บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กป้อม' มั่นใจ ปชช.รับร่างสัญญาประชาคม ปูทางสร้างปรองดอง

"บิ๊กป้อม" นั่งหัวโต๊ะถกปรองดอง พอใจเวทีสาธารณะฟังความเห็น เชื่อ ปชช.รับร่างสัญญาประชาคม เตรียมมอบ มท.-กอ.รมน.จังหวัดเผยแพร่ร่างฯ แจกจ่ายประชาชน

เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 60 ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองครั้งสุดท้าย เพื่อสรุปความคิดเห็นร่างสัญญาประชาคม ภายหลังจากที่มีการจัดเวทีสาธารณะในพื้นที่ 4 กองทัพภาค เมื่อวันที่ 17-20 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยมีคณะกรรมการฯ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

โดย พล.อ.ประวิตร กล่าวภายหลังการประชุมว่า จากการรับฟังข้อคิดเห็นภายหลังจากเปิดเวทีสาธารณะ รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมจากคณะกรรมการฯ และทุกภาคส่วนว่าจะดำเนินการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ เพื่อให้เกิดความชัดเจน ก่อนที่จะนำข้อคิดเห็นทั้งหมดมาสรุป ทั้งนี้ จากการเปิดเวทีสาธารณะที่ผ่านมา มีความพึงพอใจในระดับหนึ่งโดยจะสรุปแล้วเสร็จภายใน 1-2 วัน เพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความปรองดอง (ป.ย.ป.) อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าร่างสัญญาประชาคมฉบับนี้จะเป็นที่ยอมรับของทุกคน

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทย ปฏิเสธไม่ยอมรับร่างสัญญาประชาคม จะส่งผลอะไรหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ส่งผลอะไร เพราะเรารับฟังและชี้แจงทุกรายละเอียดให้ประชาชนทั้ง 4 กองทัพภาคแล้ว เมื่อผ่านที่ประชุม ป.ย.ป.ก็จะไปแถลงรายละเอียดทั้งหมดผ่านโทรทัศน์ จากนั้นจะนำสัญญาประชาคมลงไปให้ประชาชนทุกหมู่บ้านรับทราบ โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด (กอ.รมน.จังหวัด) ดำเนินการ ในเมื่อพรรคเพื่อไทยไม่เปลี่ยนท่าที และยังพูดแบบเก่าๆ ฉะนั้นเราต้องฟังความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่

เมื่อถามถึงกรณีการตัดสินคดีรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคดีของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.จะส่งผลกระทบการสร้างความปรองดองหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า คดีเป็นเรื่องของศาลและกระบวนการยุติธรรม ซึ่งฝ่ายบริหารไม่ได้เกี่ยวข้อง เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อกระบวนการสร้างความปรองดอง

ขณะที่ พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง กล่าวว่า จากการรับฟังแนวทางปรองดองของประชาชนทุกฝ่าย ได้สะท้อนมาในรูปแบบของร่างสัญญาประชาคม โดยคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง จะนำร่างสัญญาประชาคมฉบับสมบูรณ์เสนอให้กับ ป.ย.ป. ในวันที่ 24 ก.ค.นี้ เพื่อให้คณะกรรมการชุดใหญ่ได้พิจารณาร่วมกัน

"10 ข้อ เป็นข้อคิดเห็นของประชาชนทั้งประเทศที่มีร่วมกัน ส่วน 15 ข้อนั้น คือ กรอบแนวทางที่จะนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ขณะนี้ร่างสัญญาประชาคมดำเนินการไปแล้ว 98 เปอร์เซ็นต์ เพราะได้รับการตอบรับจากประชาชนทั้ง 4 ภาคเป็นอย่างดี และมองตรงกันว่าถ้าเราร่วมกันทำให้เกิดเป็นรูปธรรมก็จะไม่มีการสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งขึ้นอีกในอนาคต" พล.ต.คงชีพ กล่าว

ด้าน พ.อ.พีรวัชฌ์ แสงทอง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวถึงผลการจัดเวทีสาธารณะเพื่อชี้แจงร่างสัญญาประชาคมที่ได้จัดขึ้นในภูมิภาคต่างๆ ระหว่างวันที่ 17-20 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า มีประชาชนเข้าร่วมรับฟังการชี้แจงร่างสัญญาประชาคม จำนวน 1,658 คน แยกเป็น ภาคกลาง จำนวน 431 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 476 คน ภาคเหนือ จำนวน 391 คน และภาคใต้ จำนวน 360 คน เมื่อแยกเป็นกลุ่มต่างๆ สามารถจำแนกได้แก่ กลุ่มที่ 1 กลุ่มทางการเมือง กลุ่มที่มีอุดมการณ์ทางการเมือง จำนวน 377 คน กลุ่มที่ 2 กลุ่มนักวิชาการ กลุ่มนักศึกษา กลุ่มสื่อมวลชน กลุ่มองค์กรภาคประชาสังคม กลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชน กลุ่มองค์กรวิชาชีพในพื้นที่ จำนวน 363 คน กลุ่มที่ 3 กลุ่มข้าราชการ กลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มพนักงานรัฐวิสาหกิจ หอการค้าจังหวัด กลุ่มองค์กรที่ทำงานร่วมกับส่วนราชการ จำนวน 485 คน กลุ่มที่ 4 กลุ่มผู้นำชุมชน กลุ่มผู้นำจิตวิญญาณในพื้นที่ กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง กลุ่มคนในท้องถิ่นที่ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการของรัฐ จำนวน 433 คน อย่างไรก็ตาม การจัดการชี้แจงร่างสัญญาประชาคมในภาพรวมได้รับการตอบรับจากทุกกลุ่มเป็นอย่างดี และมีข้อคิดเห็นอยากให้สังคมไทยได้ขับเคลื่อนไปสู่การปรองดองสมานฉันท์อย่างแท้จริง นอกจากนี้ ได้มีข้อเสนอให้ทุกส่วนได้ช่วยกันแก้ไขปัญหาต่างๆ ในพื้นที่ เช่น การจัดสรรทรัพยากรน้ำ ที่ดินทำกิน เป็นต้น