บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สะพานขาด หายไปกับน้ำท่วม คนบางสะพานรอนานกว่า 6 เดือน ยังไม่มีใครมาซ่อม

ชาวบ้านป่าร่อน ที่บางสะพาน จ.ประจวบฯ ประสบอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ ตั้งแต่ต้นเดือน ม.ค. 60 สะพานข้ามคลองทอง ถูกน้ำพัดพัง ผ่านไปกว่า 6 เดือนยังไม่ได้งบฯมาซ่อม วอนช่วยเร่งรัดกันด้วยเถิด เพราะตอนนี้หน้าฝน หากน้ำหลากมาอีกลูกหลานจะลำบาก...

วันที่ 19 ก.ค. 60 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยัง สะพานข้ามคลองทอง ด้านหลังลานวัฒนธรรมร่อนทอง บ้านป่าร่อน ม.6 ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังจากชาวบ้านได้ร้องเรียนมายังสื่อมวลชน ว่า สะพาน คสล. ความยาวกว่า 60 เมตร ที่ใช้สัญจรมานานนับสิบปี ถูกกระแสน้ำป่าพัดสะพานพังเสียหาย ไม่สามารถใช้การได้ตั้งแต่ช่วงน้ำท่วมใหญ่ อ.บางสะพาน เมื่อช่วงวันที่ 9-10 มกราคม 2560 หรือกว่า 6 เดือนที่ผ่านมา

นายชาญชัย สงวนไว้ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84 ม.6 บ้านป่าร่อน ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน กล่าวว่า ตนใช้เส้นทางนี้อยู่เป็นประจำ โดยทุกเช้าต้องวิ่งนำน้ำยางออกมาขาย และต้องใช้สัญจรรับ-ส่งบุตรหลานไปโรงเรียน มีชาวบ้านกว่า 17 ครัวเรือนได้รับผลกระทบ ซึ่งสะพานนี้ได้ถูกกระแสน้ำป่าพัดพังเสียหายตั้งแต่ ช่วงวันที่ 9-10 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา และช่วงนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูฝน หากน้ำในคลองทองเพิ่มขึ้นสูงก็จะไม่สามารถข้ามได้ หากมีความจำเป็นจริงๆ ที่จะต้องข้ามไปยังบ้านวังน้ำเขียว ต้องใช้เส้นทางอ้อมกว่า 10 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางที่ผ่านสวนยาง ค่อนข้างเปลี่ยวสำหรับผู้ที่จะใช้เดินทางสัญจร ดังนั้นสะพานนี้จึงเป็นสะพานหลักเพื่อเชื่อมต่อเส้นทางลัดระหว่าง บ้านวังน้ำเขียว-บ้านคลองลอย อยากวิงวอนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งลงมาดำเนินการ สร้างสะพานให้กลับมาใช้งานได้ดังเดิม

"เวลาผ่านไปกว่า 6 เดือน ยังไม่มีหน่วยงานลงมาซ่อมแซม หรือสร้างสะพานทดแทน หวั่นว่าในช่วงฤดูฝนหากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำวังน้ำเขียวเพิ่มสูงขึ้น มีการระบายน้ำลงสู่คลองทอง จะกระทบต่อบรรดาเด็กๆ ที่ต้องข้ามคลองเพื่อที่จะเดินทางไปโรงเรียน" นายชาญชัย กล่าว

ทางด้าน นายเลิศยศ แย้มพราย ปลัดอาวุโส อ.บางสะพาน กล่าวว่า ภายหลังจากอุทกภัยใหญ่เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทางอำเภอได้ทำการสำรวจความเสียหายในพื้นที่ รวมถึงสะพานบ้านป่าร่อนเส้นนี้ก็ได้มีการสำรวจความเสียหายไว้แล้ว และได้เสนอเรื่องผ่านคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติระดับอำเภอ เพื่อนำเสนอไปยังจังหวัด ซึ่งต่อมาทางจังหวัดได้สั่งการให้โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด เป็นผู้สำรวจและออกแบบการก่อสร้าง แล้วเสนอเรื่องกลับไปยังจังหวัดเพื่อทำเรื่องของบประมาณไปยังส่วนกลาง ซึ่งเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2560 ทางอำเภอได้มีการทำหนังสือทวงถาม นำเรียนไปยัง ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ จนเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 ผู้ว่าฯ ได้เดินทางมาเป็นประธานในการประชุมติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย และภัยแล้งอย่างยั่งยืน ที่ อ.บางสะพาน ก็ได้มีการทวงถามในที่ประชุมอีกครั้ง ซึ่งทางท่านผู้ว่าฯ ได้มอบหมายให้ทาง ปภ.จังหวัด ทำหนังสือเร่งรัดเพื่อทวงถามไปยัง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทยแล้ว เบื้องต้น งบฯ ที่ขอไปสำหรับสร้างสะพานเส้นนี้ อยู่ที่ประมาณ 15 ล้านบาท.