วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯ ชี้ ต้องสอนคนคิด-วิเคราะห์ เพื่อประเทศไม่ลำบาก

นายกฯ ชี้ ต้องสอนคนคิด-วิเคราะห์ เพื่อประเทศไม่ลำบาก พัฒนาได้จริง อย่าแค่ขึ้นป้าย 4.0 ถ้าคิดแบบเดิมประชาธิปไตยไปไม่ได้ ยอมรับว่า เหนื่อย แต่ต้องจี้จบปัญหาให้เร็ว ให้ทันโรดแม็ป

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดงาน "ตลาดนัดเปิดโลกผลงานวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยพบผู้ใช้" โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ก่อนที่จะเป็นนายกฯ ตั้งแต่เด็กจนโตมีการพูดกันถึงเรื่องการวิจัย และพัฒนา แต่สิ่งที่เป็นปัญหากับการขับเคลื่อนประเทศในวันนี้ไปสู่การปฏิบัติ เดินหน้าประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ซึ่งรัฐบาลนี้เข้ามาดูในมิติต่างๆ ที่เรามีศักยภาพในหลายๆ ด้าน เพื่อนำมาเพิ่มพูนรายได้นอกเหนือจากการส่งออก โดยขณะนี้พืชผลทางการเกษตรยังมีปัญหาไม่ว่าจะเป็นข้าว ปาล์ม หรือยางพารา อีกทั้งการแข่งขันก็มีสูง เราจึงจำเป็นต้องคิด ต้องศึกษา และการศึกษาถ้าไม่สอนให้คนคิดและวิเคราะห์เป็นก็จะไปกันใหญ่ ประเทศไทยอยู่ลำบาก โดยไม่ดูว่า คนข้างล่างจะอยู่อย่างไร วันนี้รัฐบาล พยายามทำทุกอย่างเพื่อกระจายรายได้ให้ทั่วถึง ลดความไม่เป็นธรรมทางกายภาพ และขอร้องทุกหน่วยงานว่า จะต้องมีการปฏิบัติจริงในการพัฒนาประเทศให้เป็น 4.0 ไม่ใช่เพียงแต่ขึ้นป้ายให้เห็นเท่านั้น

"ถ้าไปสอนเด็กเพียงว่า มีเงิน 3 แสนบาท เราจะใช้อย่างไรให้เงินครบทั้งหมด ภายใน 3 วัน ถ้าครูสอนแบบนี้ผมว่า ต้องเอาไปฆ่าทิ้ง แล้วมันมีจริงๆ ที่ยังสอนแบบนี้ เป็นปัญหาการศึกษาของบ้านเรา แล้วยังมีปัญหาทางการเมืองเข้ามาอีก แล้วประเทศเราจะไปได้อย่างไร มีอีกหลายเรื่องที่เป็นปัญหา แต่ขี้เกียจพูด เป็นปัญหาที่ผมต้องแบกรับ ซึ่งจำเป็นต้องทำไม่ได้ไปบ่นหรือว่าใคร เพียงแต่ทุกคนต้องคิดใหม่ทั้งหมด ถ้ามัวแต่ติดตัวเองก็ไปไม่ได้ ต้องรู้ว่าการทำงานวันนี้ทำงานเพื่อใคร ปัญหาติดที่ตรงไหน และไม่ใช่จะทำแต่เรื่องใหม่ เพราะเรื่องเก่าบางเรื่องก็ยังเป็นปัญหา สับสนอลหม่านไปหมด ไม่รู้ว่าปัญหาเศรษฐกิจวันนี้คืออะไร เศรษฐกิจไม่ดีมาจากพื้นฐาน หรือเป็นเพราะการทำงานของรัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งผมไม่บังอาจไปกล่าวถึงผู้มีพระคุณทั้งหลาย ที่ทำงานให้กับประเทศที่ผ่านมา ภาระทั้งหมดตกอยู่กับรัฐบาลนี้ซึ่งต้องแก้ให้ได้" นายกฯ กล่าว

ทั้งนี้ การที่ต้องพูดวันนี้ คือ เราต้องทำให้การวิจัย และพัฒนาจนสามารถกลับมาสู่คนที่ต่ำที่สุด ถือเป็นเป้าหมายที่ผมต้องการ ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นอยู่แบบนี้ อนาคตวันข้างหน้า แม้จะมีประชาธิปไตยก็จะมีปัญหาอยู่แบบนี้ สิ่งที่ทำมาทั้งหมดก็ไปไหนไม่ได้ อุตส่าห์ทำแทบตาย รัฐบาลนี้เข้ามาบริหารประเทศมีการประชุมเป็นพันเรื่อง ยอมรับว่าเหนื่อย แต่เมื่อสถานการณ์ประเทศเป็นเช่นนี้ จะประชุมแบบเดิมไม่ได้ หากมัวเถียงกันอยู่ทุกอย่างก็จะเหมือนเดิม จากนี้ไปการประชุมต้องมีการแก้ปัญหาโดยเร็วที่สุด ไม่ใช่ประชุมเพื่อมีการประชุมต่อ ซึ่งรัฐบาลจะเร่งรัดการประชุมจะต้องได้ข้อยุติในแต่ละเรื่อง ว่า ต้องทำอะไร และต้องลงมือทำทันที และหากติดปัญหาตรงไหน ตนเองพร้อมปลดล็อกให้ ไม่เช่นนั้นก็จะไม่ทันการตามโรดแม็ปที่มีอยู่ แต่ถ้าอยากกลับไปอยู่ที่เดิมก็ตามใจ รัฐบาลพยายามทำอย่างเต็มที่.