วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อยู่ใกล้ๆ แต่ไร้สถานะ

ยุคที่มองไปทางไหน เห็นแต่ใครๆ ก้มหน้าก้มตาสื่อสารกับโซเชียลฯ ของตัวเอง ยิ่งสื่อสารได้ไวเท่าไร บางทีเราก็ยิ่งคิดน้อยไปก่อนจะโพสต์ข้อความอะไร ยิ่งไม่ต้องรับผิดชอบสิ่งที่ทำมากเท่าไร เรายิ่งด่ากันง่ายๆ แบบไม่ต้องแคร์ว่าคนที่เราเอ่ยถึงจะรู้สึกยังไง เรื่องดราม่าเลยกลายเป็นปัจจัยที่ 5 ของชีวิต ตามไปดราม่ากับชีวิตคนอื่น และบางทีก็ดราม่ากับชีวิตของตัวเอง “ทำไมแฟนเรา ไม่ให้ tag รูปให้อะคะ” “ทำไมเขาถึงไม่รับ add เรา” “เป็นแฟนกัน ไม่ให้เราอยู่ใน Facebook เขาแปลกไหมคะ” สารพัดคำถามของคนที่อยากมีตัวตนในโลกโซเชียลฯ ของคนที่เราให้ความสำคัญ ล่าสุด มีผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยในแอริโซนา บอกว่า การอวดแฟนบ้างตามสมควร เป็นผลดีต่อความสัมพันธ์ค่ะ เพราะการอวดว่าเรารักกัน แสดงว่าเป็นความสัมพันธ์ที่มีความจริงจังในระดับหนึ่ง ไม่ต่างจากการสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้าย หรือแม้แต่การใส่เสื้อคู่

บางงานวิจัย ยกให้ Facebook เป็น Digital wedding ring หลายคู่ที่โพสต์โชว์ความสัมพันธ์กลับยิ่งรักกันมากขึ้น โรแมนติกใส่กันมากขึ้น เพราะมันไม่ใช่แค่การอวด แต่เป็นการยอมรับกับผู้คนทั่วไปว่า คนนี้คือเจ้าของหัวใจเรา

ทุกอย่างมีสองด้านเสมอค่ะ ตอนรักกันก็ดี แต่ถ้าอนาคตไม่ได้มีเหมือนวันนี้ ภาพความรักดีๆ จะขึ้นมาตอกย้ำหัวใจของเราซ้ำๆ ว่า เวลาทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วนะ แต่ก็อีกค่ะไม่มีใครรักกันวันนี้เพื่อไปเลิกกันวันหน้าอยู่แล้ว จะเปิดตัวกันและกันในโซเชียลฯไหม เป็นความพึงพอใจของทั้งคู่ บางคนก็อยากอยู่ในทุกโลกของเขา แต่บางคนอยากให้อยู่เฉพาะโลกส่วนเรา ไม่ต้องประกาศบอกใคร สุดแท้แต่ใจ แค่ต้องคุยกันดีๆ เพราะบางทีมองคนละข้าง อาจเห็นความต่างคนละมุม คนหนึ่งอยากโชว์ แต่อีกคนหนึ่งไม่อยาก เลยคิดเหมาเอาว่า ต้องมีใครซ่อนไว้แน่ๆ ถึงเก็บเราไว้เป็นแค่เงา มโนทำร้ายได้ทั้งเราและเขาจริงๆ ถ้าสงสัยก็ต้องเปิดใจถามกันตรงๆ อย่าเพิ่งคิดๆ ไป แล้วเล่นใหญ่ใส่เขาก็แล้วกัน

ทำให้นึกไปถึง Club Friday the series อีกตอนที่กำลังจะออกอากาศ ชื่อ “รักนอกเวลา” เพราะ “ในเวลา” เปิดตัวไม่ได้จริงๆ เจ้าของเรื่องโทรฯ มาเล่าให้ฟังว่า ทำงานอยู่ออฟฟิศเดียวกันกับแฟน รักกันมาก แค่ไม่อยากบอกใคร คนในที่ทำงานเดียวกัน ไม่มีใครรู้ถึงความสัมพันธ์ แม้จะมีเหตุผลเป็นพันๆ ข้อ แต่ก็ไม่ได้ดีต่อใจ ฝ่ายชายบอกว่า การงานของเรากำลังเดินหน้าไปทั้งคู่ ถ้าคนอื่นรู้อาจมีข้อครหาว่า เราต่างจับมือกันหาผลประโยชน์ในที่ทำงานหรือเปล่า ทำไมการมีเรา ถึงรบกวนชีวิตส่วนตัวเขาขนาดนั้น ? ถ้าเป็นดารา นักร้องศิลปิน ก็ยังมีเหตุผลว่ากลัวกระทบความนิยม สถาบันการเงินทั้งหลาย ก็มีมากมายที่ไม่ค่อยอนุญาตให้มีความรักในที่ทำงาน แต่ก็ต้องบอกกันให้ชัดเจนว่า เราจะหลบๆ กันถึงเมื่อไหร่ หรือจะรับมือกับปัญหานี้ยังไง รักใคร ยังไงก็ต้องให้เกียรติกัน ไม่ต้องประกาศบอกใคร แต่อย่าถึงขั้นซ่อนไว้จนไร้ตัวตน ใครจะไปทนไหว มีเราอยู่ข้างๆ แต่ทำตัวเหมือนว่างตลอด กอดเขา ทำไมรู้สึกเหงาขนาดนี้ “มี” แต่ต้องทำตัวเหมือน “ไม่มี” สบายตัวเขา แต่อาจต้องแคร์หัวใจเราด้วยเช่นกัน อาการน้อยใจ มักเกิดกับคนที่ “ใจ” เราให้ความสำคัญ ต่อให้เป็นคนธรรมดา เราอยากมีค่าในสายตาของคนที่เราให้ความสำคัญทั้งนั้น ลองติดตามดูกันค่ะว่าเหตุผลสำคัญที่ต้องทำเหมือนไม่มีกันต่อหน้าคนอื่นเพราะอะไร เจ็บและจุกหัวใจเลยทีเดียว

ความสัมพันธ์คลุมเครือ ยืนยันว่าเราอยู่ในใจ แต่ไม่ให้อยู่ข้างๆ เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น รักจะราบรื่นในระยะยาวไหม วันที่ใจแข็งแรงคงไม่ระแวงอะไร แต่ถ้าใจอ่อนแรงเมื่อไหร่ ยังไงก็น้อยใจ การมีเรา เขาอายใครหรือ สารพัดจะคิดกันไป และธรรมชาติของความรัก รักใคร เราก็อยากบอกไว้ว่าคนนี้คือคนที่อยู่ในใจ อย่างน้อยก็ไม่อยากให้ใครเขามาทับที่ของเรา ถึงต้องมีเชิงสัญญลักษณ์ในมุมต่างๆ เพื่ออ้างการเป็นเจ้าของกันและกัน ไม่ใช่ต้องอวด แค่ให้เกียรติ ไม่ใช่ประกาศ แค่ใครถามก็ไม่ปฏิเสธ

รักกัน ให้เกียรติกัน รับผิดชอบความรู้สึกของกันและกัน ไม่ใช่ซ่อนเขาเอาไว้ เพื่อความสบายใจของเรา โดยไม่แคร์ความไม่สบายใจของเขา ถ้าเขาทำเหมือนไม่มีเรา ใครเข้ามาเขาก็คุย เราสบายใจกับรูปแบบความรักแบบนี้จริงๆ หรือ ใจเขาใจเราค่ะ ถ้าไหวก็ปกปิดกันต่อไป แต่ถ้าไม่ เราควรวางตัวแบบไหนให้คนใกล้ๆ รู้ว่ามีค่า และควรค่าที่เราจะบอกใครๆ ว่าเขาคือเจ้าของหัวใจของเรา ไม่ใช่มีเขาแต่วางตัวซะโสด ใครเข้ามาก็คว้าทุกโอกาส พอคนข้างๆ จะไปก็ยื้อเขาไว้บอกว่ารักมาก รักมากแค่ไหน แค่บอกใครๆ ว่ารักเรา เขายังไม่กล้าเลย

IG: DJAoy

ดีเจพี่อ้อย