บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อธิบดีดีเอสไอรอรับ แจ้งข้อหาสมีเณรคำ

ดีเอสไอคุมตัวเณรคำฝากขังศาลอาญา เช้าวันที่ 20 ก.ค. หลังถูกคุมตัวบินข้ามโลกกลับมารับโทษในเมืองไทย แฉไม่สลดยังห่มเหลืองปฏิบัติกิจแบบสงฆ์อยู่ ขณะที่อธิบดีดีเอสไอเผย หากถึงไทยแล้ว ยังดื้อแพ่งไม่เปลี่ยนชุด โดนแจ้งเพิ่มอีกข้อหาแน่ ด้านตำรวจศรีสะเกษเข้ม คุ้มกันอดีตเมียเณรคำเพื่อความปลอดภัย ส่วนอดีตเมียวอนเณรคำกลับมาช่วยส่งเสียค่าเลี้ยงดูลูกด้วย

กรณีสำนักงานอัยการสูงสุดและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งเจ้าหน้าที่เดินทางไปรับตัวนายวิรพล สุขผล หรือเณรคำ อดีตประธานสงฆ์สำนัก สงฆ์วัดป่าขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน หลังนายวิรพลไม่อุทธรณ์คำสั่งศาลแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา สั่งให้ส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย รวม 5 ข้อหา ประกอบด้วย 1.พรากผู้เยาว์ 2.กระทำชำเราเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี 3.ฉ้อโกงประชาชน 4.ฟอกเงิน และ 5.ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ อยู่ระหว่างเตรียมการตามขั้นตอนคุมตัวกลับมายังประเทศไทย โดยมีรายงานจะเดินทางกลับมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในเวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 19 ก.ค.นี้

ความคืบหน้าในการรับตัวอลัชชีรายนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 ก.ค. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด เรือโทสมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และนายอำนาจ โชติชัย อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ ร่วมกันแถลงกรณีดังกล่าว เรือโทสมนึกกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ของไทยจะรับตัวนายวิรพลขึ้นเครื่องบินในเวลาประมาณ 03.00 น. วันที่ 19 ก.ค. ตามเวลาประเทศไทย เมื่อถึงประเทศไทยจะถูกดำเนินการตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยดีเอสไอจะแจ้งข้อหาแจ้งสิทธิในการมีทนายความ การพบญาติ การรักษาพยาบาล แต่ขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่าป่วย และไม่ทราบว่ายังนุ่งห่มเหมือนสงฆ์หรือไม่ แต่เมื่อมาถึงพนักงานสอบสวนก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและกฎของสงฆ์ต่อไป

ขณะที่นายอำนาจ โชติชัย อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ กล่าวว่า สาเหตุที่นายวิรพลไม่ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลแคลิฟอร์เนียนั้น ไม่ทราบ แต่เข้าใจว่าการดำเนินคดีในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นมีค่าใช้จ่ายสูง ทั้งนี้ เมื่อเดินทางถึงเมืองไทยพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษจะประสานกับการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยในการตรวจคนเข้าเมืองก่อนจะนำตัวไปสอบสวนและทำทะเบียนประวัติอาชญากร ก่อนส่งสำนวนและตัวมาให้กับอัยการสำนักงานสอบสวนคดีพิเศษยื่นฟ้องต่อศาลอาญาต่อไป

เย็นวันเดียวกัน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เผยว่า ทราบจากคณะเจ้าหน้าที่อัยการและดีเอสไอที่เดินทางไปที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาว่า นายวิรพลยังคงสวมชุดพระจีวรสีเหลือง และปฏิบัติกิจแบบสงฆ์อยู่ เจ้าตัวอาจจะอ้างได้ว่าหลบหนีไปต่างประเทศมานาน เลยไม่ทราบว่าถูกคณะสงฆ์ตัดสินให้ขาดจากความเป็นพระตั้งแต่ปี 56 แล้วก็เป็นได้ เป็นสิทธิของผู้ต้องหา แต่เมื่อเจ้าหน้าที่รับตัวจากสนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนนำมาสอบปากคำที่สำนักงานดีเอสไอ มีเจ้าหน้าที่จากสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ร่วมสอบด้วย หากนายวิรพลยังคงใส่จีวรพระไม่ยอมเปลี่ยนเครื่องแต่งกายแบบอื่น จะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.สงฆ์ มาตรา 43 คือ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 15 จัตวา วรรคสอง มาตรา 26 มาตรา 27 วรรคสาม หรือมาตรา 28 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี เพิ่มอีก 1 ข้อหา

ต่อมาเวลา 18.00 น. เจ้าหน้าที่ รปภ.ดีเอสไอ ได้นำแผงเหล็กรั้วติดโลโก้ดีเอสไอมาตั้งบริเวณ 2 ฝั่งทางเดิน ตั้งแต่หน้าบันไดยาวไปจนถึงประตูทางเข้าอาคารดีเอสไอ ความยาวประมาณ 20 เมตร ป้องกันความวุ่นวายและการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน รวมทั้งกลุ่มลูกศิษย์เณรคำที่อาจจะมารอให้กำลังใจกับผู้ต้องหา

มีรายงานว่า ในเวลา 22.00 น. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วยนางอินทรานี สุมาวงศ์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ นายวีรเดชน์ ไตรทศาวิทย์ อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานต่างประเทศ และนายรองรัฐ พุ่มคชา อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่สำนักปฏิบัติการพิเศษ ดีเอสไอ เดินทางไปรับตัวเณรคำที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อนำตัวมาสอบปากคำที่ดีเอสไอ หลังจากนั้นจะให้พนักงานสอบสวนพิมพ์ลายนิ้วมือ ตรวจประวัติ แจ้งข้อกล่าวหา ตามขั้นตอนกฎหมาย คาดว่าจะใช้เวลาสอบทั้งคืน ก่อนจะนำตัวนายวิรพลส่งให้พนักงานอัยการ เพื่อดำเนินการฝากขังต่อศาลอาญา ในช่วงเช้าวันที่ 20 ก.ค.

วันเดียวกัน ที่ จ.ศรีสะเกษ ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 31 ปี อ้างเป็นอดีตเมียพระวิรพล ฉัตติโก หรือหลวงปู่เณรคำ หรือนายวิรพล สุขผล เมื่อไปถึงบ้านหลังดังกล่าว มีตำรวจ สภ.เมืองศรีสะเกษ เข้ามาดูแลความปลอดภัย และสอบถามข้อมูลกับ น.ส.เอ สอบถามโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งเปิดเผยว่า มาคุ้มครองพยานตามที่ น.ส.เอ เคยร้องขอ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าคุ้มครอง 2 แม่ลูกได้เกือบ 1 ปี ตั้งแต่วันที่ น.ส.เอกลับมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อนายวิรพลถูกส่งมาดำเนินคดีในประเทศไทย ตำรวจจะเพิ่มความถี่ในการตรวจดูแลความปลอดภัย และสอบถามทุกข์สุขให้มากขึ้น

ทั้งนี้ น.ส.เอเปิดเผยว่า ความรู้สึกตอนนี้ คิดแต่เรื่องลูกชายที่เกิดกับอดีตพระเณรคำเพียงอย่างเดียว สิ่งที่ต้องการคือให้อดีตพระเณรคำรับผิดชอบค่าเลี้ยงดูลูกชาย อย่างอื่นไม่ต้องการอะไร ส่วนต่อไปจะทำอย่างไรนั้นคงต้องรอดูสถานการณ์ก่อน ทุกวันนี้ตนกับลูกอยู่อย่างยากลำบาก ยังโชคดีที่นายสมชาติ วงศ์ธราธร ทนายความตน เมตตาให้เงินทุน 1 แสนบาท มาให้เปิดร้านขายของชำอยู่ในหมู่บ้าน แรกๆก็ขายดี แต่ทุกวันนี้อยู่แบบหาเช้ากินค่ำ ของที่ร้านขายไม่ได้ เพราะที่หมู่บ้านมีร้านค้าขายของชำมาก

ด้านนางบัวเหรียญ สืบสัตย์ อายุ 52 ปี เพื่อนบ้าน น.ส.เอกล่าวว่า เท่าที่เห็น น.ส.เอยังมีฐานะยากจน ไม่ได้ร่ำรวยเหมือนกับข่าวลือที่ว่าได้ทรัพย์สินมาจากเณรคำ ทุกวันนี้ต้องค้าขายเล็กๆน้อยๆ ไม่มีกำไรอะไรมากมาย อยากให้ น.ส.เอได้รับการ ดูแลช่วยเหลือจากอดีตพระเณรคำบ้าง เพื่อลูกชายจะได้อยู่สุขสบาย โตขึ้นจะได้เรียนหนังสือสูงๆ มีอนาคตที่ดี ส่วนเรื่องความปลอดภัย น.ส.เอยังหวาดกลัวลูกศิษย์ลูกหาอดีตพระเณรคำที่เป็นพวกผู้มีอิทธิพลจะมารังควาน ตนเป็นเพื่อนบ้าน รู้สึกกลัวอยู่เหมือนกัน เนื่องจากอดีตเณรคำมีลูกศิษย์เป็นคนใหญ่คนโตมากมาย เพื่อนบ้านทุกคนก็ช่วยกันดูแลกันอยู่ ช่วงหลังมีตำรวจเข้ามาดูแลทุกวัน วันละหลายครั้ง ทำให้รู้สึกอุ่นใจขึ้นบ้าง

ล่าสุด เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ นำโดยอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมเจ้าหน้าที่หอบแฟ้มเอกสารเข้าไปรับตัวเณรคำ ที่เดินทางมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 22.00 น.โดยสายการบิน TG.677 โดยเจ้าหน้าที่ดีเอสไอใช้รถบัสเข้าไปรับเณรคำที่สวมจีวรเดินทางมาที่ห้องพิธีการเข้าเมือง ตม. เพื่อทำเอกสารและตรวจอนุญาตเข้าประเทศไทย จากนั้นได้นำตัวเณรคำออกจากห้องพิธีการเข้าเมือง ขึ้นรถของดีเอสไอใช้ช่องทางพิเศษหลบผู้สื่อข่าวออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ คาดว่าจะนำไปควบคุมตัวที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ