วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศาลจำคุก 2 ปี 6 เดือน ซิ่งเบนซ์ชน 2 ศพ

สาวป.โท ‘ฮ้อแสงชัย’ ไฟคลอกพร้อมเพื่อน

ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สั่งจำคุกเสี่ยควบเบนซ์พุ่งชนท้ายรถเก๋งฟอร์ดไฟไหม้ สาวปริญญาโทคนในตระกูลดัง “ฮ้อแสงชัย” กับเพื่อนชายโดนไฟคลอกเสียชีวิตอนาถ 2 ศพ ให้จำคุกจำเลยเป็นเวลา 5 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษเหลือจำคุก 2 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และให้เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ตลอดชีวิต ก่อนจำเลยจะประกันตัวไปต่อสู้คดีในชั้นศาลอุทธรณ์

จากเหตุสลดใจกรณีนายเจนภพ วีรพร อายุ 37 ปี ขับรถเบนซ์ รุ่นซีแอลเค สีดำ ทะเบียน ษง 3333 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนท้ายรถเก๋งฟอร์ด เฟียสต้า จนเกิดไฟไหม้ ทำให้นายกฤษณะ ถาวร อายุ 32 ปี และ น.ส.ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย สาวนักศึกษาปริญญาโท เพื่อนสาวโดนไฟคลอกเสียชีวิตอนาถ 2 ศพ เหตุเกิดบนถนนพหลโยธิน กม. 53 หมู่ 8 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2559 ตามที่เป็นข่าวครึกโครม

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 ก.ค. ที่บัลลังก์ที่ 4 ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นัดฟังคำพิพากษา กรณีพนักงานอัยการและโจทก์ร่วมยื่นฟ้องนายเจนภพ วีรพร จำเลยใน 7 ข้อหา คือ 1. ขับรถโดยประมาทอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลและทรัพย์สินเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 2. ขับรถด้วยความเร็วเกินกว่ากฎหมายที่กำหนด 3. ขับรถในขณะเมาสุรา หรือเมาอย่างอื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 4. เป็นผู้ขับรถเสพยาเสพติดให้โทษ ตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 5. ขับรถในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ 6. ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น และ 7. เป็นผู้ขับฝ่าฝืน และไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือพนักงานสอบสวนที่สั่งให้มีการทดสอบ และตรวจสอบผู้ขับรถตามกฎหมาย โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร ขณะที่จำเลยยอมรับสารภาพเพียง 3 ข้อหา คือ 1. ขับรถโดยประมาท 2. ขับรถด้วยความเร็ว และ 3.ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ส่วนอีก 4 ข้อหาจำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลมีคำพิพากษาว่า จากการพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พยานคือตำรวจ พยาบาล เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ให้การขัดแย้งในเรื่องการเจาะเลือดจำเลยในวันเกิดเหตุ ไม่มีการเจาะเลือดจำเลย ไม่อาจฟังได้ว่า จำเลยมีความผิดในข้อหาเมาสุราขณะขับรถ ต่อมาภายหลังพนักงานสอบสวนส่งสำนวนว่า ได้ให้โรงพยาบาลสมิติเวช ทำการเจาะเลือดเพื่อหาสารเสพติดเมทแอมเฟตามีน ในสำนวนไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าสำนวน การสอบสวนดังกล่าวทำขึ้นเมื่อใด เพราะไม่ได้ลงวันที่ และมีการแก้ไขขีดฆ่า ส่วนน้ำหมึกบนเอกสาร บางตอนก็ไม่เหมือนกัน เอกสารดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ยกประโยชน์ให้จำเลยยกฟ้องในข้อหานี้

ส่วนความผิดในข้อหาขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และทำให้มีผู้เสียชีวิต จากการพิเคราะห์พยานหลักฐานพบว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกในหลายมาตรา ศาลพิพากษาให้รับโทษสูงสุดจำคุก 5 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพ คงเหลือจำคุก 2 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และให้เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ตลอดชีวิต

หลังจากศาลมีคำพิพากษาจำคุกนายเจนภพ วีรพร จำเลย ได้ขอประกันตัวไปโดยไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด ขณะที่นายเจริญ แก้วยอด ทนายความจำเลย กล่าวสั้นๆว่า ได้ใช้เงินสดยื่นขอประกันตัวจำเลย และจะยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน ตามกฎหมายต่อไป

นายวิเชียร ชุปไธสง ทนายความฝ่ายผู้เสียหาย กล่าวว่า ขณะนี้ต้องรอดูว่าอัยการจะมีการยื่นอุทธรณ์ในข้อหาที่ศาลยกฟ้องหรือไม่ ส่วนที่คดีมีความล่าช้ามานานกว่า 1 ปี 4 เดือน เพราะจำเลยมีการยื่นต่อศาลให้จำหน่ายคดี เพราะจำเลยเป็นคนวิกลจริต

ด้าน น.ส.กัญจนา ฮ้อแสงชัย น้องสาวของ น.ส. ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย ผู้ตาย กล่าวว่า คดีนี้ถือเป็นบรรทัด– ฐานของสังคม ให้เห็นว่า กรณีการที่ขับรถเร็วเกินกว่า กฎหมายกำหนด ศาลพิพากษาโดยไม่รอลงอาญา แต่ ตนติดใจในสำนวนการสอบสวนของพนักงานสอบสวน

ส่วน น.ส.นงครัตย์ รุ่งแสง น้องสาวนายกฤษณะ ถาวร 1 ใน 2 ผู้ตาย กล่าวว่า พอใจในคำตัดสินของศาล ถือเป็นบรรทัดฐานในสังคมเช่นเดียวกัน ส่วนในเรื่องสารเสพติดของจำเลย ไม่ติดใจตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว