บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แจ้งเกิดจากวาจา ติดคุกเพราะวาทกรรม? ส่องชีวิต ตู่ จตุพร จากครูดอย ถึง แกนนำแดง

ย้อนกลับไปหลายปีก่อน กีฬาสี “การเมือง” ดุเดือด เข้มข้น มีการกล่าวหากันไปมาโดยตลอด จนกระทั่งขึ้นโรงขึ้นศาลกัน

และเช้าวันนี้ (20 ก.ค.) ก็มีคดีสำคัญอีก 1 คดี นั่นก็คือ คดีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ฟ้อง เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328, 332 ตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย.52  

คำฟ้องระบุว่า นายจตุพร จำเลยได้ปราศรัยด้วยเครื่องกระจายเสียงต่อหน้าประชาชนจำนวนกว่าหมื่นคน ใส่ความทำนองว่ารัฐบาลนายอภิสิทธิ์เป็นรัฐบาลภายใต้ทรราชฟันน้ำนม รวมทั้งกล่าวหาว่าโจทก์เป็นคนสั่งทหารให้ไปยิงประชาชน เป็นฆาตกรมือเปื้อนเลือดฆ่าประชาชน ใส่ร้ายประชาชนกลุ่มคนเสื้อแดง โจทก์จะต้องถูกประหารชีวิต ข้อหาฆ่าคนตาย และข้อความอื่นๆ ซึ่งล้วนเป็นเท็จ การกระทำของจำเลย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างมาก ถูกดูหมิ่นเกลียดชังจากประชาชนที่ได้ยินได้ฟังการปราศรัยของจำเลย เหตุเกิดที่วัดไผ่เขียว แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม.ซึ่งนายจตุพร จำเลยให้การปฏิเสธ

คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.55 ให้ยกฟ้องจำเลย เนื่องจากเห็นว่าทางนำสืบรับได้ว่าเป็นกรณีที่ได้มีการปราศรัย แถลงข่าว วิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งเป็นการตอบโต้ทางการเมือง ตามวิธีทางการเมืองระบอบประชาธิปไตย จึงยังไม่พอฟังได้ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท

ต่อมา นายอภิสิทธิ์ ยื่นอุทธรณ์ ขอให้ศาลวินิจฉัยข้อเท็จจริง ที่เป็นมูลเหตุที่นำมาสู่การกล่าวหมิ่นประมาท ที่ไม่ใช่เพียงการโต้ตอบทางการเมือง แต่มีการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไป เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.57 ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

จากนั้น นายอภิสิทธิ์ โจทก์ ได้ยื่นฎีกาและศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาฎีกาในวันนี้ ปรากฏว่า ศาลฎีกา พิพากษากลับให้จำคุกนายจตุพร เป็นเวลา 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา และให้จำเลยโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์รายวัน 7 วันด้วย 

สำหรับ ประวัติ ของนายจตุพร พรหมพันธุ์ หรือ ตู่ ศรัทธาธรรม เกิดเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2508 ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นบุตรของนายชวน พรหมพันธุ์ (เสียชีวิต) และนางน่วม บัวแก้ว ภรรยาชื่อนางพรหมภัสสร พรหมพันธุ์ มีบุตร-ธิดา 2 คน



การศึกษา ประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านน้ำพุ, ประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านบางฉาง จังหวัดนครศรีธรรมราช, ประถมศึกษาปีที่ 3-4 โรงเรียนวัดปทุมยการาม จังหวัดนครศรีธรรมราช, ประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนวัดธาตุทอง กรุงเทพมหานคร, มัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนวัดบวรนิเวศ, ช่างก่อสร้าง วิทยาลัยเทคนิคดุสิต (ไม่จบ), ประกาศนียบัตรวิชาชีพ โรงเรียนอินทรศึกษา, ปริญญาตรี ศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง

เริ่มทำงานเป็น ครูดอย หรือครูอาสา ที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่, ผู้ก่อตั้งพรรคศรัทธาธรรม กับ อุสมาน ลูกหยี เป็นพรรคกำลังหลักในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ

จากนั้นก็ไปทำงานการเมืองเต็มตัวกับ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หัวหน้าพรรคพลังธรรม หมดยุคพรรคพลังธรรม ได้เข้าร่วมเป็น สมาชิกพรรคไทยรักไทย ด้วยความเป็นนักพูดฝีปากเอก จึงได้รับมอบหมายจากหัวหน้าพรรคให้เป็นคณะทำงานชุดปราศรัย

หาเสียงเลือกตั้ง ก่อนมาเป็น รองโฆษกพรรคไทยรักไทย, ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์), ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์), ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี 22 มีนาคม 2548, ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคไทยรักไทย 2 เมษายน 2549, ส.ส.ระบบสัดส่วน กลุ่ม 6 พรรคพลังประชาชน 23 ธันวาคม 2550, กรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน

27 มิถุนายน 2551 ส.ส.ระบบสัดส่วน กลุ่ม 6 พรรคเพื่อไทย 7 ธันวาคม 2551, ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับที่ 8 พรรคเพื่อไทย 3 กรกฎาคม 2554 (พ้นจากตำแหน่ง 18 พ.ค.2555 ) และประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)