วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พรรคการเมืองรุมค้าน เพิ่มโทษทุจริตไพรมารีโหวต ถึงยุบพรรค ชี้ขัด รธน.

กมธ.3 ฝ่าย ชงโทษยุบพรรคพ่วงปมไพรมารีโหวต นักการเมืองเฮโลออกมาชี้ หายนะทางการเมือง หวั่น พรรคโกงส่งนอมินีบริหาร ขู่ ถ้าออกมาใช้ ส่งเรื่องให้ศาล รธน.ตีความแน่ โฆษก กรธ.จ่อนำเข้าถก กมธ. 3 ฝ่าย ส่อไอ้เสือถอย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า กรณีตัวแทนคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง หารือนอกรอบกับตัวแทนของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีข้อสรุปเบื้องต้น ในการปรับเนื้อหาใหม่โดยให้การจัดทำไพรมารีโหวต เป็นกิจการภายในของพรรคการเมือง ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการเลือกตั้ง แต่มีการเพิ่มบทลงโทษการกระทำผิดใน 3 ประเด็น คือ 1. กรณีดำเนินการไม่ครบตามขั้นตอน หัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท และให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี

2. หากมีการสัญญาว่าจะให้คุกคามใส่ร้ายด้วยข้อความเป็นเท็จ จูงใจ ให้คนเข้าใจผิดในคะแนนนิยม มีโทษจำคุก 1-10 ปี ปรับ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 3. หากทำผิดในกรณีเรียกรับผลประโยชน์มีโทษจำคุก 1-5 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และยุบพรรค โดยเตรียมที่จะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมาธิการสามฝ่ายแล้วนั้น ทำให้หลายพรรคการเมืองออกมาทักท้วงเนื่องจากเห็นว่าขัดรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็นยุบพรรคการเมือง

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า การนำเอาโทษอาญาและการเมือง มาใส่ไว้ในขั้นตอนไพรมารีโหวต เทียบเคียงกับการเลือกตั้งนั้น ถือเป็นหายนะทางการเมือง เพราะระบบไพรมารีโหวต เป็นเรื่องใหม่ที่เพิ่งเริ่มเป็นครั้งแรก ควรให้พรรคการเมืองดำเนินการและมีพัฒนาการตามธรรมชาติ แต่ถ้าเริ่มทำแล้วมีบทลงโทษอาญา ยุบพรรค ก็จะเป็นการสนับสนุนพรรคการเมืองที่ไม่สุจริต ซึ่งจะมีการตั้งตัวปลอมมาบริหารพรรค ส่วนตัวจริงเป็นมาสเตอร์มายด์ชักใยอยู่เบื้องหลัง ซึ่งไม่ได้เป็นการส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย แต่เป็นการทำลายพรรคการเมืองอย่างรุนแรง ทำให้แตกแยกตั้งแต่ในระดับพื้นที่เขตเลือกตั้ง โดยในพรรคจะได้มีการหารือกัน และเห็นว่าจำเป็นต้องเสนอความเห็นแย้งไปยังกรรมาธิการสามฝ่าย ให้ทบทวนเรื่องนี้

พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้คัดค้านระบบไพรมารีโหวต เราทดลองทำมาก่อนแล้วแต่มีปัญหา หากจะให้ดำเนินการก็ควรค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่มากำหนดบทลงโทษรุนแรงตั้งแต่ต้น ถ้ากฎหมายออกมากดหัวกันอย่างนี้ ผมคนหนึ่งที่จะไม่รับตำแหน่งรองหัวหน้า หรือกรรมการบริหารพรรคอีก เพราะมีความเสี่ยงในเรื่องโทษอาญา อีกทั้งยังเป็นเรื่องที่กลั่นแกล้งกันได้ด้วย และเชื่อว่าพรรคการเมืองที่ไม่สุจริตก็จะส่งตัวปลอมไปเป็นผู้บริหารพรรคแทน ทำให้พรรคการเมืองไม่ใช่ของจริงในระบบการเมืองอีกต่อไป ส่วนคนสุจริตก็จะหมดกำลังใจ ซึ่งไม่เป็นผลดีใดๆ กับการพัฒนาพรรคการเมือง การกำหนดให้โทษให้การทำผิดของบุคคลเป็นเหตุให้ยุบพรรคก็ขัดรัฐธรรมนูญด้วย ผมจะเสนอให้หัวหน้าพรรคทำความเห็นทักท้วงไปยังกรรมาธิการสามฝ่ายต่อไป” นายนิพิฏฐ์ กล่าว

ด้านนายนิกร จำนง ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และอดีต สปท.ด้านการเมือง กล่าวว่า การกำหนดบทลงโทษกรณีกระทำผิดในขั้นตอนไพรมารีโหวต โดยมีทั้งโทษอาญาและตัดสิทธิการเมือง เป็นเรื่องที่พอรับได้ แต่ถึงขั้นที่กำหนดให้ความผิดเฉพาะตัวบุคคลเป็นเหตุให้ยุบพรรคด้วยนั้น น่าจะขัดรัฐธรรมนูญ และเชื่อว่าเมื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมสามฝ่ายแล้ว ประเด็นดังกล่าวจะตกไป เพราะ กรธ.ไม่น่าจะยอมให้ผ่าน เนื่องจากขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ที่ไม่ต้องการให้การยุบพรรคทำได้โดยง่าย จึงบัญญัติเหตุแห่งการยุบพรรคไว้เฉพาะกรณีกระทำผิดต่อรัฐ ในเรื่องการกระทำผิดเพื่อให้ได้อำนาจ โดยไม่เป็นไปตามวิถีทางประชาธิปไตยเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากเรื่องนี้ผ่านการพิจารณาของกรรมาธิการร่วม และมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย ก็จะใช้สิทธิยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแน่นอน เพราะขัดรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน

ขณะที่ นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. ระบุว่า กรรมาธิการร่วมจะรับฟังคำทักท้วงของพรรคการเมือง เพื่อนำไปพิจารณาประกอบการแก้ไขร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมือง โดยมีความเป็นไปได้ ที่จะทบทวนกรณีการยุบพรรค เพราะรัฐธรรมนูญมีเจตนาให้ยุบพรรคยากขึ้น เนื่องจากถือว่า เป็นโทษประหารทางการเมือง ส่วนการเพิ่มโทษอาญา และโทษทางการเมือง ไว้ในการทำผิดชั้นไพรมารีโหวตเทียบเท่ากับการทุจริตเลือกตั้งนั้น เห็นว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสมแล้ว เพราะถือเป็นความรับผิดชอบของหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค รวมทั้งผู้ที่กระทำผิด และไม่คิดว่าจะเป็นการเขียนกฎหมายที่เกินไปกว่ารัฐธรรมนูญกำหนด.