วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตลท.จัดงานรวมพลังเพื่อความยั่งยืน จุดประกายความคิด ธุรกิจ สังคม

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดงาน SET Social Impact Day 2017 เพื่อจุดประกายความคิด ธุรกิจ และกิจการเพื่อสังคม รวมพลังอย่างไรให้ยั่งยืน...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดงาน SET Social Impact Day 2017: Partnership for the Goals "รวมพลังเพื่อความยั่งยืน" ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ได้รับความสนใจจากภาคธุรกิจ บริษัทจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์ฯ และกิจการเพื่อสังคม มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้สู่การเป็นพันธมิตรร่วมแก้ไขปัญหาและพัฒนาสังคมสู่ความยั่งยืนกันอย่างเนืองแน่น กว่า 500 คน โดยหนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม และจุดประกายความคิดให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงประโยชน์ คุณค่า ความสำคัญ และโอกาสในการสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับสังคมร่วมกันคือช่วงนำเสนอบทพิสูจน์ผลลัพธ์จากการลงทุนเพื่อสังคม (Social Impact Investment) และการเสวนา แชร์ความรู้จากผู้ลงมือทำจริง ในการแก้ไขปัญหาสังคมสู่การต่อยอดธุรกิจและสังคมที่ดี

ดร.ศิริกุล เลากัยกุล Brand Strategist & Sustainability Advisor, The Brand Being Consultant Co., Ltd. ได้เปิดมุมมองต่อกระแสการพัฒนาความยั่งยืนของโลก เพื่อส่งเสริมการแบ่งปันจากการลงทุน เพื่อแก้ไขปัญหาสังคมอย่างยั่งยืนว่า การจะทำให้เกิดผลกระทบหรือความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับสังคมนั้น ธุรกิจ และกิจการเพื่อสังคม จะต้องมีการรวมพลังเพื่อความยั่งยืน เพราะเมื่อปลายทางคือ เพื่อสังคม ต้นทางสังคม ก็ต้องช่วยกันด้วย ทั้งนี้พบว่า การทำงานของกิจการเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise ที่กำลังได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่เข้ามาสร้างนวัตกรรมใหม่ให้สังคม และสร้างความเปลี่ยนแปลงให้สังคม ยังมีข้อจำกัดมากมาย คือเพียงมีพลัง มีความมุ่งมั่น แต่จะไปได้ไกลกว่า มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีความยั่งยืนถ้าพวกเขาสามารถมีธุรกิจมาพันธมิตร มาเป็นพลังความร่วมมือ ขณะที่ในทุกกระบวนการทำงานจะต้องมีความคิดสร้างสรรค์อย่างมาก เพราะมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องมากมาย

ดร.ศิริกุล ยังได้ย้ำถึงความสำคัญของการมีพันธมิตรร่วมกันทำงานว่า จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ที่จะทำให้การแก้ไขปัญหาสังคมในด้านต่างๆ เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง จึงอยากให้ธุรกิจใหญ่หันมาช่วยกิจการเพื่อสังคม มากกว่าการเป็นพี่เลี้ยง แต่ควรจะต้องช่วยกันประกาศออกไปถึงความสำคัญของการมีกิจการเพื่อสังคม ธุรกิจจะต้องช่วยสร้างระบบนิเวศให้กิจการเพื่อสังคม ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน และต้องถ่ายทอดเทคนิคการทำโมเดลธุรกิจเพื่อสังคม และการทำงานร่วมกันจะต้องเป็นลักษณะเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ที่สำคัญธุรกิจจะต้องมีความเชื่อมั่นว่า ความเจริญเติบโตของ SE จะส่งผลต่อความเติบโตของแบรนด์ในที่สุด ซึ่งประวัติศาสตร์พิสูจน์มาแล้วว่า การเติบโตต้องมีการรวมพลัง ดังนั้น ถ้าเราอยากได้อนาคตที่ยั่งยืน การที่จะร่วมกันทำ เป็นพันธมิตร มันเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ขอให้เรานึกไว้คำเดียวเลยว่า วันนี้ไม่มีใครสามารถที่จะบินได้ด้วยปีกข้างเดียว

ในด้านของธุรกิจ บริษัทจดทะเบียน และกิจการเพื่อสังคม ที่ได้ผ่านประสบการณ์การเป็นพันธมิตร แก้ไขปัญหาสังคม ก็ได้สะท้อนในทิศทางเดียวกัน ถึงความสำคัญ คุณค่าและอิมแพค ที่เกิดต่อสังคมมากกว่า ของการจับมือเป็นพันธมิตรร่วมกันแก้ไขปัญหาสังคม โดย ดร.วิสุทธิ วิทยฐานกรณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เป็นที่น่ายินดีที่วันนี้มี SE เกิดขึ้น ซึ่งจะมีส่วนช่วยทำให้เมืองไทยมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นมากมาย เพราะจุดเริ่มต้นของ SE คือเพื่อสังคม อย่างไรก็ตามการทำเรื่องสังคมให้เกิดผล SE ควรจะเลือกทำเรื่องเดียว ที่เป็นความถนัดเป็นเรื่องที่มีความรู้ ซึ่งหากมี SE แบบนี้มากๆ ก็จะทำให้สังคมดีขึ้น และจากประสบการณ์การทำงาน ตั้งแต่เริ่มทำงาน ก็พบว่าการทำงานกับชุมชน ก็ต้องเริ่มจากรอบๆ ก่อน คือเศรษฐกิจเริ่มจากใกล้ตัวค่อยๆ ขยายกว้างออกไปตามความคิดและที่สำคัญเริ่มจากใจที่มีการให้ก่อนก็จะสำเร็จ

ด้าน น.ส.ณัชชา โรจน์วิโรจน์ กรรมการผู้จัดการ และผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ บริษัท บลิกซ์ พ็อพ ผลิตภัณฑ์ของเล่นที่คำนึงถึงพัฒนาการ ความเก่ง ความฉลาด ทักษะทางสังคม ความสุขของเด็ก โดยเฉพาะเด็กพิเศษ กล่าวว่า ความก้าวหน้าของโครงการ เกิดขึ้นได้เพราะ มีสปอนเซอร์และพาร์ตเนอร์ชิพ เพราะการเป็น SE เราไม่ได้มองถึงกำไรสูงสุด แต่ว่าเราต้องอยู่รอดได้วันนี้ เราเป็นจุดเล็กๆ แต่เขาให้ความสำคัญว่า เราจะช่วยกัน เปลี่ยนสังคม ขอให้เพื่อนๆ ที่ ทำ SE อย่าลืมแรงบันดาลใจของตัวเอง เพราะจริงๆ แล้วพลังที่ดีที่สุดก็คือแรงบันดาลใจของเรามันจะให้พลังกับเราตลอดเวลาและอยากให้ทุกท่านลองชาร์จพลังกับตัวเองบ่อยๆ ออกไปเจอเพื่อนที่ทำเหมือนๆ กันจะได้มีกำลังเดินต่อไป

ส่วน นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการ และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า นับเป็นสิ่งที่น่ายินดี ที่การทำงานภายใต้ Set Social Impact Platform ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาคธุรกิจ และกิจการเพื่อสังคม ได้มีช่องทางมาจับมือกัน ได้รับการตอบรับจากบริษัทจดทะเบียนและธุรกิจกิจการเพื่อสังคม ซึ่งทางตลาดหลักทรัพย์จะได้เดินหน้า ทำเรื่องการสร้างพันธมิตร ซึ่งเป็นเป้าหมายข้อที่ 17 ของ SDG ต่อไป และเชื่อเลยค่ะว่าเรื่องดีเหล่านี้เป็นเรื่องที่จะสามารถเติบโตต่อไปได้ในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง ผู้สนใจเข้าไปเรียนรู้เกี่ยวกับโครงการ SET Social Impact สามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ผ่าน เว็บไซต์ www. SETsocialimpact.com