วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กรมการขนส่งทางบก เร่งติดจีพีเอสยานพาหนะ 3 แสนคันภายในปีนี้

กรมการขนส่งทางบก เร่งติดอุปกรณ์จีพีเอสให้แก่รถยนต์ 3 แสนคันภายในปีนี้ พร้อมควัก 375 ล้านลงทุนระบบวิเคราะห์ข้อมูลรับยุค 4.0 - จับมือ กสท.ปั้นสมาร์ทโลจิสติกส์หนุนผู้ประกอบการ...

เมื่อวันที่ 20 ก.ค.2560 นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบกได้ลงนามบันทึกข้อตกลง MOU ร่วมกับ บริษัท กสท. โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศและการสื่อสารในระบบการขนส่งทางบกโดนใช้เทคโนโลยีเข้ามาบริหาร สนับสนุนการลดต้นทุนโลจิสติกส์และลดปริมาณอุบัติเหตุตลอดจนตอบสนองความต้องการผู้ประกอบการปัจจุบันโดยสามารใช้งานร่วมกับแอพพลิเคชั่นบนมือถืออย่าง DLT- GPS ที่ทำงานผ่านระบบมือถือ สอดคล้องกับประกาศของ ขบ.ทีกำหนดให้ติดตั้งระบบ GPS tracking เพื่อตรวจจับเส้นทางและควบคุมความเร็วของยานพาหนะ ปัจจุบันอยู่ระหว่างติดตั้งจีพีเอสบนรถโดยสารสาธารณะทุกคัน รวมถึงรถพ่วงรถลากจูงภายในปีนี้รวมทั้งสิ้น 300,000 คัน จากนั้นในปี 2561 จะดำเนินการติดตั้งระบบจีพีเอสบนรถบรรทุกสาธารณะทุกคัน และเพิ่มปริมาณการติดตั้งในรถทุกประเภทไม่ต่ำกว่า 500,000 คัน และสุดท้ายในปี 2562 ต้องติดตั้งจีพีเอสให้ครบทั้งหมดตามเป้า 800,000-1,000,000 คัน

สำหรับการติดตั้งจีพีเอสผู้ประกอบการสามารถจ้างบริษัทที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกที่มีประมาณ 100 กว่าบริษัท และมีจีพีเอส ประมาณ 100 กว่ารุ่นติดตั้งได้ เบื้องต้นค่าใช้จ่ายติดตั้งจีพีเอสประมาณ 5,000 บาทต่อคัน ไม่รวมค่าบริการรายเดือน ปัจจุบันตั้งแต่เริ่มติดตั้งจีพีเอสช่วยลดการใช้ความเร็วในการขับรถจากปกติกฎหมายกำหนด 90 กม.ต่อชม. ทำให้ลดปัญหาการใช้ความเร็วเกินและใช้ความเร็วลดลงตามลำดับประมาณ 80% ซึ่งทำให้มีความปลอดภัย สะดวก เกิดคุณภาพการให้บริการเกิดขึ้น และไปสู่การพัฒนาในระยะยาว

นายสนิท กล่าวต่อว่า การลงทุนเรื่องระบบข้อมูลขนส่งเพื่อเชื่อมโยงจีพีเอสนั้นมีวงเงินราว 15 ล้านบาท นอกจากนี้ในอนาคต ขบ.เตรียมของบประมาณปี 2561 เพื่อลงทุนก่อสร้างศูนย์บริหารจัดการข้อมูลจีพีเอสในระบบขนส่งอีกราว 360 ล้านบาท โดยใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปีก่อนเปิดให้บริการในปี 2563 เนื่องจากปัจจุบันกรมฯ ยังใช้ศูนย์จีพีเอสชั่วคราวอยู่ เมื่อสร้างศูนย์จีพีเอสแล้วเสร็จระบบดังกล่าวประกาศใช้ทำงานคู่ขนานกันทันที

ด้านพันเอกสรรพชัย หุวะนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัม กสท.โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) หรือ CAT  เปิดเผยว่า การใช้งานระบบผ่านเครือข่ายกสท.นั้นมีราคาถูกกว่าต้นทุนปกติ เนื่องจากกสท.ลดอัตราค่าใช้บริการเพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการหันมาใช้เทคโนโลยีการขนส่งผลักดันไปสู่ การยกระดับการขนส่งไปสู่ สมาร์ทโลจิสติกส์เพื่อรองรับโอกาสการเป็นฮับอาเซียนด้านการขนส่งโดยเฉพาะการขนส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้าน CLMV ที่มีตัวเลขจีดีพีเติบโตแบบก้าวกระโดด อีกทั้งยังเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีเข้าสู่การบริหารจัดการในภาครัฐ เพื่อก้าวไปสู่สังคมบิ๊กดาต้า (Big Data) ตามแนวทางไทยแลนด์ 4.0 ทั้งการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis) และ สนับสนุนผู้ประกอบการ (Operator) เบื้องต้นตั้งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายไว้ราว 1.2 ล้านคน ลูกค้ารถแท็กซี่ 2 แสนรายและลูกค้ารถบรรทุกราว 1 ล้านราย นอกจากจะใช้ได้ในประเทศแล้วยังมีรูปแบบบริการผ่านดาวเทียม เพื่อใช้ในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลดต้นทุน และลดความเสี่ยงในการขนส่งระหว่างประเทศ.