วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พล่ากุ้ง โดนถล่มหนัก ไม่เข้าใจโรคซึมเศร้า หลังโพสต์เชสเตอร์ไม่น่าฆ่าตัวตาย!

กลายเป็นเรื่องดราม่า เมื่อ ดีเจ พิธีกรอารมณ์ดี "พล่ากุ้ง วรชาติ" โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวกรณีที่ เชสเตอร์​ นักร้องนำ วงลินคิน พาร์ค ฆ่าตัวตาย โดยมีความเห็นในเชิงตำหนิการกระทำของเชสเตอร์ ในขณะเดียวกันสังคมออนไลน์ได้พูดถึงข้อความที่พล่ากุ้งโพสต์ว่าเป็นความไม่เข้าใจคนเป็นโรคซึมเศร้า

โดยข้อความที่พล่ากุ้งโพสต์คือ

"ความเห็นส่วนตัวผมครับ
ตรงๆ นะ พี่แกไม่น่าทำแบบนี้ด้วยประการทั้งปวง
บอกเลยว่า ผมไม่เคารพการตัดสินใจของคุณ
เลยแม้แต่นิดเดียว
เพลงก็เพิ่งจะออกมา !!!! แล้วใครเดือดร้อน !!!!
คนที่อยู่เบื้องหลังไง คุณไม่ได้รับรู้อะไรเลย
มันเป็นเรื่องส่วนรวมเห้ยยยย ทำแบบนี้โคตรไม่แฟร์
ใครทำงานกลุ่มจะรู้ดี ถ้ามีคนนึงเบี้ยวงาน
งานแม่งไม่เดิน มีความขัดแย้ง ความสนุกหายไป เพื่อนๆ ลำบาก นี่ไง ผลพลอยได้ ไม่สนุกเลย .......
ผมขอ ฝากบอกเพื่อนๆ ทุกคนเลยนะ
ทั้งในวงการและนอกวงการว่า .... การฆ่าตัวตาย
**มันไม่มีผลดีกับตัวเองและผู้อื่นเลย แม้แต่นิดเดียว
เข้าใจว่าเป็นโรคซึมเศร้า ผมไม่เคยเป็น เลยไม่รู้ว่ามันดำดิ่งไปขนาดไหน แต่กูก็เคยเครียดสุดๆ ในชีวิต เครียดจนหาทางออกไม่ได้
แต่กูก็ไม่เลือกการฆ่าตัวตาย !!!
จำไว้ อย่าคิดจะทำ ดูไว้เป็นตัวอย่าง
#บาปสุดๆ #RIP #เชสเตอร์ ชาลส์ เบน
Chester Charles Bennington #กูเคยฟังเพลงมึง #กูเคยร้องเพลงมึง #กูเคยแกะเพลงมึง #กูรักเพลงมึง"

ทั้งนี้ ผศ.พญ.ดาวชมพู นาคะวิโร ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เคยเขียนถึงโรคซึมเศร้าในไทยรัฐว่า ภาวะซึมเศร้าถือว่าเป็นอารมณ์หนึ่งที่เกิดได้ในคนปกติทั่วไป เช่น ในช่วงที่มีการสูญเสียบุคคลที่รัก รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสถานภาพต่างๆ เช่น ออกจากงาน แต่ถ้าเป็นต่อเนื่อง มีหลายอาการ และมีผลทำให้ไม่สามารถทำงานหรือเข้าสังคมได้ตามปกติ ภาวะซึมเศร้านี้อาจจะเกิดจากสารสื่อประสาทในสมองที่ทำงานผิดปกติด้วย กลายเป็นโรคซึมเศร้า

การจะแยกว่าคนคนหนึ่งที่มีภาวะซึมเศร้าเป็นโรคหรือไม่ มีหลักการที่พอจะสังเกตตนเองหรือบุคคลรอบข้างได้ ดังนี้

1. อารมณ์เศร้านั้นมีความต่อเนื่องยาวนานกว่าปกติ ซึ่งในเกณฑ์การวินิจฉัยโรค คือ มีภาวะซึมเศร้าเป็นระยะเวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันมากกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไป ทั้งนี้ บางท่านอาจจะมีอาการเบื่อ ทำอะไรไม่เพลิดเพลิน แทนที่จะแสดงอารมณ์เศร้าหรือเป็นอีกอาการร่วมกับอารมณ์เศร้าก็ได้ ดังตัวอย่างคำถามที่ใช้เป็นการคัดกรองโรคซึมเศร้าของกรมสุขภาพจิต ซึ่งท่านสามารถลองถามตนเองหรือคนรอบข้างได้ คือ ใน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา รวมวันนี้ ท่านรู้สึกหดหู่ เศร้า หรือท้อแท้สิ้นหวังหรือไม่ ใน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา รวมวันนี้ ท่านรู้สึกเบื่อ ทำอะไรก็ไม่เพลิดเพลินหรือไม่ถ้าไม่มีทั้ง 2 คำถาม น่าจะไม่เป็นโรคซึมเศร้า แต่ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง หมายถึง เป็นผู้มีความเสี่ยง หรือมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคซึมเศร้า และให้ดูอาการร่วมอื่นๆ ในข้อต่อไป

2. มีอาการอื่นๆ ที่เกิดร่วมกับอารมณ์เศร้า เช่น ปัญหาการนอนหลับ การรับประทานอาหารเปลี่ยนแปลงไป สมาธิไม่ดี ทำอะไรช้าลง อ่อนเพลีย คิดว่าตัวเองไม่ดีหรือคิดทำร้ายตัวเอง โดยอาการเหล่านี้ทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่การงานหรือเข้าสังคมได้ตามปกติ

ถ้ามีอาการทั้ง 2 ข้อดังกล่าวมา ถือว่ามีโอกาสที่จะเป็นโรคซึมเศร้า จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อดูแลรักษาต่อไป ทั้งนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องโรคซึมเศร้าหรือแบบประเมินต่างๆ สามารถค้นคว้าเพิ่มเติมในเว็บไซต์ของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข คือ http://www.dmh.go.th

นอกจากอาการที่กล่าวมาแล้ว โรคซึมเศร้าที่เกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงผู้สูงอายุจะมีอาการที่เฉพาะต่างออกไปคือ มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับสุขภาพทางกาย และมีอาการเบื่อหน่าย ขาดแรงจูงใจมากกว่าอารมณ์ซึมเศร้า ทำให้สังเกตอาการซึมเศร้าได้ยากกว่าคนหนุ่มสาว และถ้าไม่ได้รักษาจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการทางจิตแทรกซ้อน เช่น ความคิดหลงผิดถึงร้อยละ 25 ทั้งนี้ โรคซึมเศร้าในผู้สูงอายุมักจะสัมพันธ์กับสารสื่อประสาทที่ผิดปกติ เนื่องจากปัญหาเส้นเลือดหรือพยาธิสภาพในสมอง หรือโรคที่มีผลต่อร่างกายโดยรวม เช่น ระดับไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ ภาวะโลหิตจาง เป็นต้น ผู้สูงอายุที่มีอาการซึมเศร้าจึงควรได้รับการตรวจสุขภาพร่างกายด้านอื่นๆ ด้วย

หลักการสำคัญในการดูแลรักษาโรคซึมเศร้า มีประเด็นที่สำคัญ ดังนี้คือ

1. การปรึกษาแพทย์และรับประทานยา เนื่องจากโรคซึมเศร้ามีความสัมพันธ์กับสารสื่อประสาทที่ทำงานผิดปกติ การรับประทานยาสม่ำเสมอ และต่อเนื่องอย่างน้อย 6-9 เดือน ในความดูแลของแพทย์เพื่อป้องกันการกลับซ้ำของโรคด้วย

2. การดูแลทางด้านจิตใจ รู้เท่าทันความคิดในแง่ลบ ที่มักเกิดขึ้นเวลามีอารมณ์เศร้า ว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากตัวโรค ไม่จำเป็นต้องเชื่อความคิดนั้น เพียงแต่รับรู้ว่าความคิดเกิดขึ้นแล้วหายไปได้ รวมถึงอารมณ์เศร้า ทุกข์ใจ เมื่อรับรู้แบบเป็นผู้สังเกตการณ์ได้ จะรู้ว่าอารมณ์ไม่ได้อยู่นาน เปลี่ยนแปลงไปตามเหตุที่มากระทบ เช่น ถ้ากำลังซึมเศร้าอยู่ แต่พยายามไปออกกำลังกาย สนใจอยู่กับร่างกายที่กำลังเคลื่อนไหว ใจก็จะรู้สึกสบายมากขึ้นกว่าคิดวนเวียนเรื่องที่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำๆ หรือต่อว่าตัวเองที่ซึมเศร้าเพราะเป็นการทำเหตุให้อารมณ์เศร้ามากขึ้น เมื่อปรับเปลี่ยนที่เหตุโดยเฉพาะการดูแลจิตใจ ให้กำลังใจตัวเอง และดูแลสุขภาพร่างกายโดยรวม เช่น การออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนอย่างเพียงพอ ก็จะช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้นได้

นอกจากนี้ ควรมีการป้องกันไม่ให้เกิดโรคซึมเศร้า ตั้งแต่พื้นฐานของครอบครัว มีบุตรเมื่อพร้อม และให้การดูแลเอาใจใส่เด็กให้เติบโตด้วยการเห็นคุณค่าในชีวิตของตนเองและผู้อื่น มีพื้นฐานของคุณธรรม ความดี และมีความมั่นคงในจิตใจ ส่งผลให้สังคมสงบสุข

โดยสรุปโรคซึมเศร้าเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย และส่งผลเสียต่อการดำเนินชีวิต ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติ การดูแลรักษาทั้งด้านยาและจิตใจมีส่วนสำคัญที่ทำให้โรคหายเป็นปกติได้ รวมถึงการป้องกันตั้งแต่พื้นฐานของครอบครัว เป็นสิ่งจำเป็นที่ทำให้เกิดความปกติสุขของใจต่อไป