วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผบ.ตร.ยืนยันชัด บังฟัตฆ่าบังบัติ ไม่เกี่ยวเจ๊ เตรียมเรียก‘สันธนะ’สอบ

ผบ.ตร.รับมอบตัวผู้ต้องหาฆ่า 8 ศพกระบี่ ท่ามกลางการคุ้มกันหนาแน่น นำตัวทำประวัติ สอบสวน ทำแผนเลยโดยไม่ไปที่เกิดเหตุ ยืนยันชัด บังฟัตขัดแย้งบังบัติ บงการคนเดียว ไม่เกี่ยวกับ เจ๊ชุมพร เตรียมเรียก ‘สันธนะ’ สอบฐานที่ปูดข้อมูล...

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 21 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ห้องประชุมห้องประชุมพิทักษ์ประชา สภ.เมืองกระบี่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.สุเทพ เดชรักษา รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษา สบ.10 พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองนาม รรท.ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.วรวิทย์ ปานปรุง ผบก.ภ..กระบี่ ได้มาร่วมรับตัว 8 ผู้ต้องหาสังหารโหด นายวรยุทธ สังหลัง หรือผู้ใหญ่บัติ พร้อมครอบครัวและญาติ รวม 8 ศพ จากเจ้าหน้าที่ทหาร นำโดย พ.อ.เกรียงไกร ศรีรัก รอง ผบ.บก.ควบคุม พล.ร.5 โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชน ตำรวจภูธรภาค 8 ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดพังงา และกระบี่ เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจสายตรวจตระเวนชายแดน กว่า 500 นาย ตรึงกำลังคุ้มกันผู้ต้องหาอย่างแน่นหนา

สำหรับผู้ต้องหาทั้งหมด ประกอบด้วย 1.นายซูริก์ฟัต บ้านนบวงศ์กุล หรือ บังฟัต อายุ 41 ปี 2.น.ส.ชลิตา สังข์โชติ อายุ 41 ปี 3.นายประจักษ์ บุญทอย (จักร์) อายุ 36 ปี 4.นายคมสรรค์ เวียงนนท์ (ม่อน) อายุ 41 ปี 5.นายอับดุลเลาะ ดอเลาะ(เลาะห์) อายุ 30 ปี 6.นายธวัฒชัย บุญคง (ชัย) อายุ37 ปี 7.นายอรุณ ทองคำ(กี้ร์) อายุ 29 ปี 8.นายธนชัยจำนอง(โกบ) อายุ 41 ปี ถูกควบคุมตัวกลุ่มผู้ต้องหาลงจากรถด้วยการสวมเสื้อเกราะกันกระสุน สวมหมวกปราบจลาจล และผูกผ้าพันคอสีเหลือง เพราะเจ้าหน้าที่สังเกตได้ง่าย จากนั้นได้นำผู้ต้องหานั่งเรียงแถวเรียกชื่อของแต่ละคน นำไปทำการพิมพ์ลายนิ้วมือ ทำประวัติ นำเข้าห้องตรวจร่างกายโดยมีแพทย์ รพ.กระบี่มาร่วมตรวจ และทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เลยไม่ต้องพาผู้ต้องหาไปทำแผนยังที่เกิดเหตุเพื่ความปลอดภัย จากนั้นได้แยกผู้ต้องหาแต่ละรายไปให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งจัดไว้ 8 ชุด มีทนายความจากสภาทนายความ จ.กระบี่ 8 คน ร่วมรับฟังการสอบปากคำผู้ต้องหา แล้วแยกนำแต่ละรายไปให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งจัดไว้ 8 ชุด มีทนายความจากสภาทนายความ จ.กระบี่ 8 คน ร่วมรับฟังการสอบปากคำผู้ต้องหา

จากนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้นำคณะนายตำรวจ และทหาร มาร่วมในการเปิดให้สื่อมวลชนได้ซักถาม ซึ่งทาง ผบ.ตร.ยังยืนยันว่า ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมทั้ง 8 คน ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือจริง โดยได้มีการวางแผนมาก่อนหน้าแล้ว เพื่อที่จะอุ้มบังบัติ หรือผู้ใหญ่บัติไปฆ่า เพราะโกรธแค้นที่มาระยะหลังหลายปีนี้ ได้เกิดปัญหากับผู้ใหญ่ที่ผู้ใหญ่ได้นำที่ดิน 2 แปลง ไปจำนองไว้กับบังฟัต แต่บังฟัต ได้นำไปจำนองต่อที่ธนาคาร ไม่สามารถเอามาคืนได้ จึงเกิดการขู่ฆ่ากันไปมา ทำให้บังฟัต ไม่สามารถอยู่ในพื้นที่ได้ ประกอบกับบังฟัต ได้ปล่อยเงินกู้ และรับจำนองในลักษณะดังกล่าวไว้มูลค่านับสิบล้านบาท แต่ไม่สามารถมาเก็บเงินได้เพราะลูกหนี้ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ ทำให้สถานะทางการเงินเริ่มมีปัญหาขาดส่งธนาคาร จึงได้วางแผนก่อเหตุดังกล่าว และเคยลงมือมาแล้ว 2 ครั้ง แต่พลาด ไม่สามารถอุ้มได้ 

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวอีกว่า ต่อมา บังฟัตจึงได้วางแผนโดยให้ น.ส.ชลิตา สังข์โชติ อายุ 41 ปี ไปจัดหาซื้อชุดลายพรางทหาร แต่งเรื่องว่าเป็นทหารเข้าตรวจค้นยาเสพติด โดยมีนายคมสรรค์ เวียงนนท์ (ม่อน) อายุ 41 ปี ร่วมในการวางแผน จากนั้นทั้งหมด ได้เดินทางไปที่บ้านของผู้ใหญ่บัติเพื่อที่จะบังคับให้ผู้ใหญ่หาเงินให้และจะได้อุ้มไปฆ่า แต่พลาดเกิดผิดแผน ระหว่างที่คุมตัวผู้ใหญ่อยู่นั้น บังฟัตได้พูดเรื่องเงินขึ้นมา ทำให้ผู้ใหญ่จำเสียงได้ และเกิดการต่อสู้กันขึ้นมา นายอรุณ ทองคำ(กี้ร์) อายุ 29 ปี จึงได้ใช้ปืนยิงผู้ใหญ่เสียชีวิตเป็นศพสุดท้าย หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีการสังหารคนในบ้านแล้ว ส่วนกรณีของผู้อยู่เบื้องหลังอีกหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่พบ

ผบ.ตร. กล่าวด้วยว่า การที่ อดีต รอง ผกก.สันติบาล 2 ออกมาระบุเรื่องเจ๊ชุมพร หลังจากนี้จะเรียกอดีตตำรวจรายดังกล่าวมาสอบปากคำว่าเกี่ยวข้องอย่างไร ซึ่งเท่าที่ทราบเจ๊ชุมพรที่ว่า คือเมียของเจ้าของโรงโม่แห่งหนึ่ง และไม่เกี่ยวข้องกับการสังหาร แต่ทั้งนี้ การออกมาพูดในลักษณะดังกล่าวนั้น ตนมองว่า อดีตตำรวจนายนี้ คงอยากดังมากกว่า เมื่อถามถึงอาเจ๊ะ ที่เป็นนายทุนอีกคนของบังฟัต ผบ.ตร.บอกว่า ก็อยู่ในสำนวน แต่ก็ไม่เกี่ยวข้อง ส่วนรายอื่นจะเกี่ยวข้องหรือไม่ หลังจากนี้จะทำการสอบสวนต่อไป ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแค่ผู้ที่มีส่วน เช่นให้รถมา รับปืนไว้ และไม่ทราบว่ามีเหตุดังกล่าวเกิดขึ้น ในส่วนนี้ อาจกันเป็นพยานไว้

จากนั้น ผบ.ตร.ได้ขึ้นไปโชว์ของกลางให้สื่อมวลชนดู มีทั้งอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุขนาด .38 ซึ่งเป็นปืนของผู้ใหญ่บ้าน ปืนของบังฟัตขนาด 9 มม. ที่นำไปด้วยแต่ไม่ได้ยิง และอาวุธปืนบีบีกัน นอกจากนั้นมีหลักฐานอื่น เช่น เสื้อลายพรางที่ใช้ในการสวมใส่ในวันเกิดเหตุ จากนั้นเดินไปที่รถของกลางประกอบด้วยรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน ณข 501 กระบี่ ป้ายเขียว รถโตโยต้ายาริส สีขาว ทะเบียน ขธ 3055 สงขลา ซึ่ง 2 คันนี้ ใช้ในการก่อเหตุไปที่บ้านของผู้ตาย ส่วนรถที่ใช้ในการหลบหนี มีโตโยต้ายาริส สีเทา ทะเบียน กย 6528 ภูเก็ต รถยนต์กระบะ อีซูซุ แค็บ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ผค 9428 นครศรีธรรมราช และรถยนต์กระบะ โตโยต้า แค็บ สีดำ ทะเบียน บน 3960 กระบี่ ก่อนที่ ผบ.ตร.พร้อมคณะจะเดินทางไปรับประทานอาหารเที่ยง ซึ่งเวลาล่วงเลยมาประมาณ 13.00 น.

ส่วนการทำแผนนั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้นำแผ่นไวนิลพิมพ์รายละเอียดของสถานที่เกิดเหตุประกอบด้วย แผนผังบ้าน ซึ่งปลูกต่อเติมรวมนับสิบห้อง และระบุจุดที่เกิดเหตุทั้งหมด โดยศพที่พบทั้งหมดในบ้านมี 3 ห้อง เป็นห้องนอนภายในบ้าน นอกจากนี้ยังมีแผนที่บริเวณโดยรอบตำบลบ้านกลาง ที่เกิดเหตุ และจุดที่ผู้ต้องหาไปหลบซ่อนตัว ผังอาวุธ เผารถยนต์ของผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยการทำแผนนี้ ผบ.ตร.บอกว่า เพื่อป้องกันเหตุความวุ่นวายและอาจมีการทำร้าย ซึ่งสามารถทำแผนในลักษณะนี้ได้

ขณะที่สอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 8 คนนั้น จนถึงเวลา 14.00 น.ยังไม่เสร็จสิ้น แต่ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นกระบวนการแล้ว ตำรวจจะคุมตัวทั้งหมดไปขออนุมัติศาลฝากขัง และนำตัวส่งเรือนจำจังหวัดกระบี่ คุมตัวผัดฝากแรกเป็นระยะเวลา 12 วัน.