วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนกรุงระทม! ทำไม? ฝนตก รถติด รถเมล์รอนาน BTS-MRT สุดแน่น

คนกรุงระทม ฝนตก คู่รถติด รถเมล์สุดแสนจะรอนาน รถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ที คนสุดแน่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศในวันนี้ (20 ก.ค. 60) กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

ทั้งนี้ ส่งผลให้เช้าวันนี้ คนกรุงเทพฯ ต้องรับมือกับฝนตกตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา หลายคนเลือกที่จะทิ้งรถยนต์ส่วนตัว หันมาใช้บริการขนส่งมวลชนสาธารณะแทน ไม่ว่าจะเป็น รถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ รถเมล์ แท็กซี่ เรือด่วนเจ้าพระยา เรือด่วนคลองแสนแสบ จักรยานยนต์รับจ้าง เป็นต้น ส่งผลให้ขนส่งสาธารณะ มีผู้คนใช้บริการหนาแน่นเป็นจำนวนมาก 

ขณะเดียวกัน ถนนทุกเส้นทางที่มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวกรุงเทพฯ ชั้นในก็ติดสะสมกันตั้งแต่ช่วงเช้า ทางด่วนที่หลายคนมองว่า น่าจะช่วยย่นระยะเวลาการเดินทางกลับกลายเป็นติดสะสมหนักทุกเส้นทาง ปัญหาเหล่านี้ น่าจะแก้ได้หากเรามีระบบขนส่งมวลชนที่โยงใยเหมือนในต่างประเทศ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะ เนื่องจาก โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า  ที่กำลังก่อสร้างหลายสาย ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเย็นนี้ คนกรุง อาจจะต้องรับมือฟ้า ฝน อีกครั้ง เพราะมีโอกาสที่ฝนจะตกอีก แน่นอนว่าการเดินทางกลับบ้านหลังเลิกงาน ก็น่าจะมีปัญหาเหมือนช่วงเช้าที่ผ่านมา 

ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ได้ทำการวิเคราะห์ ร่วมกับผู้ใช้ถนนใน กทม. เพื่อหาเหตุผลว่าทำไม กทม. ปริมณฑล หรือตามหัวเมืองใหญ่ๆ ถึงรถติดมากๆ ซึ่งสามารถหาสาเหตุส่วนใหญ่มีดังนี้

1. ปริมาณรถมาก ไม่สัมพันธ์กับจำนวนถนน จากสถิติกรมการขนส่งทางบก พบว่า ยอดจดทะเบียนรถสะสม สิ้นเดือนเมษายน 2560 มีทั้งสิ้น 37,615,177 คัน สิ่งนี้จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ถนนบางสายติดขัด และติดขัดหนักมาก โดยเฉพาะช่วงเทศกาล และเมืองใหญ่ๆ เช่น กทม. ชลบุรี เชียงใหม่ เป็นต้น เหล่านี้สะท้อนถึงหลายอย่าง เช่น การขนส่งสาธารณะของประเทศไทย เป็นปัญหาที่ต้องการการพัฒนาอย่างเร่งด่วน

2. ฝนตก น้ำท่วม หลายคนมีคำถาม ทำไมฝนตกรถชอบติด เพราะทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลง ทำให้คนขับต้องชะลอตัวในบางช่วง นอกจากนี้ที่เลนถนนมักมีน้ำท่วมขังเนื่องจากความสูงต่ำของถนน ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่คนขับต้องระวัง

3. รถเสียกลางถนน รถเสียริมทาง ที่เด็ดสุดคือ รถเสียก่อนขึ้นสะพาน วิธีที่ง่ายสุด ก่อนออกจากบ้านต้องเช็กสภาพความพร้อมของรถยนต์ เช่น ระดับของเหลวในหม้อพักน้ำ หม้อน้ำ สัญญาณไฟเตือนต่างๆ ที่หน้าปัด สภาพลมยาง ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ถ้าสุดวิสัยรถเสียจริงๆ ก็โทร.ติดต่อที่เบอร์ 1543 สำหรับทางด่วน หรือการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และศูนย์จราจรอุบัติเหตุ จส.100 เบอร์ 1137 เป็นต้น หรือติดต่อตำรวจจราจรในท้องที่นั้นๆ

4. จอดริมถนน จอดซ้อนคัน จอดในที่ห้ามจอด เพื่อลงไปทำธุระ ซื้อกับข้าว ทำผม ทำเล็บ โดยไม่คิดถึงรถที่ขับตามมาข้างหลัง ว่าเขาต้องลำบากแค่ไหนในการตีไฟขวาเพื่อหนีรถของคุณ

5. งานก่อสร้างทั้งหลายทั้งปวง เช่น ขุดถนนวางท่อระบายน้ำ โครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างที่วางริมถนนแบบไม่เกรงผู้ร่วมทาง

6. การซ่อมแซมถนนที่ไม่ได้คุณภาพ ทำผิวถนนไม่สม่ำเสมอ เกิดหลุม เกิดบ่อ มีฝาท่อระบายน้ำโผล่ตรงกลางถนน บางครั้งซ่อมแล้วซ่อมอีก ใช้งานไม่เท่าไรก็เป็นเหมือนเดิม