วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฝนถล่มข้ามคืน ชลบุรีจมบาดาล

ชลบุรีอ่วมฝนถล่มหนักตั้งแต่กลางดึกจนถึงรุ่งเช้า ตัวเมืองจมบาดาลถนนสายหลัก รถติดหนึบ สถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยาดีขึ้น น้ำล้นตลิ่ง 3 จังหวัดเริ่มคลี่คลาย เชียงรายน้ำป่าทะลักท่วมหมู่บ้านร่องขุ่น ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร พิษณุโลกแม่น้ำน่านกัดเซาะตลิ่งทรุดกว่า 100 เมตร นครพนมลำน้ำสาขาแม่น้ำโขงล้นตลิ่งท่วมนาข้าวเสียหาย 1 พันไร่

อุตุฯเตือนรับมือฝนตกหนักต่อเนื่องทั่วทุกภาคไปจนถึง 26 ก.ค.นี้ ฝนยังคงตกหนักทำให้หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลาก เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ จ.ชลบุรี ตั้งแต่กลางดึกจนถึงรุ่งเช้า ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมหลายจุด อาทิ ถนนศุขประยูร-ชลบุรี ต.นาป่า อ.เมืองชลบุรี ปริมาณน้ำสูง 30-40 ซม. นอกจากนี้ น้ำยังท่วมเขตเทศบาลเมืองชลบุรี และเทศบาลเมืองบ้านสวน โดยเฉพาะถนนสุขุมวิท ตั้งแต่สี่แยกห้างสรรพสินค้าเฉลิมไทย สี่แยกตลาดบ้านสวน หน้า รพ.ชลบุรี สี่แยกไฟแดงหน้าโรงเรียนชลราษฎรอำรุง รวมถึงถนนเศรษฐกิจ ปากซอย 9 หมู่ 5 ต.บ้านสวน ระดับน้ำท่วมสูงประชาชนสัญจรด้วยความยากลำบาก ทำให้การจราจรติดขัด ระดับน้ำเริ่มลดจนเข้าสู่ภาวะปกติช่วงเที่ยง

นอกจากนี้ เกิดเหตุต้นมะกอกความสูง 15 เมตร ถูกลมพายุพัดหักโค่นขวางถนนเล้าหมูนาพร้าว-หนองยายบู่ หมู่ 5 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 30 นาที ตัดและเคลื่อนย้ายต้นไม้ออก จนสามารถเปิดการจราจรได้ในเวลาต่อมา ขณะเดียวกัน เกิดเหตุสะพานแบริ่งข้ามคลองปากง่าม บ้านบึงกระโดน หมู่ 2 ต.บึงกระโดน อ.บ้านบึง ถูกกระแสน้ำไหลซัดจนได้รับความเสียหาย ประชาชนไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ เช่นเดียวกับสะพานข้ามคลองอ่างเวียน หมู่ 10 ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนคอสะพานเริ่มชำรุดเล็กน้อย

วันเดียวกัน นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา นายอำเภออรัญประเทศ จ.สระแก้ว ตรวจสอบเหตุสะพานแบริ่งข้ามคลองพรหมโหมด บ้านเนินสะอาด ต.หันทราย ถูกกระแสน้ำซัดทรุดตัวจนไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ นายสวนิตเปิดเผยว่า สะพานดัง กล่าวสร้างเพื่อใช้งานชั่วคราว หลังมีฝนตกหนักทำให้สะพานฝายน้ำล้นถูกกระแสน้ำซัดพังเสียหายเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ติดป้ายเตือนรวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาเร่งซ่อมแซมต่อไป

นายสุชาติ เจริญศรี ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 ชัยนาท เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยาเริ่มดีขึ้น ปริมาณน้ำผ่านสถานีวัดน้ำ C.2 จ.นครสวรรค์ 1,262 ลบ.ม.ต่อวินาที ระดับน้ำลดลงจากเมื่อวาน 18 ซม. ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 15.50 ม.รทก. ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อน 1,076 ลบ.ม.ต่อวินาที ลดลงจากเมื่อวาน 90 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่วนสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เริ่มคลี่คลายแล้ว สำหรับน้ำที่ค้างอยู่ในที่ลุ่มจะเร่งระบายออกสู่ลำน้ำสายหลัก เพื่อรอการรับน้ำฝนในช่วงต่อไป

ส่วน จ.เชียงราย มีฝนตกหนักส่งผลให้น้ำป่าจากเทือกเขาสูงไหลหลากลงแม่น้ำลาว ล้นตลิ่งท่วมพื้นที่บ้านร่องขุ่น หมู่ 1 ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมืองเชียงราย ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร บ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายหลายหลัง นักเรียนในพื้นที่ไม่สามารถเดินทางไปโรงเรียนได้ นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.เชียงราย พร้อมทหาร มทบ.37 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย รวมถึงมอบข้าวสารอาหารแห้งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

นายปาโมกข์ ปิงเมือง หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการชลประทานพะเยา เปิดเผยว่า มีฝนตกในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำในกว๊านพะเยามีปริมาณ 52 ล้าน ลบ.ม. จากความจุ 33 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 155 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ทั้ง 60 แห่ง มีปริมาณน้ำ 109.90 ล้าน ลบ.ม. จากความจุ 134 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 81 เปอร์เซ็นต์ และสามารถรองรับน้ำได้อยู่

ส่วนที่ประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ หมู่ 9 ต.ในเมือง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย มวลน้ำก้อนแรกจากภาคเหนือไหลมาตามแม่น้ำยม ไหลมาถึงประตูระบายน้ำแล้ว ส่งผลให้ปริมาณน้ำหน้าประตูอยู่ที่ 62.97 ม.รทก. เจ้าหน้าที่ต้องเปิดประตูระบายน้ำทั้งหมด 5 บาน เพื่อเร่งระบายน้ำ 452 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่งผลให้ปริมาณน้ำยมช่วงท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้น

ขณะที่นายปรีชา ศรีน้อย ผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์ ต.ผาเลือด อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า ฝนที่ตกลงมาต่อเนื่องหลายวัน ทำให้ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้มีปริมาณน้ำในเขื่อน 4,900 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 52 มีปริมาณน้ำพร้อมใช้งาน 2,000 ล้าน ลบ.ม. รองรับน้ำได้กว่า 4,500 ล้าน ลบ.ม. ทั้งนี้ หากมีพายุขนาดใหญ่เข้าอีก 3 ลูกตามที่มีคาดการณ์ไว้จะมีปริมาณน้ำในเขื่อนร้อยละ 80-90 มีน้ำพร้อมใช้งาน 5,000-6,000 ล้าน ลบ.ม. มากกว่าปี 2559 ส่งผลดีต่อการทำการเกษตรในช่วงหน้าแล้ง

จ.พิษณุโลก ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น่านที่ไหลผ่านตัวเมืองพิษณุโลกมีปริมาณเพิ่มขึ้น และกัดเซาะตลิ่งบริเวณถนนวังจันทน์ ต.ในเมือง ทรุดตัวเป็นระยะทางกว่า 100 เมตร นอกจากนี้ พบสะพานเหล็กริมแม่น้ำน่าน ของผู้ประกอบการร้านอาหารทรุดตัวพังเสียหาย นายบุญทรง แทนธานี นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเรื่องตลิ่งทรุดตัวแล้ว อยู่ระหว่างตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าวมีเจ้าของหรือไม่ หากมีเจ้าของทำได้เพียงติดป้ายเตือนให้ระมัดระวังเท่านั้น ถ้าไม่มีเจ้าของจะแจ้งเตือนผู้ประกอบการร้านอาหารให้รื้อออกจากพื้นที่เพราะอาจได้รับอันตรายได้ รวมถึงเตรียมก่อสร้างเขื่อนเรียงหินเพื่อแก้ปัญหาน้ำกัดเซาะตลิ่งในอนาคต

นายธนาคม จงจิระ ผวจ.นครสวรรค์ เปิดเผยว่า ร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ ต.บางเคียน ต.ท่าไม้ ต.โคกหม้อ ต.หนองกระเจา ต.พิกุล ต.ฆะมัง และ ต.พันลาน อ.ชุมแสง หลังมีฝนตกหนักและมีมวลน้ำจาก จ.พิจิตร และ จ.เพชรบูรณ์ ไหลเข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ มีชาวนาบางส่วนปิดกั้นขวางทางเดินน้ำ ส่งผลให้พื้นที่นาข้าวถูกน้ำท่วมเสียหาย 17,000 ไร่ จนเกิดปัญหาการร้องเรียนและข้อพิพาทกัน เบื้องต้นสั่งเร่งเปิดทางระบายน้ำตามจุดต่างๆลงสู่แม่น้ำน่านโดยเร็วที่สุด คาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาในช่วงนี้จะสามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้ภายใน 7 วัน

นายพิมะ แสงมณี นายก อบต.นาคู่ อ.นาแก จ.นครพนม เปิดเผยว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูงอยู่ที่ 9.50 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติ 3.50 เมตร ส่งผลให้ลำน้ำก่ำเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขง ล้นตลิ่งท่วมพื้นที่นาข้าวเพิ่งปักดำ 2 เดือน ของเกษตรกร หมู่ 4 บ้านแขนนาง หมู่ 6 บ้านหนามบ่อ หมู่ 8 บ้านนาคู่เหนือ หมู่ 9 บ้านนาคู่น้อย เสียหายกว่า 1 พันไร่ ระดับน้ำท่วมสูง 1 เมตร จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือต่อไป ส่วน จ.กาฬสินธุ์ น้ำจากเทือกเขาภูพานไหลลงลุ่มน้ำลำพะยัง และลำห้วยฮองต้อนเอ่อท่วมนาข้าวของเกษตรกรพื้นที่ ต.โนนนาจาน ต.สระพังทอง อ.นาคู ต.กุดสิมคุ้มใหม่ อ.เขาวง และ ต.หลุบ อ.เมืองกาฬสินธุ์ เพิ่งปักดำเสียหายกว่า 500 ไร่ ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ในช่วงวันที่ 20-23 ก.ค. ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังปานกลาง ทำให้ประเทศไทยมีฝนตก และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง ส่วนในช่วงวันที่ 24-26 ก.ค. ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ประเทศลาวและเวียดนาม ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังปานกลาง ทำให้ฝั่งบริเวณประเทศไทยมีฝนตกในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง