วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

5 แก๊งแฮกเกอร์อันตรายที่สุดของโลก

โลกสมัยนี้อยู่ยากขึ้นทุกที นอกจากจะต้องคอยระวังขโมยขโจรรอบตัวแล้ว ยังต้องระวังภัยคุกคามจากการถูกล้วงตับของพวกแฮกเกอร์ แม้แต่โทรศัพท์มือถือของเราก็อาจโดนแฮกง่ายๆ มีเงินมีทองในบัญชีเท่าไหร่ พวกโจรไซเบอร์สั่งโอนเข้าบัญชีมันได้หมด กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็หมดตูดซะแล้ว

ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ “แฮกเกอร์ยุคใหม่” ไม่ใช่ตัวป่วนสมัครเล่นที่อยากประกาศศักดาความเก่งกาจเหมือนสมัยก่อน แต่ “จารชนไซเบอร์” ยังเป็นอาวุธร้ายของมหาอำนาจโลกทุกขั้ว สื่อทรงอิทธิพล “ฟอร์จูน” จัดอันดับ 5 แก๊งแฮกเกอร์มหาวายร้ายของโลก ที่กำลังสร้างความปั่นป่วนระดับ 10 และอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์วุ่นวายนับไม่ถ้วน

“Fancy Bear” และ “Cozy Bear” เป็นสองแฮกเกอร์ ตัวร้าย ที่มีหน่วยสืบราชการลับของรัสเซียชักใยอยู่เบื้องหลัง ทั้งคู่สร้างชื่อกระฉ่อนโลกจากการแฮกข้อมูลป่วนระบบคอมพิวเตอร์ของคณะกรรมการเลือกตั้งพรรคเดโมแครต ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาครั้งล่าสุด ส่งผลให้ “ฮิลลารี คลินตัน” พ่ายแพ้การเลือกตั้งอย่างมีเงื่อนงำ แม้จะเป็นพี่น้องตระกูลหมี แต่หมีสองตัวย่อมอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้!! “แฟนซี แบร์” คือกลุ่มเดียวกับ Sofacy และ Pawn Storm มีนายเหนือหัวเป็นหน่วยข่าวกรองทหารรัสเซีย GRU ถนัดสร้างความปั่นป่วนเพื่อแทรกแซงการเลือกตั้งในยุโรป ส่วน “โคซี่ แบร์” ที่ใช้นามแฝง Cozy Duke และ Office Monkeys เป็นทายาทอสูรของหน่วยข่าวกรอง FSB ซึ่งสืบทอดอุดมการณ์มาจากพวก KGB มีภารกิจหลักโจมตีองค์กรเอ็นจีโอของอเมริกา

“Lazarus Group” ออกอาละวาดในนาม Dark Seoul และ Guardians of Peace ถูกจับตามองว่าพัวพันใกล้ชิดกับเกาหลีเหนือ เพราะแสบซ่าส์ใจดำ แก๊งนี้เริ่มปฏิบัติการป่วนโลกในปี 2009 โดยเน้นโจมตีเว็บไซต์ของอเมริกาและเกาหลีใต้เป็นหลัก ผลงานชิ้นโบแดงคือ การแฮกฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ของค่ายโซนี่ พิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ก่อให้เกิดความเสีย หายมหาศาล ล่าสุด เมื่อปีที่แล้ว โจร ไซเบอร์สายดาร์คเจาะเข้าระบบเซิร์ฟเวอร์ของธนาคารกลางบังกลาเทศ ขโมยเงินไปได้กว่า 81 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แก๊งนี้ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการปล่อยไวรัสเรียกค่าไถ่บันลือโลก “WannaCry” เปิดฉากโจมตีพร้อมกัน 28 ภาษา ใน 99 ประเทศ ส่งผลให้เชื้อร้ายแพร่ระบาดไปทั่วทุกมุมโลกอย่างรวดเร็ว เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา โดยเป้าหนักสุดคือ รัสเซีย, จีน และยุโรป ลองไวรัสชนิดนี้เจาะเข้าไปในระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์ได้แล้ว ถ้าเจ้าของไม่จ่ายค่าไถ่ด้วยบิทคอยน์ (สกุลเงินดิจิทัล) ทุกอย่างก็จะเป็นอัมพาตไปทันที ไม่สามารถใช้คอมพิวเตอร์ หรือเข้าถึงระบบข้อมูลของตนเองได้

แม้จะโดนเชื้อไวรัสเหมือนกัน แต่แปลกตรงที่ในอเมริกาและอังกฤษ กลับโดนหางเลขน้อยมาก เพราะจู่ๆก็มีหนุ่มน้อยนิรนามที่เชี่ยวชาญเรื่องไวรัสเรียกค่าไถ่ ขี่ม้าขาวมาช่วยสกัดการแพร่เชื้อร้ายได้ทันท่วงที จะว่าไปแล้วคนที่คิดค้นเชื้อร้ายพวกนี้ก็คือรัฐบาลอเมริกา เพื่อใช้เป็นอาวุธไซเบอร์ลอบโจมตีศัตรู โดยอเมริกาเคยร่วมมือกับอิสราเอลส่งโปรแกรมมัลแวร์หนอนมหาภัย “Stuxnet” ไปทำลายโครงการพัฒนาระเบิดนิวเคลียร์ของอิหร่านหลายครั้ง บีบให้อิหร่านยอมลงนามยุติโครงการเมื่อปีที่แล้ว โดยปฏิบัติการนี้เชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มแฮกเกอร์ฝ่ายธรรมะเทคนิคสูง “Equation Group” ซึ่งได้รับการหนุนหลังจากสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของอเมริกา เมื่อมีฝ่ายธรรมะ ก็ต้องมีฝ่ายอธรรม ถึงจะสนุกครบรส คู่ปรับของกลุ่ม Equation คือ “Shadow Brokers” ซึ่งจ้องฉกอาวุธไซเบอร์ของอเมริกาโดยเฉพาะ ถ้าไม่ใช่รัสเซียหนุนหลัง แล้วใครจะกล้ากระตุกหนวดเสือ

มหาอำนาจจีนก็ไม่ยอมตกกระแส รัฐบาลจีนมีจารชนไซเบอร์อยู่ในสังกัดหลายแก๊ง โดยลูกรักสุดคือ “Comment Crew” ออกป่วนโลกในนาม APT1 และ Shanghai Group พุ่งเป้าโจมตีฐานปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เป็นคู่แข่งทางธุรกิจของจีน ทั้งโคคา-โคล่า และล็อคฮีด มาร์ติน ก็เคยเจอฤทธิ์มาแล้ว

กลุ่ม “Sandworm” พวกเดียวกับ “Electrum” ถูกโยงว่ารับจ๊อบมาจากรัสเซีย แก๊งนี้จัดหนักจัดเต็มเน้นโจมตีองค์กรระดับสูงของโลก ผลงานสร้างชื่อคือ การแฮกข้อมูลเครือข่ายองค์กรนาโต และรัฐบาลยูเครน แก๊งนี้ยังถนัดงานเจาะล้วงข้อมูลการก่อสร้างโครงสร้างสาธารณูปโภคสำคัญๆระดับประเทศ เพื่อทำลายล้างคู่แข่ง.

มิสแซฟไฟร์