วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตีตั๋วชนโรง: Dunkirk หนังสงครามโคตรลุ้น บีบหัวใจคนดูตั้งแต่ต้นจนจบ!


ถึงแม้ Dunkirk ผลงานการกำกับเรื่องล่าสุดของ คริสโตเฟอร์ โนแลน จะมีฉากหน้าเป็น “หนังสงคราม” ที่สร้างจากเรื่องจริงในประวัติศาสตร์ แต่ตัวหนังกลับนำเสนอในแบบหนัง “เอาตัวรอด” ที่เล่าออกมาได้บีบหัวใจตั้งแต่ต้นจนจบ โดดเด่นด้วยการถ่ายภาพและดนตรีประกอบที่เร้าอารมณ์ความรู้สึกตลอดเรื่อง คงไม่เกินเลย หากจะบอกว่า นี่คือหนังที่ต้องดูบนจอภาพยนตร์เท่านั้น จึงจะได้รับอรรถรสจากหนังอย่างครบถ้วน

Dunkirk เล่าเรื่องราวยุทธการดันเคิร์ก เหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อกองทหารขนาดใหญ่ของสหราชอาณาจักรและพันธมิตรถูกล้อมไว้โดยกองทัพนาซีเยอรมัน ร่วม 400,000 นาย ที่ฝ่ายอังกฤษพยายามหาทางช่วยเหลือทหารเหล่านี้ แต่ก็ถูกขัดขวางตลอด ทางรัฐบาลจึงระดมกองเรือของพลเรือนร่วมกับราชนาวีจนกลายเป็นเหตุการณ์ปาฏิหาริย์ในท้ายที่สุด


เล่าเรื่อง 3 ทาง 3 เวลา ในเหตุการณ์เดียว


หนังความยาว 1 ชั่วโมง 46 นาที นับว่าสั้นมากๆ สำหรับหนังแนวสงคราม แต่ผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน ก็ใช้เวลาทั้งหมดได้อย่างคุ้มค่า ด้วยการพาเรื่องไปสู่สถานการณ์ขั้นวิกฤติของเหตุการณ์ ถ้าเป็นหนังซุปเปอร์ฮีโร่ก็คงเป็นช่วงไคลแมกซ์ที่เน้นฉากแอ็กชั่นปล่อยพลังพิเศษกันเต็มที่ หนังเรื่องนี้จึงเป็นหนังประหยัดถ้อยคำ ที่เล่าเรื่องด้วยภาพจากสถานการณ์ตึงเครียดที่มีอะไรให้ได้ตื่นเต้นตลอดทั้งเรื่อง

แม้ Dunkirk จะนำเสนอเหตุการณ์ช่วงไคลแมกซ์ ที่เรื่องควรจะเดินทางเป็นเส้นตรง (แบบหนังสารคดี) แต่หากทำแบบนั้นก็คงไม่ใช่หนังของโนแลน เขาจึงเล่นท่ายาก ด้วยการแบ่งการเล่าเรื่องเป็น 3 เหตุการณ์ย่อย คือ กลุ่มทหารที่เอาตัวรอดบนชายหาด เรือเล็กของพลเรือนที่ถูกเกณฑ์ให้เข้าช่วยเหลือ เครื่องบินรบที่ช่วยซัพพอร์ตให้การช่วยเหลือไปถึงให้ได้ ทั้งหมดเล่าจุดเริ่มต้นจากวันเวลาที่แตกต่างกัน ก่อนจะมาบรรจบกันในภายหลัง ใครที่ไม่ตามเรื่องดีๆ ตั้งแต่ตอนต้น อาจมีหลุดและงงได้ไม่ยาก

แต่หากพิจารณากับงานที่ผ่านมาของผู้กำกับ กลับรู้สึกว่า Dunkirk คือการปล่อยฝีมือเพียงครึ่งกับสิ่งที่เขาเคยทำใน Memento, Inception และ Interstellar แต่ก็นับว่าเขาทำออกมาได้ดี มีมาตรฐานสูงเช่นเดิม และน่าพอใจกับการยกระดับและเพิ่มมิติใหม่ๆ ให้กับการเล่าเรื่องในหนังสงคราม ที่ชอบเป็นพิเศษตรงไม่พยายามน้ำเน่าใส่ซีนเชิดชูวีรกรรมดราม่าน้ำตาไหลแบบหนังแนวๆ นี้ชอบทำกัน (จริงๆ แอบมีบทพูดแดกดันเสียด้วยซ้ำ)


ดนตรีประกอบโดดเด่นหรือล้น?


เชื่อว่านี่คือสิ่งที่หลายคนที่ดู Dunkirk จะรู้สึกกับมันไม่ทางดีก็ร้าย ผู้รับผิดชอบด้านดนตรีประกอบระดับตำนานอย่าง ฮานส์ ซิมเมอร์ ได้เติมดนตรีประกอบที่มีท่วงทำนองดิบๆ ในจังหวะหนักหน่วง ดุดัน โหมใส่คนดูตลอดเรื่อง ไม่มีผ่อนให้คนดูได้พัก ราวกับกำลังสั่งคนดูว่า “ต้องลุ้นน่ะ ต้องตื่นเต้นน่ะ” เอาง่ายๆ แค่ฉากเดินกันริมหาดธรรมดาๆ ยังต้องรู้สึกโหมดนตรีประกอบลุ้นระทึกเลย?

ทั้งหมดส่งผลให้หลายๆ ซีน ดนตรีประกอบโดดเด้งเกินเรื่องไปไกล หลายครั้งรู้สึกถึงความชิงดีชิงเด่นของดนตรีประกอบที่พยายามจะอยู่เหนือการเล่าเรื่อง และนั่นไม่ใช่สิ่งที่ดีสักเท่าไรกับหนังโดยรวม

อย่างไรก็ตาม ดนตรีประกอบไม่ใช่ไม่ดี มันดีมาก แต่การนำมาใช้แบบนี้เลยบอกไม่ถูกว่าโดดเด่นหรือล้นกันแน่ แต่ส่วนตัวแล้วมันล้นจนแอบรำคาญ!


ภาพสวยเว่อร์วัง ยอมใจจอ IMAX

หลายคนคงได้เห็นการโหมโปรโมตถึงงานภาพของ Dunkirk ว่าใช้กล้อง IMAX ถ่ายทำ และการชมในระบบ IMAX 70 MM จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดตรงตามวิสัยทัศน์ของ คริสโตเฟอร์ โนแลน

ซึ่งว่ากันตรงๆ จุดนี้ก็ขอ “ยอมใจ” สมแล้วที่เขาโหมโปรโมตกันจริงๆ หนังมีการถ่ายภาพที่ยอดเยี่ยมมาก และการดูบนภาพใหญ่ในสเกล IMAX คือเลิศ ฉากเรือรบจมน้ำ ฉากเครื่องบินขับไล่ยิงต่อสู้กันบนฟ้า ให้ความรู้สึกสมจริงเหมือนประสบด้วยตัวเอง ใครพอมีทุน ก็ตีตั๋วไปดู IMAX เถอะ รับรองคุ้มค่า


ทีมนักแสดงยอดเยี่ยม


หนังเรื่องนี้มีบทพูดไม่มาก เน้นเล่าเรื่องด้วยภาพมากกว่า แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธว่า ทีมนักแสดงในเรื่องต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี ไม่ว่าจะมีบทบาทเยอะหรือน้อย หน้าใหม่อย่าง เฟียน ไวท์เฮด และ แฮร์รี่ สไตลส์ นับว่าโดดเด่นทีเดียว ในส่วนนักแสดงสมทบรุ่นใหญ่อย่าง แอนนูริน บาร์นาร์ด, เจมส์ ดาร์ซี, ทอม ฮาร์ดี้, เคนเนธ บรานาห์, มาร์ค ไรแลนซ์, คิลเลียน เมอร์ฟี่ย์ ต่างก็ทำให้หนังในภาพรวมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

คริสโตเฟอร์ โนแลน ทำให้ Dunkirk เป็นหนังสงครามที่แม้กระทั่งคนที่ยี้หนังแนวนี้ ก็ยังดูได้ไม่ติดขัด งานโปรดักชั่น ถ่ายภาพ ดนตรีประกอบ ก็ช่วยยกระดับให้หนังเรื่องนี้ เป็นหนังที่คู่ควรกับการดูบนจอภาพยนตร์อย่างแท้จริง จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ตีตั๋วไปดูกัน ส่วนจะยอดเยี่ยมหรือแค่พอใช้ได้ เป็นหน้าที่คุณที่ต้องตัดสินด้วยตัวเอง..


อ่านบทความ ตีตั๋วชนโรง เรื่องอื่นๆ

--- ชาแมน ---

Facebook.com/cmzmovie
Twitter.com/Chamanz13