บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แมตช์ผีบอก "เสริมทัพอย่างบ้าคลั่ง"

โดย ป๋อง กพล

ก่อนอื่นเลยนะครับ ขอแสดงความยินดีกับทีมชาติไทยของเรากันก่อนเลยนะครับ หลังจากที่เพิ่งคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยพระราชทาน King's Cup 2017 สดๆ ร้อนๆ แถมเป็นการคว้าแชมป์แบบไม่เสียประตูอีกต่างหาก ก็ต้องถือว่าเป็นอะไรที่สุดยอดเลยนะครับ ซึ่งมันทำให้เราได้เห็นว่า การคว้าแชมป์ในครั้งนี้ เราได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างจากโค้ชคนใหม่ ค่อนข้างเยอะ ทั้งเรื่องราวของรูปแบบการเล่นที่ดูแล้วชัดเจนขึ้น ตรงไหนเป็นจุดอ่อน ก็หาทางแก้ไข และอุดช่องโหว่ในตรงนั้น หรือเรียกภาษาชาวบ้านว่า เกาได้ถูกที่คัน ถึงแม้ว่า เกมรุกอาจจะดูไม่ดุดัน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีให้เห็น จังหวะการทำเกมสวยๆ การพาบอลขึ้นไปทำประตู ก็มีให้เห็นแบบหลากหลายมากขึ้น ผมถือว่า ภาพโดยรวม ทุกคนสอบผ่านหมดเลยนะครับ และได้แต่หวังว่า อนาคตข้างหน้า เราน่าจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ กับทีมชาติไทยชุดนี้มากขึ้น สู้ต่อไปนะครับ

มาว่าเรื่องของเรากันดีกว่า เรื่องของตลาดการซื้อขายนักเตะ ยิ่งบอลใกล้เปิดฤดูกาล ข่าวคราวก็ยิ่งมีมาให้เห็นกันแทบจะทุกวัน ทีมนั้นเสริมคนนู้น ทีมนี้เสริมคนนั้น ทีมนั้นปาดหน้า ทีมนั้นอกหัก เพียบไปกันหมดเลยทีเดียว ก็ถือว่า เป็นช่วงแห่งสีสัน ก่อนฤดูกาลจะเริ่ม ที่เหล่าบรรดาแฟนบอลต่างใจจดใจจ่อว่า ทีมรักของเค้านั้น จะได้ใครมาเสริมทีมบ้างหรือไม่ ซึ่งบางทีม ข่าวก็เงียบสงัด บางทีมก็ครึกโครม แบบจัดใหญ่จัดเต็ม โดยเฉพาะทีมเงินถุงเงินถัง ต่างทุบคลังของตัวเอง เดินสู่ตลาด เพื่อล่าลายเซ็นนักเตะเป้าหมายของตัวเอง เข้าสู่ทีมให้จงได้

ถ้าใครติดตามข่าวการซื้อขายอยู่ตลอดเวลา จะรู้สึกได้เลยว่า ทำไม เดี๋ยวนี้ นักฟุตบอลถึงได้มีค่าตัวที่แพงมหาศาลเสียเหลือเกิน จากที่เมื่อก่อน นักเตะค่าตัว 1 ล้านปอนด์เมื่อสมัยผมเด็กๆ อย่าง เทรเวอร์ ฟรานซิส ที่ย้ายทีมไปอยู่ ฟอเรสต์ ก็ถือว่าแพงมากแล้ว หลังจากนั้นมา ก็มาที่ แอนดี้ โคล ที่ย้ายมาอยู่ ปิศาจแดง ด้วยค่าตัวระดับ เกือบสิบล้านปอนด์ ในสมัยนั้น ก็ถือว่าแพงมากๆ แต่ไม่น่าเชื่อนะครับ จากวันนั้น จนถึงวันนี้ ค่าตัวนักฟุตบอลคนหนึ่ง เวลาย้ายทีมกัน ทำไมมันถึงแพงกันได้ขนาดนี้ มันเกิดอะไรขึ้น แถมขนาดที่ว่า ค่าตัวแรงขนาดนี้ แต่เหล่าบรรดา สโมสรต่างๆ ก็พร้อมที่จะทุ่ม พร้อมที่จะจ่าย และไม่ได้จ่ายกันแบบคนเดียวจบ แต่จ่ายอย่างบ้าคลั่ง ทีละหลายๆ คนด้วย เอาซิ

ไล่เรียงมาแบบง่ายๆ ทีมจากเกาะอังกฤษ ซึ่งถือว่าเป็นลีกที่ผู้คนติดตามมากที่สุดในโลกใบนี้ เอาแค่ปีนี้ ตลาดนักเตะยังไม่ปิด นับแค่สองทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ ก็ใช้เงินไปร่วมๆ สองร้อยกว่าล้านปอนด์ไปแล้วนะครับ เอาแค่ ซิตี้ ทีมเดียว คว้านักเตะมา 4 คน จ่ายไป 120 ล้านปอนด์ โดยประมาณนะครับ แต่ฝั่งทีมเพื่อนบ้าน อย่างปิศาจแดง คว้ามาสองคน จ่ายไป เบาะๆ 100 ล้านปอนด์ พระเจ้า บ้าไปแล้ว แถมนักเตะคนเดียว อย่าง ลูกากู ควักเงินจ่ายไปทั้งสิ้น 75 ล้านปอนด์ ซี้ดปากกันเลยทีเดียว และทั้งสองทีม ยังไม่มีท่าทีที่จะหยุดซื้ออีกด้วย นี่แค่สองทีมเท่านั้นนะครับ

มาทางฝั่ง แชมป์เก่า หลังจากที่โดน ปิศาจแดง ปาดหน้า คว้าหัวหอกเบอร์หนึ่งในลิสต์รายชื่อไป พวกเค้าก็ไม่น้อยหน้า เมื่อพวกเค้าเกิดหน้ามืด ทุบคลัง ควักเงินประมาณ 70 ล้านปอนด์ ไปสอย โมราตา มาจาก เรอัล มาดริด แถมก่อนหน้านี้ ก็ไปได้ บากาโยโก้ มาจาก โมนาโก และรูดิเกอร์ มาจากโรม่า ซึ่งสามคนนี้ ค่าตัวรวมกัน ก็ราวๆ 140 ล้านปอนด์ มันจะบ้าคลั่งกันไปถึงไหนครับพี่น้อง แถมข่าวจากฝั่งเชลซี ยังไม่หมด ยังมีผู้เล่นที่อยากจะได้มาเสริมอีกหลายตัวอยู่เหมือนกัน

นี่ถ้าไปที่เมืองลิเวอร์พูล การเสริมของสองทีมดัง ทั้งหงส์แดง และทอฟฟี่ ก็ไม่น้อยหน้า ทีมดังทีมไหนเหมือนกันครับ เศรษฐีใหม่อย่างเอฟเวอร์ตัน ก็บ้าคลั่งเสริมนักเตะมาเพียบ เรียกได้ว่ายิ่งกว่าสามล้อถูกหวย ซื้อแล้วซื้ออีก ซื้อเหมือนไม่เคยซื้อ เล่นเอาทีมข้างบ้านอย่างหงส์แดง ได้แต่มองตาขวางใส่ เพราะหงส์แดงเอง หลังจากได้ซาร่า มา ก็ยังนิ่งๆ ไม่ได้ใครมาเพิ่มอีกเลย เพราะไอ้ตัวที่อยากได้ ก็โดนโก่งราคาซะเกินเหตุ แต่ ทีมก็ยังอยากจะได้ และคาดว่า ถ้าจะเอาจริงๆ หงส์แดง ต้องทุ่มประมาณ 120 ล้านปอนด์ เพื่อหวังได้สองนักเตะหมายของเค้า ซึ่งผมกล้าบอกเลยว่า หงส์แดง ไม่จ่ายขนาดนั้นแน่นอน เพราะตลอดชีวิตการดูบอลที่ผ่านมา หงส์แดง แทบจะไม่เคยทุ่มเงินอย่างบ้าคลั่งแน่นอน ใครจะซื้อก็ซื้อไป ทีมนี้ ขอแค่นักเตะที่พวกเค้าพอจ่ายได้ก็พอแล้ว นักเตะเกรดเอ หรือแบบแพงๆ อย่าได้หวังไปเลย นึกแล้วก็แอบเสียใจแทนเด็กหงส์เหมือนกัน

นี่ผมบอกเลยนะครับว่า ยังเหลือเวลาอีกเดือนกว่า คุณเชื่อกันได้เลยว่า ตลาดการซื้อขาย จะต้องปั่นป่วนมากขึ้นไปอีกแน่นอน เพราะแต่ละทีม จะต้องบ้าคลั่ง ทุ่มเงินกวาดนักเตะเข้าสู่ทีมกันอีกเพียบ และถ้ามันเป็นแบบนี้ เราผู้เป็นแฟนบอล คนบ้าบอล ก็ได้รับผลประโยชน์นี้ไปด้วย เพราะฟุตบอลมันจะสนุกขึ้นมาอีกเยอะเลยทีเดียว เอาเป็นว่าใครเชียร์ใคร ก็ลุ้นกันให้เต็มที่เลยนะครับ ผมบอกได้เลยว่า ปีนี้ ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก สนุกแน่นอน ไปละครับ สำหรับวันนี้ เจอกันใหม่อีกสองเสาร์นะครับ วันนี้ลาไปก่อน สวัสดีครับ

ป๋อง กพล