วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

21 นักศึกษาไทย ร่วม "ค่ายอาสาพัฒนาฯ" ที่เวียดนาม

ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา สหพันธ์นักศึกษาแห่งชาติเวียดนามนครโฮจิมินห์ (Vietnam National Union of Students of Ho Chi Minh City) ได้เปิดค่ายอาสาพัฒนาภาคฤดูร้อน ประจำปี 2560 (Green Summer Volunteer Campaign 2017) โดยมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อเช้าวันที่ 16 ก.ค.2560 ที่ ต.หีบ–เฟือก อ.หญ่า–แบ่ นครโฮจิมินห์

ปีนี้พิเศษกว่าทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการเชิญนักศึกษาในประเทศอาเซียนเข้าร่วมด้วยเป็นครั้งแรก จาก 2 ประเทศ ได้แก่ ไทย และมาเลเซีย รวมนักศึกษาเวียดนามด้วย มีนักศึกษาเข้าร่วมค่ายอาสาฯ ปีนี้กว่า 5,000 คน

ส่วนนักศึกษาจากประเทศไทยเข้าร่วมจำนวน 21 คน จาก 7 สถาบัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชสีมา

นางอุรีรัชต์ รัตนพฤกษ์ กงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ และ นายบัณฑิต ทิพากร รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาแห่งชาติ นำนักศึกษาไทยทั้ง 21 คน เข้าร่วมพิธีเปิดด้วยตนเอง เปิดโอกาสให้นักศึกษาไทยพบปะสังสรรค์กับนักศึกษาเวียดนามและมาเลเซีย พร้อมเผยแพร่วัฒนธรรมการไหว้สวัสดีตามประเพณีไทย เป็นที่ประทับใจของทุกคน
สำหรับ โครงการค่ายอาสาพัฒนาภาคฤดูร้อนประจำปี 2560 เป็นกิจกรรมค่ายอาสาสมัครด้านสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ชุมชนยากไร้ ครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัดในภาคกลางและภาคใต้ของเวียดนาม จัดโดย สหพันธ์นักศึกษาแห่งชาติเวียดนาม นครโฮจิมินห์ ซึ่งเป็นกลไกภายใต้ สหพันธ์เยาวชน นครโฮจิมินห์

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเป็นประจำติดต่อกันมา 23 ปี ครั้งนี้จัดเป็นปีที่ 24 และประเทศไทยส่งนักศึกษามาร่วมเป็นอาสาสมัครเป็นครั้งแรก ในแต่ละปี มีอาสาสมัครเยาวชนชาวเวียดนามเข้าร่วมมากกว่า 50,000-60,000 คน

วัตถุประสงค์หลักของโครงการฯ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกในการช่วยเหลือสังคมของเยาวชนผ่านกิจกรรมการพัฒนาชนบทต่างๆ และการทำงานเป็นหมู่คณะ เช่น การปรับปรุง-พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน การสอนภาษาอังกฤษให้นักเรียนท้องถิ่น การซ่อมแซมบ้านพัก ปรับปรุงโรงเรียน และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับคนท้องถิ่น เป็นต้น

การจัดให้นักศึกษาไทยเข้าร่วมโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมภายใต้บันทึกการส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ และ สหพันธ์นักศึกษาแห่งชาติเวียดนามนครโฮจิมินห์ ซึ่งลงนามกันเมื่อปี 2559 ทั้งนี้ สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้รับความร่วมมือและสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาไทยในการคัดเลือกนักศึกษาเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 21 ราย จาก 7 มหาวิทยาลัย

นักศึกษาไทยเหล่านี้เป็นเสมือนยุวทูตในการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของไทย และเป็นการเตรียมความพร้อมให้เยาวชนไทยมีความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมและประเพณีของประเทศเพื่อนบ้าน ตลอดจนส่งเสริมทักษะในด้านต่างๆของเยาวชนอย่างรอบด้าน

นายบัณฑิต ทิพากร รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาแห่งชาติ กล่าวว่า การเข้าร่วมโครงการควรดำเนินการเป็นขั้นตอน เริ่มจากการส่งนักศึกษาไปเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมในประเทศเพื่อนบ้าน เข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนาและการบริการทางสังคม และส่งนักศึกษามาฝึกงานในลักษณะสหกิจศึกษาต่อไป เพื่อพัฒนาให้เยาวชนไทยสามารถใช้ประโยชน์จากความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับ และมีความพร้อมสำหรับการเคลื่อนย้ายถิ่นในการทำงานทั้งในประเทศไทยและประเทศสมาชิกอาเซียนในอนาคต ซึ่งปัจจุบันได้รวมตัวเป็นประชาคมแล้ว

ขณะที่ นางอุรีรัชต์ รัตนพฤกษ์ กงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ กล่าวว่า โครงการค่ายอาสาฯครั้งนี้เป็นประโยชน์กับเยาวชนไทย เพราะเป็นโอกาสได้สร้างเสริมประสบการณ์ในต่างประเทศ เรียนรู้วัฒนธรรม สังคม และการทำงานร่วมกับเยาวชนประเทศอื่น

“โครงการนี้เป็นการสร้างเครือข่ายระหว่างกันของเยาวชนทั้ง 3 ประเทศ ในบริบทของการเป็นประชาคมอาเซียน เพราะความสัมพันธ์และมิตรภาพในระดับเยาวชนและประชาชนถือเป็นรากฐานสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือในระดับประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น สำหรับตัวนักศึกษาเองทุกคนต่างดีใจที่ได้รับคัดเลือกมาเข้าร่วมโครงการ แต่ละคนต่างตั้งใจทำกิจกรรมและภารกิจที่ได้รับออกมาให้ดีที่สุด ให้สมกับที่ได้เป็นตัวแทนของประเทศไทย” นางอุรีรัชต์ กล่าว
ด้าน นายจิรัฏฐ์ เหลียวรักธรรม นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ชั้นปีที่ 4 เปิดเผยความรู้สึกว่า ได้มีโอกาสมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ทำให้ได้ประสบการณ์การอยู่ร่วมกับชาวต่างชาติ ได้เรียนรู้การสื่อสารพื้นฐานกับเพื่อนชาวเวียดนามในทุกๆกิจกรรม รวมทั้งการได้ทำกิจกรรมปรับปรุงแปลงผัก สำหรับใช้ปลูกผักและสมุนไพรให้เด็กๆในโรงเรียน นอกจากนี้ยังได้ทำกิจกรรมบำรุงพื้นถนนภายในเขตหญ่า-แบ่ เรียนรู้การใช้เทคนิคที่ได้จากการเรียนมาใช้ในชีวิตจริง

“การใช้ชีวิตอยู่ที่เวียดนามเป็นระยะเวลาถึง 15 วัน พวกเรานักศึกษาไทยในกลุ่มเขตหญ่า-แบ่ ได้อยู่ร่วมกับชาวเวียดนามรวม 20 คน ภายในบ้านของชาวบ้านท้องถิ่น ต้องทำอาหารทานเองในทุกมื้อ และต้องมีการจัดการ การใช้ชีวิตในแต่ละวันกันเอง เช่น การอาบน้ำที่มีคนถึง 20 คน แต่ที่พักมีห้องอาบน้ำเพียง 1 ห้อง หรือการจัดตารางการทำอาหารในแต่ละมื้อที่ต้องรับผิดชอบ” นายจิรัฏฐ์กล่าว

การที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่นักศึกษาไทยจะได้สร้างคุณประโยชน์ต่อตนเอง ต่อประเทศชาติและประเทศเพื่อนบ้านไปพร้อมๆกัน นับว่าได้ใช้ชีวิตในช่วงเรียนมหาวิทยาลัยอย่างคุ้มค่าที่สุดอีกด้วย.

ดุสิต บุญช่วยเหลือ รายงาน