ "หมวดโต๊ส" ร.ต.ท.ภัทรพล อภิรักษ์พงศา พงส.สภ.เมืองยะลา ถูกแชร์ต่อๆ กันนับแสนครั้ง "หมวดโต๊ส" ลูกชายคนโตของ พ.ต.อ.ทูล อภิรักษ์พงศา อดีตนักบิน(สบ 5) กลุ่มงานการบิน กองบินตำรวจ คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว  แบกภาระ ทำทุกอย่างก็เพื่อลูก ปลูกฝังให้เป็นตำรวจที่มีคุณภาพของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

เส้นทางชีวิต "หมวดโต๊ส" ความผูกพันระหว่างครอบครัว กับความสำเร็จที่ไม่ได้มีทุกวันนี้ง่ายๆ "ไทยรัฐออนไลน์" โดย Police Community เปิดเรื่องราวสัมภาษณ์ ชีวิตครอบครัว พ.ต.อ.ทูล อภิรักษ์พงศา อดีต นักบิน(สบ 5) กับหน้าที่ความเป็นพ่อ เสียสละ ลาออกจากงานตำรวจ ชีวิตข้าราชการแห่งความภาคภูมิใจ ลุยทำงานเป็นนักบินเอกชนที่มีรายได้สูงกว่า เก็บเงินสานฝันการศึกษาของลูกๆ วางรากฐานอนาคตที่ดี หวังให้ลูกเป็นตำรวจของประชาชนอย่างแท้จริง 

"พี่ตัดสินใจลาออกจากราชการ เมื่อต้นปี 2560 นี่เอง จากนั้นมาเป็นนักบินพาณิชย์กับบริษัทบางกอกเฮลิคอปเตอร์ เซอร์วิสเซส (โรงพยาบาลกรุงเทพ) เป็นงานลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศ เหตุผลที่ตัดสินใจลาออกมา เพราะถึงจุดหนึ่งถ้าไม่รีบตัดสินใจ โอกาสก็จะหมดไป  แล้วพี่จะไม่มีเวลาได้ทำเพื่อลูก "

ทั้งครอบครัวเรามีกันอยู่ 3 คน ลูกชายทั้ง 2 คน รับราชการเป็นตำรวจ คือ ร.ต.ท.ภัทรพล อภิรักษ์พงศา (โต๊ส) ส.ต.ต.ภฑิล อภิรักษ์พงศา (ติน) ที่ผ่านมา ส่งเสียเลี้ยงดูลูกคนเดียวแต่เล็กจนโต ทุ่มเทให้กับลูกหมด กระทั่งวันนี้ เขาทั้ง 2 คน มารับราชการตำรวจ ซึ่งเป็นอาชีพที่เรารักมากๆ แทนเรา จึงมีความคิดว่า เราออกมาหาเงินไว้ให้กับพวกเขา เพื่อที่ลูกจะได้เป็นตำรวจที่ดี ทำงานในหน้าที่อย่างสบายใจ ไม่ต้องไปรีดไถ เป็นตำรวจนอกลู่นอกทาง 

"การที่ลูกชายทั้ง 2 มาเป็นตำรวจ ในส่วนของพี่ไม่ได้ระบุว่าต้องเป็นตำรวจเท่านั้น เพียงแต่อยากให้เขาเป็นคนมีวินัย ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการดำรงชีวิต อยากให้มีอาชีพที่มั่นคง เป็นไปได้ควรทำประโยชน์ให้กับสังคมด้วย บังเอิญเขามาเป็นลูกเรา ซึ่งผ่านมาทั้งระบบทหารและตำรวจ เขาคุ้นเคยมาตั้งแต่เกิด อาจเป็นเป็นเหตุผลหนึ่งที่เขาตัดสินใจไม่ยากที่จะเลือกมาเป็นตำรวจ"

ก่อนหน้านี้รู้สึกว่าไม่ชอบอาชีพตำรวจ คิดว่าตำรวจต้องตามจับผู้ร้ายเท่านั้น แต่พอมาเป็นนักบินตำรวจ ได้สนับสนุนงานของตำรวจหลายด้าน จึงได้เห็น ได้รู้ความสำคัญของอาชีพตำรวจ ว่ามีมากมาย และเกิดผลเป็นรูปธรรมกับสังคมจริงๆ งานของตำรวจ ต้องอดทน ต้องเจอกับสภาวะกดดันต่างๆ ต้องทำด้วยใจรัก ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจและถูกต้อง เป็นอาชีพที่มีเกียรติ น่าภาคภูมิใจ

"ถ้าพี่ไม่มีภาระมากมาย ไม่ห่วงอนาคตของลูก ก็คงไม่มีวันลาออกจากข้าราชการตำรวจ ถามว่าเงินเดือนตำรวจเพียงพอต่อการเลี้ยงลูกมั้ย? ก็ในระดับหนึ่งนะ แต่ในฐานะพ่อของลูกเราก็อยากให้ลูกเราได้ในสิ่งดีๆ ที่เหมาะสม ไม่เว่อร์เกินตัว อยู่อย่างสมวัย แต่ต้องอยู่อย่างมีคุณภาพด้วย ลูก 2 คน โดยรวมแล้ว เลี้ยงไม่ยาก ชอบเล่นกีฬาทั้งคู่ เรื่องเรียนก็ไม่มีปัญหาอะไร ให้เรียนอะไร ก็เรียน ในขณะที่พ่อต้องเดินทางไปราชการต่างจังหวัดบ่อยมาก ทำให้มีเวลาอยู่ดูแลเขาน้อย ช่วงเป็นวัยรุ่นก็มีงอแงบ้าง ติดเพื่อน แต่พอเข้าเรียนโรงเรียนทหารตำรวจแล้ว เขาก็ต้องฝึก ต้องเรียนอยู่ในรั้วโรงเรียน จะได้ออกมาพักบ้างเฉพาะวันหยุด ก็ปล่อยเขา" 

เราไม่สามารถสอนหรือดูแลเขาได้ทุกเรื่อง บางสิ่งเค้าต้องประสบกับตัวเอง เรียนรู้และแก้ปัญหาเอง ตอนนี้ทำงานกันแล้ว ก็ดูเขาห่างๆ แต่ก็ยังสนับสนุนให้หาเวลาว่าง ไปศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น และแนะนำการดำรงตน การอยู่กับสังคมที่มีความหลากหลาย รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่โดยเฉพาะเรื่องทัศนคติต่ออาชีพ ส่วนความคาดหวังกับลูก ก็อยากให้เค้ามีวุฒิภาวะตามวัยที่ควรจะเป็น ไม่อยากให้เสียเวลาต้องเรียนรู้อะไรนานเกินไป เพราะโลกยุคใหม่ต้องทำได้หลากหลายและรวดเร็ว

"ชีวิตตำรวจไม่หรูหรา กินเงินเดือนหลวง สวัสดิการดี มีศักดิ์ศรี มีความภูมิใจ หากใครจะหวังรวย หรือมีความเป็นอยู่ที่สบาย ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้พี่ว่ายากนะ เป็นตำรวจต้องมีชีวิตอยู่ติดกับประชาชน ไม่ใช่มีชีวิตที่ติดกับความสะดวกสบายเงินทอง ถ้าอยากมีเงินใช้ต้องออกไปทำอาชีพอื่น อย่างตัวพี่เอง พี่ยอมรับว่าอยากจะมีเงินเดือนรองรับมากกว่านี้ เพื่อที่จะจุนเจือลูกต่อไปในภายภาคหน้า ถึงจุดหนึ่งพี่จึงต้องเลือก ว่าจะยังอยู่กับอาชีพที่ตัวเองภาคภูมิใจ หรือจะเสียสละลาออก แล้วไปทำงานเอกชน เก็บเงิน สานฝันให้ลูกเป็นตำรวจที่ดี"  

และทั้งหมดนี้คือ มุมคิดชีวิตความเป็น "พ่อของลูก" ถูกถ่ายทอดออกมาจากจิตใต้สำนึกความรับผิดชอบ และหน้าที่ของพ่อที่พึงกระทำด้วยความรักเพื่อลูก ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งสำหรับความุ่งมั่นตั้งใจของหมวดโต๊ส  ร.ต.ท.ภัทรพล อภิรักษ์พงศา พงส.สภ.เมืองยะลา ในฐานะ "ลูกของพ่อ"  

"จริงๆ แล้วตอนเด็กๆ ความฝันแรกของผมคืออยากเป็นหมอ พ่อเริ่มถามผมว่า อยากเป็นนักเรียนเตรียมทหารไหม อยากเป็นนายร้อยไหม  ตอนนั้น ผมมีอาชีพในฝันอยู่เเล้ว ผมบอกพ่อไปว่า “ไม่อยากเป็นครับ”  เวลาผ่านไปไม่นาน พ่อก็กลับมากล่อมผมอีกครั้ง ด้วยการนำรูปคนในเครื่องแบบเท่ๆ มาให้ดู แล้วพูดกับผมว่า เป็นนายร้อยได้รับพระราชทานกระบี่จากในหลวงด้วยนะ มีแค่นักเรียนนายร้อยสี่เหล่าเท่านั้นแหละที่ยังรับพระราชทานกระบี่และปริญญาบัตรจากในหลวงอยู่ในตอนนี้ ทำให้ผมนึกถึงหนังอัศวินที่ผมเคยดู ที่อัศวินจะต้องรับการแต่งตั้งจากพระราชาโดยการนำดาบมาแตะที่บ่าทั้งสองข้าง นี่แหละคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมตั้งใจกวดวิชา"

เมื่อมีเป้าหมาย พยายามอ่านหนังสือสอบ ทำโจทย์ทุกคืนจน ถึงตี 2 ตี 3 ตอนเรียนกลางวันก็แอบหลับบ้าง สุดท้ายสอบติด 4 เหล่า และเลือกเหล่าตำรวจ รู้สึกภาคภูมิใจมาก โรงเรียนนายร้อยตำรวจจะมีคำปฏิญาณที่ต้องกล่าวทุกวันคือ “ข้าพระพุทธเจ้า จักรักษามรดกของพระองค์ท่าน ไว้ด้วยชีวิต” เมื่อได้กล่าวหรือได้ยิน ทำให้นึกถึงในหลวงทุกครั้ง คำปฏิญาณ ทำให้มีกำลังใจที่จะปฏิบัติหน้าที่เพื่อพสกนิกรที่พระองค์ทรงรักได้อย่างเต็มที่ และการปลูกฝังจากโรงเรียนเช่นนี้ได้ฝังอยู่ในหัวใจไปตลอด 

"พ่อผมเสียสละเสมอ เป็นที่ปรึกษาในทุกๆ ด้าน อาจจะมีดุบ้างก็เพราะอยากให้ผมกับน้องได้ดี เรื่องบางอย่างผมอาจไม่ได้ดังใจ แต่ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยสนใจในสิ่งที่พ่อสอนสั่ง ผมมองเห็นความเสียสละของพ่อมาทั้งชีวิต พ่อทำงานเหนื่อย เก็บเงินส่งให้พวกเราเรียน แม้ว่าเงินเดือนพ่อจะไม่มาก เพราะต้นทุนชีวิตครอบครัวเราไม่สูงเหมือนใครๆ แต่ผมก็ไม่เคยรู้สึกอิจฉาหรือว่าอยากมีเหมือนลูกๆ ทุกวันนี้พ่อมีหนี้ที่กู้มาส่งให้ผมกับน้องเรียน ในระหว่างเรียนผมพยายามใช้ชีวิตอดออม และประหยัดที่สุด "

เงินเดือนข้าราชการตำรวจไม่มาก เมื่อได้มาบรรจุเข้ารับราชการจริงถึงรู้ "รู้ว่าทุกบาททุกสตางค์กว่าจะได้มามันเหนื่อย" กระทั่งพ่อตัดสินใจลาออกจากราชการ งานที่ใจรัก เพียงเพราะอยากจะทำงานที่ได้เงินเดือนสูงๆ มาช่วยลูกๆ สร้างรากฐานเป็นตำรวจที่ดี ยิ่งรู้ว่าพ่อเสียสละมาก

"ทุกวันนี้ผมอยู่ยะลา มารับตำแหน่งไกลบ้าน พ่อก็เป็นห่วงตลอด เพราะพ่อมองผมเด็กตลอดเวลา การใช้ชีวิตทำงานคนเดียวที่นี่ มันทำให้ผมเข้าใจความเป็นตำรวจมากขึ้นทุกๆ ด้าน ยิ่งตำรวจ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ยิ่งน่าเห็นใจนะ พ่อไม่อยากให้ผมกับน้องเอาเปรียบประชาชน รีดไถคนอื่น การที่พ่อยอมออก ผมเสียใจนะ เสียใจที่พ่อไม่ได้อยู่ในอาชีพที่พ่อรักจนวันเกษียณ  พ่อเลือกความเป็นอยู่ของลูก อยากจะสร้างรากฐานให้ลูกมีประสิทธิภาพ โดยเชื่อว่า เงินที่ได้จากน้ำพักน้ำแรงที่สุจริตของพ่อ จะเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มชีวิตข้าราชการตำรวจของผมกับน้อง โดยไม่ต้องเบียดเบียนใคร"

ผมกับน้องภูมิใจที่เกิดเป็นลูกพ่อ ...ถึงเราจะมีต้นทุนทางสังคมไม่มาก

แต่เราก็เป็นครอบครัวข้าราชการตำรวจ ที่พร้อมจะทำดีเพื่อแผ่นดิน และเพื่อประชาชนคนไทย 

Police community